ไมเกรน ปวดหัวเรื้อรังต้องระวัง ยังเสี่ยงเกิดโรคแบบนี้ด้วย

 ไมเกรน

          อาการไมเกรน นอกจากจะมีอาการปวดหัวเรื้อรังน่าเบื่อแล้ว รู้หรือไม่ว่าไมเกรนยังทำให้เกิดความเสี่ยงทั้งโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง หรือแม้แต่อาการซึมเศร้า

          โรคไมเกรน เห็นว่าเป็นแค่อาการปวดหัว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เพราะนอกจากจะเป็นอาการที่เรื้อรังจนต้องทำให้รับประทานยาติดต่อกันนาน ๆ แล้ว ยังส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างมากเลยเชียวล่ะ ปวดขึ้นมาแต่ละทีก็แทบจะทำอะไรไม่ได้เลย แต่หารู้ไม่ว่าไม่ได้มีแค่อาการปวดที่ต้องกังวล เพราะมีการศึกษาพบว่าอาการไมเกรนนั้นสามารถส่งผลให้เกิดความเสี่ยงโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้อีกเยอะเลย อย่างที่หยิบมาเล่าให้ฟังกันคราวนี้
 
ไมเกรน ปวดหัวเรื้อรังต้องระวัง

1. อาการแฮงก์สุดรุนแรง

          การศึกษาในปี 2014 พบว่า ผู้ที่ถูกคุกคามด้วยอาการไมเกรนนั้นจะมีอาการแฮงก์ที่รุนแรงกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่าง ไวน์เแดง ที่มีสาร ฮีสตามีน (Histamines) และซัลไฟต์ (Sulfites) ที่จะยิ่งกระตุ้นให้อาการรุนแรงขึ้น ดังนั้นผู้ที่มีอาการของไมเกรนควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์จะดีกว่า หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ นายแพทย์ Richard Kraig ผู้อำนวยการคลินิกรักษาโรคไมเกรนแห่งศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยชิคาโกก็แนะนำว่าควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีสีใส ๆ อย่าง วอดก้า จะช่วยให้อาการแฮงก์ไม่รุนแรงมากเท่าที่ควรจะเป็นค่ะ

2. อาการไมเกรนที่หนักขึ้น

          นายแพทย์ Kraig กล่าวว่า อาการไมเกรนสามารถทำให้เกิดอาการปวดที่มากขึ้นได้ เพราะผู้ที่ป่วยด้วยโรคไมเกรนมีโอกาสที่สมองจะไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้นกว่าปกติ การกระตุ้นเพียงเล็กน้อยก็อาจจะทำให้เกิดอาการปวดที่รุนแรงได้ อาทิ การอดอาหาร การดื่มกาแฟ หรือแม้แต่การพักผ่อนไม่เพียงพอ ดังนั้นหากไม่อยากให้อาการปวดหัวรุนแรงกว่าเดิมก็ควรจะหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เสี่ยงต่อการกระตุ้นอาการปวดหัวค่ะ

ไมเกรน ปวดหัวเรื้อรังต้องระวัง

3. โรคหลอดเลือดสมอง


          หนึ่งในสามของผู้ป่วยโรคไมเกรนมักจะมีอาการที่ใกล้เคียงกับหลอดเลือดสมองพ่วงมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็นแสงแสงวูบวาบ หรือเป็นเหน็บชาที่บริเวณใบหน้าหรือที่มือ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 35-45 ปีขึ้นไป เนื่องจากว่าผู้หญิงในวัยนี้มีแนวโน้มจะเกิดภาวะการแข็งตัวของเลือดได้มากขึ้น นอกจากนี้การใช้ยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมน และการสูบบุหรี่ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการแข็งตัวของเลือดอีกด้วย ดังนั้นคุณผู้หญิงที่มีอาการไมเกรนนั้นควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรือการใช้ยาคุมกำเนิดและยาฮอร์โมนทุกชนิดเพื่อให้ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองลดลงจะดีกว่าค่ะ

4. โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Facial Paralysis)

          การศึกษาเมื่อปี 2014 ซึ่งถูกตีพิมพ์ลงในวารสารทางการแพทย์อย่าง American Academy of Neurology พบว่าโรคไมเกรนสามารถเพิ่มความเสี่ยงโรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีกได้มากกว่าผู้ป่วยโรคอื่น ๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ถึง 2 เท่า เนื่องจากอาการปวดหัวนั้นเป็นหนึ่งในอาการที่แสดงออกได้ชัดเจนที่สุดของปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทค่ะ

ไมเกรน ปวดหัวเรื้อรังต้องระวัง
 
5. โรคซึมเศร้า

          โรคไมเกรนเป็นอาการปวดหัวที่มักจะเกิดกับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต อย่างโรคไพโบลาร์และโรคซึมเศร้าด้วย เนื่องจากผู้ป่วยทั้งสองจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะสมองไวต่อสิ่งกระตุ้น และเมื่อเกิดอาการปวดหัวขึ้น ก็จะยิ่งทำให้เกิดอาการซึมเศร้ามากขึ้น แม้ว่าจะไม่มีผลการวิจัยชี้ชัดว่าการปวดหัวไมเกรนเป็นสาเหตุของการเกิดโรคซึมเศร้าได้ แต่ว่าก็ไม่ควรจะละเลย ดังนั้นหากรู้ตัวว่าเป็นไมเกรนก็ควรที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ควรทำงานหักโหมจนเกินไป พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เท่านี้ก็สามารถช่วยให้อาการไมเกรนไม่เข้ามาเป็นปัญหาใหญ่ของสุขภาพแล้วค่ะ

6. ปัญหาสุขภาพหัวใจ

          นอกจากโรคหลอดเลือดสมองแล้ว อีกปัญหาหนึ่งที่โรคไมเกรนจะพามาเยี่ยมเยียนคือโรคเกี่ยวกับหัวใจนี่ล่ะค่ะ มีการศึกษาหนึ่งซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร European Journal of Neurology พบว่าผู้ป่วยโรคไมเกรนนั้นมีความเสี่ยงโรคหัวใจสูงขึ้นกว่าคนทั่วไป ยิ่งถ้าหากเป็นคนที่สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และใช้ยาคุมกำเนิดด้วยแล้วละก็ จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดความเสี่ยงมากขึ้น นอกจากนี้การใช้ยา Triptans ในการรักษาโรคไมเกรนก็อาจจะเพิ่มความเสี่ยงปัญหาเกี่ยวกับระบบหลอดเลือดหัวใจได้เช่นกัน เพราะยาชนิดนี้จะเข้าไปจำกัดการไหลเวียนของเลือดในสมองรวมทั้งหัวใจ ฉะนั้นควรใช้ยาชนิดนี้ตามเท่าที่แพทย์สั่งเท่านั้นค่ะ 

ไมเกรน ปวดหัวเรื้อรังต้องระวัง

7. โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง (Fibromyalgia)


          ผู้ป่วยโรคไมเกรนกว่าครึ่งมักจะมีอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง (Fibromyalgia) โดยมีการวิจัยในวารสารวิชาการ Headache พบว่าอาการทั้งสองก็มีต้นตอของอาการคล้ายคลึงกัน ดังนั้นผู้เป็นโรคไมเกรนอาจจะเกิดอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังได้ทุกเมื่อ จึงควรหมั่นสังเกตอาการอยู่เสมอ เพื่อที่จะได้ทำการรักษาได้ทันท่วงทีก่อนที่จะเกิดอาการปวดที่รุนแรงและสร้างความลำบากให้กับผู้ป่วยค่ะ

          ไมเกรน แม้ว่าจะไม่สามารถรักษาให้หายได้สนิท แต่ถ้าหากเรามีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพก็จะช่วยให้อาการสงบลงได้ และไม่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องให้เหนื่อยใจ ใครที่เป็นโรคไมเกรนก็อย่ากังวลกับอาการปวดหัวไมเกรนมากจนเกินไปนะ ทำใจให้สบายดีกว่าอาการจะได้ไม่รุนแรงค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
Prevention.com
AMERICAN ACADEMY OF NEUROLOGY

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ไมเกรน ปวดหัวเรื้อรังต้องระวัง ยังเสี่ยงเกิดโรคแบบนี้ด้วย โพสต์เมื่อ 21 กันยายน 2558 เวลา 16:40:50 12,216 อ่าน
TOP