x close

10 น้ำยาบ้วนปาก เพิ่มความสะอาด สดชื่น ที่คนรักสุขภาพเลือกใช้ ยี่ห้อไหนดี ปี 2021

           แนะนำน้ำยาบ้วนปากจากแบรนด์ยอดฮิต ประสิทธิภาพดี เป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ พร้อมประโยชน์และข้อควรระวังในการใช้ที่ควรรู้

          การแปรงฟันเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถทำความสะอาดช่องปากของเราได้ 100% เพราะยังมีส่วนที่การแปรงฟันทำความสะอาดได้ไม่เต็มที่ เช่น เหงือก ลิ้น กระพุ้งแก้ม และเพดานปาก ซึ่งเป็นจุดที่อาจมีแบคทีเรียสะสมอยู่ และกลายเป็นปัญหากลิ่นปาก ฟันผุ เหงือกอักเสบ รวมทั้งโรคปริทันต์ที่รุนแรงตามมา ดังนั้น น้ำยาบ้วนปากที่สามารถซอกซอนเข้าไปกำจัดแบคทีเรียในบริเวณที่การแปรงฟันเข้าไม่ถึง จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ช่องปากของเราสะอาดและสดชื่นมากยิ่งขึ้น 
     

น้ำยาบ้วนปาก

          แต่ทุกวันนี้มีน้ำยาบ้วนปากมากมายในท้องตลาด หลายคนอาจจะยังเลือกไม่ถูกว่าจะใช้ยี่ห้อไหนดี วันนี้กระปุกดอทคอมจะมาแนะนำวิธีการเลือกซื้อ วิธีการใช้ และข้อควรระวังในการใช้น้ำยาบ้วนปาก รวมถึงรีวิวน้ำยาบ้วนปากยี่ห้อฮอตฮิตที่มีขายอยู่ในท้องตลาดให้ดูกันค่ะ

ประโยชน์ของน้ำยาบ้วนปาก มีอะไรบ้าง

          ก่อนจะไปรีวิว เรามาทำความรู้จักน้ำยาบ้วนปากให้มากขึ้นอีกสักหน่อย โดยน้ำยาบ้วนปาก เป็นผลิตภัณฑ์ช่วยทำความสะอาดภายในช่องปากที่ผู้คนนิยมใช้กันในปัจจุบัน มีประโยชน์หลายอย่าง อาทิ

  • ระงับกลิ่นปาก และทำให้ช่องปากหอมสดชื่นชั่วคราว เพราะสามารถทำความสะอาดและกำจัดเชื้อแบคทีเรียในบริเวณที่การแปรงฟันเข้าไม่ถึง 

  • ช่วยลดการเกิดคราบจุลินทรีย์ (Plaque) ที่เป็นต้นเหตุของการเกิดคราบหินปูน

  • ช่วยลดการเกิดโรคเหงือกอักเสบ 

  • ช่วยลดการเกิดฟันผุ 

  • ช่วยลดอาการเจ็บปวดเฉพาะจุดในบริเวณช่องปาก 

  • ทำให้ฟันดูขาวสะอาดขึ้นตามสีของเนื้อฟัน เนื่องจากน้ำยาบ้วนปากจะช่วยขจัดคราบที่เกาะอยู่บนผิวฟัน   

          อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ใช้น้ำยาบ้วนปากในการเสริมการแปรงฟันหรือการใช้ไหมขัดฟันเท่านั้นนะคะ ไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากในการทำความสะอาดฟันเพียงอย่างเดียว เพราะไม่สามารถทำความสะอาดฟันได้อย่างครบถ้วน ทั้งนี้ อาจจะใช้ได้สำหรับบางคนที่ได้รับคำแนะนำจากทันตแพทย์ เช่น สำหรับผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดเหงือกไม่สามารถแปรงฟันได้ เมื่อเกิดแผลหรือติดเชื้อในช่องปาก หรือผู้ที่มีแนวโน้มจะมีฟันผุได้ง่าย เป็นต้น

น้ำยาบ้วนปากมีกี่แบบ ?
           ปัจจุบัน น้ำยาบ้วนปากที่มีขายกันอยู่ทั่วไป ก็มีหลายแบบ หลายชนิด และหลายยี่ห้อ ซึ่งแต่ละยี่ห้อ แต่ละสูตร ก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปตามแต่ชนิดและส่วนผสมที่มีในผลิตภัณฑ์  หากจะแบ่งน้ำยาบ้วนปากตามหลักการใช้งาน ก็อาจจะแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

1. น้ำยาบ้วนปากแบบไม่มีสารเคมี

           เป็นน้ำยาบ้วนปากทั่วไปที่ใช้เพื่อความมั่นใจ นั่นคือ ใช้เพื่อกำจัดและลดกลิ่นปากในระยะเวลาชั่วคราวเท่านั้น เพราะไม่มีสารเคมี จึงไม่สามารถกำจัดแบคทีเรียในช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพนัก

2. น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของสารเคมี

           หรือสารที่ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียและคราบจุลินทรีย์ต่าง ๆ ในช่องปาก ใช้เพื่อการดูแลรักษาโรคในช่องปากโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคเหงือกอักเสบและโรคต่าง ๆ ในช่องปากได้อีกด้วย
น้ำยาบ้วนปาก

วิธีเลือกซื้อน้ำยาบ้วนปาก
           เวลาเดินไปตามชั้นวางขายน้ำยาบ้วนปากในซูเปอร์มาร์เกต หลายคนก็คงจะยืนงง เพราะละลานตากับยี่ห้อและสูตรที่หลากหลายของน้ำยาบ้วนปาก ไม่รู้ว่าควรจะเลือกแบบไหนหรือสูตรไหนดีที่เหมาะกับสุขภาพในช่องปาก ซึ่งจริง ๆ แล้ว วิธีการเลือกซื้อน้ำยาบ้วนปากก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยค่ะ แค่สามารถตอบคำถามง่าย ๆ ในการใช้งานของมัน ดังนี้

1. ต้องการใช้น้ำยาบ้วนปากเพื่อจุดประสงค์ใด

          อย่างที่เราได้บอกไปแล้วว่า น้ำยาบ้วนปากนั้นสามารถช่วยทำความสะอาด และช่วยแก้ไขปัญหาในช่องปากได้ โดยแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ซึ่งขึ้นอยู่กับส่วนผสมหลักในน้ำยาบ้วนปากนั่นเอง เช่น 

  • ถ้าต้องการเสริมความแข็งแรงให้กับฟัน ป้องกันฟันผุ ควรเลือกน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ 

  • ถ้ามีปัญหาเรื่องกลิ่นปาก ควรเลือกน้ำยาบ้วนปากที่มีสาร CPC (เซทิลไพริดิเนียมคลอไรด์ : Cetylpyridinium Chloride) ซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อที่มีฤทธิ์ในการกำจัดเชื้อแบคทีเรีย โดยควรใช้หลังการแปรงฟันอย่างน้อย 30 นาที

  • ถ้ามีปัญหาเรื่องเหงือกอักเสบ ควรเลือกน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของยาต่อต้านการอักเสบ (Anti-Inflammatory) เช่น กรดกลีซีร์ริซิก (Glycyrrhizic Acid) ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบและมีส่วนช่วยดูแลรักษาเหงือกให้แข็งแรง 

  • ถ้าเน้นกำจัดคราบจุลินทรีย์ ควรเลือกน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของคลอร์เฮกซิดีน (Chlorhexidine) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยรักษาโรคปริทันต์และต้านคราบจุลินทรีย์ได้ หรือเซทิลไพริเดียนคลอไรด์ (Cetylpyridinium Chloride) ซึ่งเป็นสารที่กำจัดเชื้อแบคทีเรียและยับยั้งการเกิดคราบจุลินทรีย์ได้เช่นกัน

  • ถ้าอยากให้ฟันขาว ควรเลือกน้ำยาบ้วนปากช่วยขจัดคราบสีและสิ่งสกปรกบนฟัน โดยให้ดูที่มีส่วนประกอบของโซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium Bicarbonate), โซเดียมไตรโพลีฟอสเฟต (Sodium Tripolyphosphate), ซิลิกอนไดออกไซด์ (Silicon Dioxide) และแคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate) อย่างไรก็ตาม แม้จะช่วยให้ฟันขาวขึ้นได้ แต่ก็เป็นสีตามเนื้อฟันตามธรรมชาติเท่านั้น และเป็นเพียงชั่วคราว ไม่ได้ช่วยให้ขาวตลอดไป

2. ต้องการน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือไม่

          แอลกอฮอล์ นับเป็นส่วนผสมสำคัญในน้ำยาบ้วนปากที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย และช่วยลดและป้องกันการเกิดโรคเหงือกอักเสบและคราบจุลินทรีย์บริเวณแนวเหงือก นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของความสดชื่นที่จะได้รับด้วย ซึ่งน้ำยาบ้วนปากนั้นก็มีทั้งแบบที่ผสมและไม่ผสมแอลกอฮอล์ โดยมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนี้ 

  • สูตรผสมแอลกอฮอล์ ทำให้รู้สึกสะอาด สดชื่น และกระปรี้กระเปร่าทันทีที่ใช้เสร็จ ใช้งานง่ายกว่า เพราะมีรสชาติที่ดีกว่าสูตรไม่ผสมแอลกอฮอล์ แต่การใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์ผสมในปริมาณที่เข้มเกินไป ก็อาจจะทำให้เกิดอาการแสบร้อนในช่องปากหรือเกิดการระคายเคืองได้ 

  • สูตรไม่ผสมแอลกอฮอล์ เป็นสูตรอ่อนโยน ที่เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้ง่าย หรือเด็กเล็กที่อายุเกิน 6 ขวบขึ้นไป แต่อาจจะใช้งานยากไปสักนิด เพราะมีรสชาติที่ขมฝาดติดลิ้น 

          ทั้งนี้ ข้อสำคัญในการเลือกซื้อน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์คือ ควรเลือกน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่ไม่แรงจนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อบุภายในช่องปากเกิดการระคายเคืองและผิวฟันบาง จนอาจเกิดอาการเสียวฟันตามมาได้

3. ขนาดของบรรจุภัณฑ์ แบบขวด VS. แบบซองพกพา

            นอกจากน้ำยาบ้วนปากแบบขวดที่เราเคยเห็นจนคุ้นตาในซูเปอร์มาร์เกตต่าง ๆ แล้ว เรายังสามารถใช้น้ำยาบ้วนปากในระหว่างวันหรือระหว่างการเดินทางได้อย่างสะดวก เพราะมีแพ็กเกจที่เหมาะสำหรับการพกพา เช่น น้ำยาบ้วนปากแบบซอง ที่เริ่มออกมาวางขายให้เห็นตามร้านสะดวกซื้อชั้นนำทั่วประเทศแล้ว

4. สูตร รสชาติ และกลิ่นของน้ำยาบ้วนปาก

           ปัจจุบันมีการนำสารสกัดจากธรรมชาติหลากหลายชนิดมาเป็นส่วนผสมในน้ำยาบ้วนปาก ทำให้ได้รสชาติและกลิ่นที่แตกต่างกันไป และยังมีการพัฒนาสูตรของน้ำยาบ้วนปากให้เหมาะสำหรับทุกเพศและทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นสูตรอ่อนโยนกลิ่นหอมอ่อน ๆ สำหรับเด็กหรือผู้ที่ไม่เคยใช้น้ำยาบ้วนปากมาก่อน สูตรไร้แอลกอฮอล์กลิ่นธรรมชาติสำหรับผู้ที่แพ้ง่าย สูตรเย็นสดชื่นเพื่อความหอมสะอาดยาวนานกว่า และสูตรสมุนไพรสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลเหงือกและฟันอย่างอ่อนโยนด้วยพลังจากธรรมชาติ ใครชอบรสชาติไหน กลิ่นไหน ก็เลือกได้ตามใจ
น้ำยาบ้วนปาก

วิธีใช้น้ำยาบ้วนปากที่ถูกต้อง

          เมื่อเลือกน้ำยาบ้วนปากที่เหมาะกับการใช้งานของตัวเองแล้ว ก็มาดูวิธีการใช้น้ำยาบ้วนปากที่ถูกต้องกัน ดังนี้

          1. ควรทำความสะอาดฟันและช่องปากให้สะอาดด้วยการแปรงฟัน และ/หรือการใช้ไหมขัดฟันให้เรียบร้อย เพื่อกำจัดเศษอาหารและเชื้อแบคทีเรียในเบื้องต้นก่อน จากนั้นค่อยใช้น้ำยาบ้วนปากในการทำความสะอาดในบริเวณที่การแปรงฟันเข้าไม่ถึง และช่วยเพิ่มความสะอาดสดชื่นให้กับช่องปากของคุณ

          2. อ่านคำแนะนำบนฉลากของบรรจุภัณฑ์ให้ละเอียดและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะน้ำยาบ้วนปากแต่ละชนิด ถึงแม้จะมีวิธีการใช้ที่คล้ายคลึงกัน แต่ก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว อาจจะแตกต่างกันไปในเรื่องปริมาณการใช้ ระยะเวลาในการใช้ หรือความเข้มข้นของสารที่เป็นส่วนผสม เช่น 

  • ใช้ปริมาณ 1 ฝา หรือ 10-20 มล. 

  • บางชนิดมีความเข้มข้นสูง อาจจะต้องผสมน้ำ 

  • อมค้างไว้ให้น้ำยาได้สัมผัสกับเนื้อเยื่อปากประมาณ 30-45 วินาที ไม่ควรน้อยกว่า 30 วินาที เพราะน้ำยาอาจจะทำความสะอาดได้ยังไม่ทั่วถึง และไม่ควรนานเกิน 60 วินาที เพราะอาจจะเกิดการแสบปากและระคายเคืองได้ 

  • ไม่ควรบ้วนน้ำเปล่าตาม เพราะอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของน้ำยาบ้วนปากลดลง 

          3. ความถี่ในการใช้น้ำยาบ้วนปาก โดยน้ำยาบ้วนปากบางยี่ห้ออาจระบุบนฉลากว่าให้ใช้วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น หรือวันละ 1 ครั้ง แต่จริง ๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องใช้ทุกวันก็ได้ค่ะ โดยกรมอนามัยให้ข้อมูลว่า หากมีสุขภาพช่องปากปกติ แค่แปรงฟันร่วมกับใช้ไหมขัดฟันก็เพียงพอที่จะทำความสะอาดช่องปากแล้ว 

          แต่หากจะใช้น้ำยาบ้วนปากด้วยก็ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆ เพราะในน้ำยาบ้วนปากมีสารฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ที่ไม่ใช่แค่ทำลายเชื้อโรคตัวร้าย แต่ยังทำลายเชื้อโรคดี ๆ ในช่องปากด้วย จึงทำให้สมดุลในช่องปากเสียไป และอาจเกิดเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียในช่องปากเพิ่มขึ้นอีก

          นอกจากนี้ น้ำยาบ้วนปากบางชนิดยังมีข้อบ่งใช้แตกต่างกัน เช่น น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของคลอร์เฮกซิดีน (Chlorhexidine) ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ เพราะจะเกิดคราบสีน้ำตาลติดที่ฟันและลิ้น เป็นต้น

ข้อควรระวังในการใช้น้ำยาบ้วนปาก

          น้ำยาบ้วนปาก มีส่วนผสมบางอย่างที่เป็นสารเคมี จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง และควรใช้ตามคำแนะนำที่ระบุไว้บนฉลากข้างผลิตภัณฑ์ให้ดี และมีข้อควรระวังอื่น ๆ ดังนี้

  1. ไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากเพียงอย่างเดียวในการทำความสะอาดช่องปากและฟันของคุณ เพราะน้ำยาบ้วนปากมีสรรพคุณในการกำจัดกลิ่นปากและทำให้ช่องปากของคุณสะอาดสดชื่นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ดังนั้นจึงควรแปรงฟันให้สะอาด และใช้ไหมขัดฟันก่อน เพื่อกำจัดเศษอาหาร คราบจุลินทรีย์ และเชื้อแบคทีเรียอื่น ๆ จากนั้นจึงค่อยใช้น้ำยาบ้วนปากเสริมจะเป็นการดีกว่า 
     

  2. ไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากบ่อยและถี่เกินไป เพราะในน้ำยาบ้วนปากมีสารเคมีหลายชนิดที่อาจจะทำลายเชื้อแบคทีเรียดี ๆ ที่อยู่ในช่องปาก ทำให้ตุ่มรับรสชาติเพี้ยนไป และอาจจะทำให้สีที่เคลือบผิวฟันเปลี่ยนไปด้วย 
     

  3. ในแต่ละครั้งของการใช้น้ำยาบ้วนปาก ไม่ควรอมค้างไว้เกิน 60 วินาที เพราะส่วนผสมที่เป็นสารเคมีอาจจะทำให้เกิดอาการแสบและระคายเคืองได้ 
     

  4. หากใช้น้ำยาบ้วนปากที่ผสมฟลูออไรด์ ไม่ควรดื่มน้ำหรือกินอาหารทันที ควรเว้นระยะอย่างน้อยสัก 30 นาที เพื่อให้ฟลูออไรด์เคลือบผิวฟันได้มากที่สุด
     

  5. ไม่ควรกลืนน้ำยาบ้วนปาก เพราะในน้ำยาบ้วนปากมีสารเคมีหรือแอลกอฮอล์ ที่อาจจะทำอันตรายต่อกระเพาะและลำไส้ 
     

  6. ไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากเพื่อรักษาอาการต่าง ๆ ของโรคในช่องปาก เช่น ฟันผุ เหงือกบวม มีแผลในปาก  เพราะน้ำยาบ้วนปากส่วนใหญ่มีไว้เพื่อทำให้ช่องปากและลมหายใจสะอาดสดชื่นเท่านั้น ดังนั้นหากคุณมีปัญหาในช่องปาก ควรปรึกษาและขอคำแนะนำจากทันตแพทย์ จะเป็นการดีกว่าค่ะ 
     

  7. ไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ขวบ เพราะเด็กอาจจะกลืนเข้าไป อาจคลื่นไส้ อาเจียน หรือเกิดการเป็นพิษขึ้น หากต้องการจะหัดให้เด็กใช้น้ำยาบ้วนปาก ควรรอให้เด็กรู้จักการบ้วนออกมาก่อน และเลือกใช้น้ำยาบ้วนปากสูตรไร้แอลกอฮอล์หรือสูตรอ่อนโยน ทางที่ดี ควรปรึกษาและขอคำแนะนำจากทันตแพทย์ก่อน รวมถึงควรอ่านคำแนะนำและข้อควรระวังที่ระบุไว้บนฉลากให้ละเอียดและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

น้ำยาบ้วนปาก ยี่ห้อไหนดี ?
           มาถึงตรงนี้แล้วถ้ายังไม่รู้ว่าจะเลือกน้ำยาบ้วนปากขวดไหนดี เรามีข้อมูลมาแนะนำกันค่ะ

1. น้ำยาบ้วนปาก Oral-B 7 Benefits

น้ำยาบ้วนปาก

ภาพจาก pg_official_store

          น้ำยาบ้วนปาก ออรัล-บี สูตรเซเว่น เบเนฟิต กลิ่น Clean Mint ที่จะทำให้ช่องปากของคุณสะอาดและหอมสดชื่น ขวดนี้ไม่มีส่วนผสมของเอทานอล ใช้แล้วไม่ต้องกลัวว่าจะแสบปาก และช่วยลดแบคทีเรียสะสม ด้วย 7 คุณประโยชน์เพื่อสุขภาพปากและฟันที่แข็งแรง

  • ลมหายใจหอมสดชื่น

  • ลดคราบจุลินทรีย์

  • ลดแบคทีเรียสะสม

  • เพิ่มความแข็งแรงให้ร่องฟัน

  • ปกป้องฟันจากหินปูน

  • ทำความสะอาดผิวฟัน

  • เพื่อสุขภาพเหงือกที่แข็งแรง

     ขนาด 500 มล. ราคาปกติ 129 บาท

2. น้ำยาบ้วนปาก LISTERINE TOTAL CARE ZERO ALCOHOL

น้ำยาบ้วนปาก

ภาพจาก listerine

          น้ำยาบ้วนปากลิสเตอรีน โทเทิล แคร์ ซีโร่ แอลกอฮอล์ ชื่อก็บอกชัดเจนว่าไม่มีแอลกอฮอล์ จึงมีรสชาติที่อ่อนโยน ไม่ทำให้แสบปาก นอกจากนี้ยังผสมสารแอนตี้แบคทีเรีย และมีการทดสอบแล้วว่า สามารถดูแลครบ 6 ประการสุขภาพช่องปากในขวดเดียว

  • ช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่น

  • ลดการสะสมของแบคทีเรีย

  • ลดการสะสมใหม่ของหินปูน

  • ปกป้องฟันขาวอย่างเป็นธรรมชาติ

  • ลดการสะสมใหม่ของคราบจุลินทรีย์

  • ดูแลเพื่อสุขภาพเหงือกที่ดี

ขนาด 500 มล. ราคาปกติ 149 บาท

3. น้ำยาบ้วนปาก Colgate Plax แบมบู ชาร์โคล-มินท์

น้ำยาบ้วนปาก

ภาพจาก colgate

          น้ำยาบ้วนปาก คอลเกต พลักซ์ สูตรแบมบู ชาร์โคล-มินท์ ขวดนี้ก็ไร้แอลกอฮอล์เช่นกันค่ะ จึงไม่ต้องกลัวเรื่องระคายเคือง แถมยังมีกลิ่นและรสชาติของแบมบู ชาร์โคล-มินท์ ที่จะช่วยเพิ่มความสดชื่นเย็นยาวนานให้ช่องปาก มาพร้อมกับคุณสมบัติเหล่านี้

  • ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย 

  • ช่วยลดกลิ่นปากยาวนาน

  • ช่วยป้องกันฟันผุด้วยฟลูออไรด์

  • เพื่อสุขภาพเหงือกที่ดียิ่งขึ้น

     ขนาด 500 มล. ราคาปกติ 129 บาท

4. น้ำยาบ้วนปาก C-20 Chlorhexidine

น้ำยาบ้วนปาก

ภาพจาก osi

          น้ำยาบ้วนปาก C-20 Chlorhexidine ส่วนใหญ่จะมีขายที่ร้านขายยา เนื่องจากมีตัวยาออกฤทธิ์สำคัญคือ Chlorhexidine ที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ค่อนข้างครอบคลุม และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราได้อีกด้วย แต่หากใช้ไปนาน ๆ อาจจะทำให้การรับรสชาติของลิ้นเพี้ยนได้ จึงควรใช้เฉพาะหลังการผ่าตัดในช่องปากหรือเหงือกอักเสบมาก และควรให้ทันตแพทย์เป็นผู้สั่งจ่ายยาเท่านั้น

คุณประโยชน์

  • รักษาและป้องกันโรคเหงือกอักเสบ
  • รักษาเชื้อราในช่องปาก
  • ป้องกันการสะสมของคราบหินปูน ช่วยให้ปากสะอาด
  • เหมาะกับผู้ป่วยโรคเหงือกอักเสบ
  • ช่วยทำให้แผลในช่องปาก และแผลจากการผ่าตัดในช่องปากหายได้ดีขึ้น

     ขนาด 360 มล. ราคาปกติ 159 บาท

5. น้ำยาบ้วนปาก SYSTEMA PLAQUE FIGHTER NATURAL TEA FUSION

น้ำยาบ้วนปาก

ภาพจาก systemathailand

          น้ำยาบ้วนปากซิสเท็มมา สูตรพลัคไฟเตอร์ เนเชอรัล ที ฟิวชั่น เป็นน้ำยาบ้วนปากสูตรอ่อนโยนจากธรรมชาติ แต่เด็ดขาดในเรื่องของการขจัดคราบพลัคและแบคทีเรีย โดยมีส่วนผสมของ

  • Camellia Sinensis Leaf ชาเขียวธรรมชาติจากญี่ปุ่น มีสารแอนติออกซิเดนท์ ช่วยลดปัญหาสุขภาพเหงือก

  • Oak Tea + Licorice ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย สาเหตุสำคัญของกลิ่นปาก

  • Fluoride ช่วยป้องกันฟันผุ

     ขนาด 500 มล. ราคาปกติ 120 บาท

6. น้ำยาบ้วนปาก Dentiste’ Oral Rinse

น้ำยาบ้วนปาก

ภาพจาก dentiste

          น้ำยาบ้วนปาก เดนทิสเต้ สูตรออรัล รินส์ จุดเด่นสำคัญคือ สารสกัดจากธรรมชาติ 14 ชนิด เช่น ยูคาลิปตัส อบเชย กานพลู ชะเอม ฯลฯ มีคุณสมบัติ Anti-septic, Anti-inflame, กระตุ้นการหลั่งและเพิ่มการไหลเวียนน้ำลาย จึงช่วยลดปัญหากลิ่นปากตอนเช้า และแก้ไขปัญหาสุขภาพช่องปากที่มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย  

คุณประโยชน์

  • ให้ความสดชื่นกับช่องปาก

  •  ช่วยระงับกลิ่นปาก

  • ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย

  • ช่วยรักษาแผลในปาก แผลร้อนในเหงือกอักเสบ เลือดออกตามไรฟัน

  • ให้ความชุ่มชื้น ไม่แสบปากด้วย pH Balance

ขนาด 400 มล. ราคาปกติ 195 บาท

7. น้ำยาบ้วนปาก FLUOCARIL Ortho Mind & Care

น้ำยาบ้วนปาก

ภาพจาก watsons

          น้ำยาบ้วนปาก ฟลูโอคารีล ออร์โธ มายด์ แอนด์ แคร์ กลิ่นกีวีมินต์ ได้รับการพัฒนาสูตรมาให้เหมาะสำหรับคนจัดฟันโดยเฉพาะ เพราะมีส่วนผสมของสาร CPC ที่ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของฟันผุ โรคเหงือก และกลิ่นปาก ซึ่งคนจัดฟันมีโอกาสเจอปัญหาเหล่านี้ได้ง่ายกว่าคนปกติ

     ขนาด 500 มล. ราคาปกติ 118 บาท

8. น้ำยาบ้วนปาก Propolinse ORIGINAL

น้ำยาบ้วนปาก

ภาพจาก propolinse

          น้ำยาบ้วนปาก โพรโพลินส์ สูตรออริจินัล แบรนด์ยอดฮิตจากประเทศญี่ปุ่น ที่การันตีด้วยรางวัลน้ำยาบ้วนปากยอดเยี่ยมจากเว็บไซต์ความงามชื่อดัง @COSME สูตรนี้มีส่วนผสมหลักจากธรรมชาติที่ช่วยขจัดคราบโปรตีน สาเหตุหลักของกลิ่นปาก และโพรโพลิส หรือผิวของรังผึ้ง ที่ช่วยในเรื่องการรักษาความสะอาด ป้องกันเชื้อโรค และลดการก่อตัวของแบคทีเรีย จึงมีคุณสมบัติเด่น ๆ คือ

  • ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น
  • อ่อนโยนต่อช่องปาก
  • ช่วยรักษาความสะอาดของช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ลดการก่อตัวของหินปูน และลดคราบเหลืองที่ฟัน จึงเหมาะกับคนจัดฟัน คนที่ชอบดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลมมีสี เป็นประจำ

     ขนาด 600 มล. ราคาปกติ 579 บาท

9. น้ำยาบ้วนปาก MONDAHMIN TOTAL CARE

น้ำยาบ้วนปาก

ภาพจาก earth-th

          น้ำยาบ้วนปาก มอนดามิน โททอลแคร์ พรีเมียม มินต์ อีกหนึ่งแบรนด์จากญี่ปุ่นที่ยอดขายไม่เป็นรองใคร เหมาะกับคนชอบความเย็นสดชื่น และเป็นสูตรประสิทธิภาพที่ดูแลปัญหาช่องปากได้สูงสุดถึง 7 ประการ ไม่ว่าจะเป็น

  • ลดกลิ่นปาก
  • ป้องกันฟันผุ
  • ทำความสะอาดปากและฟัน
  • ช่วยทำให้ลมหายใจสดชื่น
  • ป้องกันคราบพลัค
  • ดูแลสุขภาพเหงือก
  • ลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย

     ขนาด 550 มล. ราคาปกติ 112 บาท

10. น้ำยาบ้วนปาก SKYNLAB PREMIUM FRESH MINT

น้ำยาบ้วนปาก

ภาพจาก karmarts

          น้ำยาบ้วนปาก สกินแล็บ พรีเมี่ยม เฟรชมิ้นท์ สูตรอ่อนโยนเป็นพิเศษ มีสารสกัดธรรมชาติหลายชนิดที่ช่วยระงับแบคทีเรีย เสริมสร้างเหงือกและฟันให้แข็งแรง ด้วยคุณสมบัติต่อไปนี้

  • มีสารสกัดธรรมชาติ Spearmint Essential Oil ช่วยปกป้องแบคทีเรียในช่องปาก

  • ไม่มีส่วนผสมของ Alcohol, Paraben, Flavour, SLES, SLS ไม่แสบช่องปากและไม่ระคายเคืองต่อคอ

  • มีแร่ธาตุธรรมชาติจากน้ำแร่ภูเขาฟูจิ ฟลูออไรด์ และแคลเซียม ช่วยเสริมสร้างเหงือกและฟันให้แข็งแรง

  • ช่วยขจัดคราบเมือก คราบเศษอาหาร และสิ่งสกปรกออกได้อย่างหมดจด

  • ระงับแบคทีเรียยาวนาน

  • ลมหายใจหอมสดชื่นทันทีที่ใช้

ขนาด 250 มล. ราคาปกติ 139 บาท

           ถึงตอนนี้หลายคนก็คงจะรู้แล้วว่า ประโยชน์และวิธีการเลือกใช้น้ำยาบ้วนปากให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเป็นอย่างไร รวมถึงข้อมูลตัวอย่างน้ำยาบ้วนปากที่เราแนะนำไปแล้ว คงช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อเลือกใช้ได้ถูกต้อง เพื่อสุขภาพช่องปาก และสุขภาพของตัวคุณเองค่ะ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
10 น้ำยาบ้วนปาก เพิ่มความสะอาด สดชื่น ที่คนรักสุขภาพเลือกใช้ ยี่ห้อไหนดี ปี 2021 โพสต์เมื่อ 9 มีนาคม 2564 เวลา 18:54:26 8,390 อ่าน
TOP