Fish oil น้ำมันปลา ประโยชน์ดียังไง บํารุงสมองได้จริงไหม กินยี่ห้อไหนดี

           Fish oil หรือ น้ำมันปลา ประโยชน์ดีอย่างไร แล้วถ้าเพิ่งเริ่มกินจะเลือก fish oil ยี่ห้อไหนดี พร้อมข้อมูลน่าสนใจของน้ำมันปลาอีกเพียบที่รอให้อ่าน
Fish oil น้ำมันปลา

           Fish oil หรือน้ำมันปลา เป็นอาหารเสริมที่คนไทยคุ้นเคยกันมานาน อย่างบางคนพ่อแม่ก็ให้กินมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่วันนี้เราจะมาทบทวนกันอีกทีว่า Fish oil มีประโยชน์อย่างไร ช่วยสุขภาพด้านไหนได้บ้าง หรือบางข้อสงสัยอย่างน้ำมันปลาบำรุงสมองได้จริงไหม ควรกินตอนไหน น้ำมันปลากินต่อเนื่องได้ไหม กินได้วันละกี่มิลลิกรัม หรือเลือก Fish oil ยี่ห้อไหนดี ทั้งหมดนี้เราหาคำตอบมาให้อ่านกันแล้ว

น้ำมันปลาคืออะไร

Fish oil น้ำมันปลา

          น้ำมันปลา หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Fish oil คือ น้ำมันที่ได้จากส่วนหนัง เนื้อ หัว และหางของปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า เป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันสำคัญหลายชนิด ทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ประกอบไปด้วยกรดไขมัน EPA และกรดไขมัน DHA ที่เราคุ้นเคยกันดี 

          แต่ทั้งนี้หลายคนอาจมีความสับสนระหว่างน้ำมันปลา กับน้ำมันตับปลา ซึ่งเป็นน้ำมันคนละอย่างกันนะคะ โดยน้ำมันตับปลา หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Cod Liver Oil จะได้มาจากส่วนตับของปลาทะเลโดยเฉพาะ และน้ำมันตับปลาจะเป็นแหล่งของวิตามินเอและวิตามินดี แต่ในน้ำมันปลา (Fish oil) จะไม่มีวิตามิน 2 ชนิดนี้

น้ำมันปลา
ช่วยอะไร บำรุงสมองได้จริงไหม

          น้ำมันปลา (Fish oil) มีส่วนช่วยบำรุงสมองได้ เพราะเป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมี DHA และ EPA ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาระบบประสาท และมีความสำคัญต่อการสร้างสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่สั่งงานของสมอง นอกจากนี้ กรดไขมันโอเมก้า 3 ที่พบในน้ำมันปลา ยังมีส่วนช่วยลดการอักเสบในสมอง ทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้น

          อีกทั้งหากได้รับโอเมก้า 3 ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะได้ประโยชน์ในด้านยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ส่งผลให้เลือดไหลเวียนเข้าสู่สมองได้อย่างเป็นปกติดีและสะดวกขึ้น สมองก็จะทำงานได้ดีขึ้นด้วย และน้ำมันปลายังมีประโยชน์อื่น ๆ ตามนี้

  • ลดความเครียดในสมอง

  • ป้องกันความจำเสื่อม

  • ลดการอักเสบในร่างกาย เช่น ปอดอักเสบจากการติดเชื้อ

  • ลดอาการปวดอักเสบตามข้อ เช่น ข้อเสื่อม ข้ออักเสบรูมาตอยด์ เกาต์

  • ลดไตรกลีเซอไรด์ในเลือด

  • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดอุดตัน

น้ำมันปลากินตอนไหน

Fish oil น้ำมันปลา

          น้ำมันปลาควรกินพร้อมอาหาร หรือหลังมื้ออาหารไม่เกิน 30 นาที เพื่อให้ร่างกายดูดซึมน้ำมันปลาได้ดีที่สุด และป้องกันอาการคลื่นไส้ แต่ทั้งนี้หากรับประทานน้ำมันปลาในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แนะนำให้กินตามที่ฉลากผลิตภัณฑ์ระบุเอาไว้จะดีกว่า

น้ำมันปลากินวันละกี่มิลลิกรัม
กินน้ำมันปลาต่อเนื่องได้ไหม

          เราสามารถกินน้ำมันปลา (Fish oil) ต่อเนื่องได้ทุกวัน ส่วนปริมาณน้ำมันปลาที่ควรได้รับต่อวัน แบ่งตามช่วงอายุ ดังนี้

  • เด็กอายุ 2-3 ขวบ ควรได้รับน้ำมันปลาในปริมาณ 40 มิลลิกรัมต่อวัน 

  • เด็กอายุ 4-8 ขวบ ควรได้รับน้ำมันปลาในปริมาณ 55 มิลลิกรัมต่อวัน 

  • วัยรุ่น ควรได้รับน้ำมันปลาในปริมาณ 70-125 มิลลิกรัมต่อวัน 

  • ผู้ใหญ่ ควรได้รับน้ำมันปลาในปริมาณ 250-500 มิลลิกรัมต่อวัน 

  • การใช้เพื่อสุขภาพ อาจต้องการน้ำมันปลาในปริมาณ 2,000-3,000 มิลลิกรัมต่อวัน ขึ้นอยู่กับแพทย์สั่ง

          สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว กำลังตั้งครรภ์ หรือกำลังกินยาอะไรอยู่ ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนรับประทานน้ำมันปลาด้วย

น้ำมันปลากับข้อควรระวัง

Fish oil น้ำมันปลา

          น้ำมันปลาอาจให้ผลข้างเคียงกับบางคนได้ ดังนั้นมาดูกันว่าน้ำมันปลามีข้อควรระวังในการกินยังไงบ้าง

  • คนที่แพ้อาหารทะเล โดยเฉพาะแพ้ปลาทะเล ไม่ควรรับประทานน้ำมันปลา

  • ไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบครึ่ง รับประทานน้ำมันปลา แต่ควรรับประทานเป็นน้ำมันปลาสูตรสำหรับเด็กที่เน้นการให้โอเมก้า 3 ชนิด DHA เพื่อบำรุงสมองและสายตาเป็นหลัก 

  • การกินน้ำมันปลากับยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด เช่น ยาแอสไพริน หรือยาวาร์ฟาริน (Warfarin) ควรมีการปรับขนาดการรับประทานให้เหมาะสม หรือปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อน 

  • สำหรับหญิงตั้งครรภ์สามารถกินได้ โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร ควรได้รับน้ำมันปลาอย่างน้อย 400 มิลลิกรัมต่อวันของปริมาณกรดไขมัน DHA ที่พบในน้ำมันปลา

  • ในบางคนอาจมีอาการคลื่นไส้เมื่อรับประทาน 

วิธีเลือกซื้อน้ำมันปลา

          หากคิดจะเลือกซื้อน้ำมันปลาในรูปแบบอาหารเสริม เรามีทริกเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนซื้อน้ำมันปลามาฝาก ดังนี้

  • เช็กปริมาณกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น DHA และ EPA ว่ามีปริมาณเท่าไร เหมาะสมกับราคาที่ต้องจ่ายไหม 

  • เลือกรูปแบบของเม็ดหรือแคปซูลที่สะดวกกับเรา เช่น น้ำมันปลาในรูปแบบเม็ดซอฟต์เจลขนาดเล็ก กลืนง่าย แต่อาจต้องกินมากกว่า 1 เม็ดต่อวัน หรือแคปซูลเม็ดใหญ่ที่กินวันละแค่ 1 แคปซูล เป็นต้น

  • ถ้าไม่ชอบกลิ่นน้ำมันปลา ให้เลือกแบบไร้กลิ่น หรือที่ระบุคำว่า Odorless บนฉลาก หรือเลือกยี่ห้อที่แต่งกลิ่น เพื่อลดกลิ่นคาวของน้ำมันปลาก็ได้

  • เช็กข้อควรระวังของแต่ละผลิตภัณฑ์ให้ดี เช่น บางยี่ห้อจะระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน หรือแจ้งสารที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้อาหาร เช่น มีส่วนผสมของปลาทะเล อาหารทะเล มีถั่วเหลือง มีกลูเตน เป็นต้น

  • ควรซื้อน้ำมันปลาจากแหล่งผลิตที่มีมาตรฐาน แบรนด์มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการรับรองจาก อย.

  • เช็กวันผลิตและวันหมดอายุบนผลิตภัณฑ์ให้ดี

  • ปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานน้ำมันปลา

  • เลือกซื้อกับเภสัชกร หรือซื้อตามแพทย์สั่งเท่านั้น

น้ำมันปลา (Fish oil) ยี่ห้อไหนดี

          มาดูกันว่าในท้องตลาดมีน้ำมันปลา (Fish oil) ยี่ห้อไหนน่าสนใจบ้าง

1. น้ำมันปลา ยี่ห้อ MEGA WE care FISH OIL 1000 mg

Fish oil น้ำมันปลา

ภาพจาก : megawecare.co.th

          น้ำมันปลาจากแบรนด์อาหารเสริมชื่อดังในบ้านเรา โดยใน 1 แคปซูล จะให้น้ำมันปลา 1,000 มิลลิกรัม มีกรดไขมันโอเมก้า 3 แบ่งเป็น DHA 120 มิลลิกรัม EPA 180 มิลลิกรัม รวม ๆ แล้วให้กรดไขมันสำคัญอยู่ที่ 300 มิลลิกรัมต่อแคปซูล และเขายังใส่วิตามินอีมาให้อีก 1.4 มิลลิกรัมด้วยนะคะ ที่มีคุณภาพมาตรฐานได้รับการรับรองจากสถาบัน TGA จากประเทศออสเตรเลีย และ BfArM จากประเทศเยอรมนี ทำให้มั่นใจในประสิทธิภาพและความปลอดภัย ปราศจากสารปนเปื้อนที่เป็นอันตราย เพียงแต่ว่าน้ำมันปลาของแบรนด์นี้อาจจะมีขนาดแคปซูลที่ใหญ่หน่อย

  • ขนาดบรรจุ : มีขนาด 100 แคปซูล และ 200 แคปซูล
  • ราคาปกติ : 400 บาท และ 699 บาท (ราคาตามจำนวนแคปซูล)
  • วิธีรับประทาน : ครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง พร้อมอาหาร

2. น้ำมันปลา ยี่ห้อ Real Elixir Odourless Fish Oil

Fish oil น้ำมันปลา

ภาพจาก : realelixir.com

          น้ำมันปลาที่สกัดมาจากปลาทะเลน้ำลึกนำเข้าจากนิวซีแลนด์ พร้อมแต่งกลิ่นเปปเปอร์มินต์ โดยแต่ละเม็ดบรรจุน้ำมันปลามาในปริมาณ 1,000 มิลลิกรัม มี DHA 120 มิลลิกรัม EPA 180 มิลลิกรัม และทางแบรนด์ก็เคลมว่าเป็นน้ำมันปลาชนิดไม่มีกลิ่นด้วยนะคะ ใครที่กลัวเรื่องกลิ่นคาว ๆ ของน้ำมันปลาก็หมดห่วงได้เลย

  • ขนาดบรรจุ : มีขนาด 30 แคปซูล และขนาด 100 แคปซูล
  • ราคาปกติ : 220 บาท และ 790 บาท (ราคาตามจำนวนแคปซูล)
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล

3. น้ำมันปลา ยี่ห้อ NOW DHA-250

Fish oil น้ำมันปลา

ภาพจาก : nowfoodsthailand.com

          ขวดนี้เป็นน้ำมันปลาสัญชาติอเมริกัน สกัดมาจากปลาแอนโชวีธรรมชาติ กลั่นและสกัดน้ำมันปลาด้วยกรรมวิธีระดับโมเลกุล เพื่อคงปริมาณ DHA เอาไว้ให้มากที่สุด ซึ่งของแบรนด์นี้จะเป็นน้ำมันปลาในรูปแบบซอฟต์เจลขนาดเล็ก ง่ายต่อการกลืน ไม่คาว ใน 1 เม็ด ประกอบไปด้วย น้ำมันปลา 500 มิลลิกรัม กรดไขมัน DHA 250 มิลลิกรัม กรดไขมัน EPA 125 มิลลิกรัม กรดไขมันอิ่มตัว 60 มิลลิกรัม

  • ขนาดบรรจุ : 120 เม็ด 
  • ราคาปกติ : 1,189 บาท 
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด หลังตื่นนอน ก่อนอาหาร

4. น้ำมันปลา ยี่ห้อ Blackmores Fish Oil 1000 mg

Fish oil น้ำมันปลา

ภาพจาก : blackmores.co.th

          น้ำมันปลาในรูปแบบแคปซูลที่บรรจุน้ำมันปลาจากแหล่งธรรมชาติมา 1,000 มิลลิกรัม โดยแต่ละแคปซูลจะให้กรดไขม้นโอเมก้า 3 ในปริมาณ 300 มิลลิกรัม แยกเป็น DHA 120 มิลลิกรัม EPA 180 มิลลิกรัม และยังเสริมวิตามินอีมาให้ 10 หน่วยสากลด้วยนะคะ นอกจากนี้บนฉลากผลิตภัณฑ์ยังระบุว่าเป็นน้ำมันปลาที่ผ่านการตรวจสอบปริมาณสารปรอทและตะกั่วมาเรียบร้อยแล้ว

  • ขนาดบรรจุ : 80 แคปซูล 
  • ราคาปกติ : 450 บาท 
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมอาหาร

5. น้ำมันปลา ยี่ห้อ VISTRA Salmon Fish Oil 1000 mg Plus Vitamin E

Fish oil น้ำมันปลา

ภาพจาก : vistra.co.th

          สำหรับคนที่ต้องการน้ำมันปลาที่มีวิตามินอื่น ๆ ด้วย ขวดนี้มีน้ำมันปลาที่สกัดมาจากปลาแซลมอน 1 แคปซูลจะให้น้ำมันปลา 1,000 มิลลิกรัม ให้กรดไขมันโอเมก้า 3 รวม 300 มิลลิกรัม (DHA 120 มิลลิกรัม EPA 180 มิลลิกรัม) และยังเสริมวิตามินอีมาให้ในปริมาณ 10 หน่วยสากล หรือ 9.09 มิลลิกรัม ที่สำคัญยังเป็นน้ำมันปลาที่ราคาย่อมเยา

  • ขนาดบรรจุ : 45 แคปซูล 
  • ราคาปกติ : 150 บาท 
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมอาหาร

6. น้ำมันปลา BANNER Hi-B FISH OIL

Fish oil น้ำมันปลา

ภาพจาก : osotspadelivery.com

         น้ำมันปลาแบรนด์ไทยจากโอสถสภา และเป็นน้ำมันปลาที่ใส่วิตามินบีรวม ทั้งวิตามินบี 1, 2, 3, 5, 6, 9, 12 และกรดอะมิโนครบ 18 ชนิด แต่อาจจะได้ปริมาณน้ำมันปลาไม่ค่อยเยอะเท่าไรนะคะ โดยใน 1 แคปซูล จะมีน้ำมันปลาเพียง 200 มิลลิกรัม เป็น DHA 21 มิลลิกรัม EPA 32 มิลลิกรัม แต่หากใครที่รู้สึกว่าสมองล้า ๆ อยากได้วิตามินบีช่วยเสริมการทำงานของสมองด้วย ก็ลองพิจารณาขวดนี้ดูเลย

  • ขนาดบรรจุ : 30 แคปซูล
  • ราคาปกติ : 342 บาท
  • วิธีรับประทาน : รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล

7. น้ำมันปลายี่ห้อ BRAND'S RED MARINE FISH OIL

Fish oil น้ำมันปลา

ภาพจาก : store.brandsworld.co.th

          เป็นอีกหนึ่งแบรนด์อาหารเสริมอันดับต้น ๆ ในไทย โดยขวดนี้เป็นน้ำมันปลาที่ได้มาจากปลาในน้ำทะเลบริสุทธิ์ ให้ปริมาณน้ำมันปลามา 1,000 มิลลิกรัม ต่อ 2 แคปซูล และยังเติมสารต้านอนุมูลอิสระอย่างแอสตาแซนทิน (Astaxanthin) และวิตามินอีที่ก็มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระมาด้วย อีกทั้งยังเป็นน้ำมันปลาในรูปแบบแคปซูลซอฟต์เจลขนาดเล็กเพียง 1.5 เซนติเมตร กลืนง่าย

  • ขนาดบรรจุ : 60 แคปซูล
  • ราคาปกติ : 660 บาท
  • วิธีรับประทาน : วันละ 2 แคปซูล

8. น้ำมันปลา ยี่ห้อ Mamarine ซีเนียร์ สูตรเม็ดซอฟต์เจล

Fish oil น้ำมันปลา

ภาพจาก : mamarinethailand.com

          ขวดนี้เป็นอาหารเสริมที่มีทั้งน้ำมันปลา กรดไขมันโอเมก้า 3 สารสกัดจากโสม โกจิเบอร์รี และยังใส่วิตามิน แร่ธาตุรวม 10 ชนิด มาให้ในแคปซูลซอฟต์เจล เรียกได้ว่าใน 1 แคปซูลจะได้สารอาหารที่หลากหลาย ทว่าเม็ดแคปซูลของเขาอาจจะมีขนาดใหญ่ไปหน่อยสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องการกลืนนะคะ

  • ขนาดบรรจุ : 30 แคปซูล
  • ราคาปกติ : 600 บาท
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล เวลาใดก็ได้
           หากสนใจน้ำมันปลามากินเพื่อดูแลสุขภาพ ลองเลือกตามความชอบได้เลยว่าน้ำมันปลายี่ห้อไหนดีและตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ แต่ทั้งนี้ก่อนรับประทานอาหารเสริมชนิดใด อยากให้ปรึกษาแพทย์ประจำตัวหรือปรึกษาเภสัชกรก่อนทุกครั้งนะคะ

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันปลา :

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
Fish oil น้ำมันปลา ประโยชน์ดียังไง บํารุงสมองได้จริงไหม กินยี่ห้อไหนดี อัปเดตล่าสุด 14 พฤษภาคม 2567 เวลา 10:08:17 255,655 อ่าน
TOP