Kapook.com

5 อาหารเสริมน้ำมันปลา ยี่ห้อไหนดี ปี 2566 ให้ได้ประโยชน์จัดเต็ม รีวิวนี้มีคำตอบ !

แก้ไขเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2566 เวลา 10:38 น.

5 อาหารเสริมน้ำมันปลา ยี่ห้อไหนดี ปี 2566 ให้ได้ประโยชน์จัดเต็ม รีวิวนี้มีคำตอบ !

แก้ไขเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2566 เวลา 10:38 น.

อาหารเสริมน้ำมันปลา
         หนึ่งในสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายที่ไม่สามารถผลิตได้ตามธรรมชาติ แต่คุณพ่อคุณแม่มักจะหามาให้รับประทานกันตั้งแต่เด็กไปจนถึงสูงวัย คงจะหนีไม่พ้น "น้ำมันปลา" ที่อุดมไปด้วยกรดไขมัน Omega-3 นี่เอง แต่ปัญหาคือ สมัยนี้มีหลายแบรนด์จนตัดสินใจยาก บทความนี้เลยขอมารีวิว 5 อาหารเสริม "น้ำมันปลา" ยี่ห้อไหนดี ปี 2566 ให้ได้ประโยชน์จัดเต็ม พร้อมทั้งแนะนำวิธีการเลือกให้เหมาะสม วิธีการรับประทาน และทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับน้ำมันปลากัน

น้ำมันปลา (Fish Oil) คืออะไร

          น้ำมันปลา (Fish Oil) คือ ไขมันหรือน้ำมันที่ถูกสกัดมาจากเนื้อเยื่อของปลาในส่วนของหนัง เนื้อ ฯลฯ โดยเฉพาะกลุ่มปลาทะเลน้ำลึก เช่น ทูน่า แอนโชวี แซลมอน แมคเคอเรล เป็นต้น มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพหลากหลาย จึงถูกจัดให้อยู่ในวงการสารโภชนเภสัช (Nutraceutical) ได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มเด็กและผู้ใหญ่มากที่สุด โดยอุดมไปด้วยกรดไขมัน Omega-3 จำนวน 2 ชนิด ได้แก่

  • EPA (Eicosapentaenoic Acid) 30% : มีประโยชน์หลากหลาย ทั้งควบคุมระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด, ลดความเสี่ยงเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน, ยับยั้งการผลิตสารที่ก่อให้เกิดอาการอักเสบต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณข้อ ฯลฯ

  • DHA (Docosahexaenoic Acid) 70% : สำคัญต่อเซลล์สมองและเซลล์ประสาทตา โดยพบ DHA ที่สมอง 40% และพบที่จอประสาทตา 60% จึงช่วยทั้งเรื่องความจำและการมองเห็นให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ

ปริมาณโอเมก้า 3
ที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน

           ปริมาณการบริโภคน้ำมันปลาควรเลือกตามปัจจัยด้านร่างกายของแต่ละบุคคล ดังนี้

  • เด็ก 1-13 ปี : National Institutes of Health (NIH) แนะนำ 500-1,000 mg

  • ผู้ใหญ่ทั่วไป : องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ 250-500 mg

  • ผู้หญิงตั้งครรภ์ / ให้นมบุตร : European Food Safety Authority (EFSA) แนะนำ 250 mg หรือ DHA 100-200 mg

  • ป้องกันหรือผู้มีปัญหาโรคหัวใจและหลอดเลือด (ลดความอันตราย ไม่ใช่การรักษา) : American Heart Association แนะนำ 500-1,000 mg

  • ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ : National Lipid Association แนะนำ 2,000-4,000 mg

เลือกน้ำมันปลาอย่างไร
ให้ตอบโจทย์ความต้องการ

          สำหรับคนที่กำลังสนใจอยากหาน้ำมันปลาที่ใช่มาบำรุงสุขภาพร่างกาย แต่ยังไม่รู้ว่าควรเลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์ความต้องการและดีต่อสุขภาพสูงสุด ก่อนจะหยิบเอา 5 น้ำมันปลาตัวอย่างมารีวิวให้ฟัง จะขอแนะนำวิธีเลือกน้ำมันปลาให้เข้าใจกันก่อน

1. สังเกตสัดส่วนปริมาณของ DHA : EPA

          เพราะน้ำมันปลาที่ดีควรมีสัดส่วนเป็นของ DHA : EPA ประมาณ 1:2 หรือ 2:3 และรวมกันระหว่าง DHA และ EPA แล้วมากกว่า 20% ขึ้นไป ไม่ใช่ผสมกับสารอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง

2. รูปแบบของน้ำมันปลาที่รับประทานสะดวก

          อาหารเสริมน้ำมันปลาปัจจุบันมีให้เลือกหลายแบบ แต่จะนิยมอยู่ 2 แบบ คือ แบบน้ำ (เมื่อต้องการสารอาหารจำนวนมากแบบน้ำจะนำส่งสารได้ดี แต่มักจะรับประทานยาก เพราะมีกลิ่นคาว) และแบบแคปซูล หรือ Soft Gel (รับประทานง่าย คำนวณปริมาณให้เหมาะกับร่างกายแต่ละวัยได้เหมาะสมง่ายขึ้น และป้องกันการ Oxidized ได้ดีกว่า)

3. ความบริสุทธิ์ของน้ำมันปลา

          ควรเลือกน้ำมันปลาที่ผ่านกระบวนการแปรรูปจากธรรมชาติจนบริสุทธิ์ ปราศจากโลหะหนักอย่าง ปรอท ตะกั่ว หรือสารปนเปื้อนอื่น ๆ ฯลฯ เพื่อความปลอดภัยในการรับประทานต่อเนื่อง

          *แนะนำอีกนิด หากอยากเพิ่มคุณภาพอาจลองมองหาน้ำมันปลาที่สกัดจากปลาธรรมชาติน้ำลึกที่อาศัยในแหล่งน้ำเย็น

4. ผ่านการรับรองมาตรฐาน

          ใครอยากเลือกง่าย ๆ อย่าลืมเลือกน้ำมันปลาที่ผ่านการรับรอง อย. และมาตรฐานต่าง ๆ เพราะการันตีได้ถึงความปลอดภัย คุณภาพดี และได้รับปริมาณเหมาะสมในแต่ละวัน และที่สำคัญไม่มีสารโลหะหนัก

5. มีส่วนประกอบของ Vitamin E

           เพราะปกติกรดไขมัน Omega-3 ในน้ำมันปลาจะเกิดการ Oxidation ได้ง่าย การใส่ Vitamin E ลงไปไม่ใช่แค่ได้สารบำรุงเพิ่มในเรื่องของการต้านอนุมูลอิสระ แต่ยังช่วยรักษาคุณภาพของน้ำมันปลาให้พร้อมบริโภคด้วย

คัดมาแล้ว 5 อาหารเสริมน้ำมันปลา
ยี่ห้อไหนดี ปี 2566

          หลังจากเก็บเทคนิคเลือกน้ำมันปลาอย่างไรให้ตอบโจทย์ความต้องการแล้ว เดี๋ยวเราจะมารีวิว 5 อาหารเสริมน้ำมันปลา ยี่ห้อไหนดี ปี 2566 (ย้ำว่า ตัวอย่างเท่านั้น ! หากไม่ได้พูดถึงก็ไม่ได้แปลว่าไม่ดี เพราะเกณฑ์การตัดสินของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน)

1. น้ำมันปลา ยี่ห้อ VISTRA Salmon Fish Oil 1000 mg Plus Vitamin E

อาหารเสริมน้ำมันปลา

ภาพจาก : vistra.co.th

         น้ำมันปลาที่สกัดมาจากปลาแซลมอนจัดว่าเป็นน้ำมันปลาตัวท็อป ๆ ที่ได้รับความนิยมในท้องตลาดมาอย่างยาวนาน อย่างขวดนี้ VISTRA Salmon Fish Oil สกัดมาจากปลาแซลมอนประเทศนอร์เวย์ ให้กรดไขมันโอเมก้า 3 ในปริมาณ 350 มิลลิกรัมต่อแคปซูล มี EPA และ DHA ในสัดส่วน 180:120 (3:2) ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มีงานวิจัยรับรองว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจหลอดเลือด (Cardio Vascular Diseases; CVD ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

         นอกจากนี้ยังมีวิตามินอีเป็นส่วนประกอบมาช่วยเสริมประสิทธิภาพร่วมกับโอเมก้า 3 และแบรนด์นี้ก็ควบคุมมาตรฐานการผลิตในระดับสากล โดยได้รับการรับรองระบบประกันคุณภาพ GHPs และ HACCP รวมถึงได้รับการรับรองฮาลาล และ อย. ของไทย และโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน มั่นใจได้ว่าสะอาด ปลอดภัย ไม่มีสารโลหะหนักปนเปื้อน

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมอาหาร

  • ปริมาณและราคา : ขนาด 45 แคปซูล 180 บาท เฉลี่ยแล้ว 4 บาท/แคปซูล

  • คะแนน 9.5/10 : สมกับน้ำมันปลาของคนฉลาดเลือกที่เหมาะสมทั้งราคาและคุณภาพ เพราะมีปริมาณน้ำมันปลา 1000 mg และ EPA กับ DHA 180:120 รวมถึงวิตามินอีสูงถึง 10 IU ในราคาที่คุ้มกว่า ตอบโจทย์กับการเป็นน้ำมันปลาสำหรับทุกคนในครอบครัว มีส่วนช่วยเรื่องบำรุงหัวใจ บำรุงสมอง ลดอักเสบ และที่สำคัญเป็น Salmon Fish Oil ที่ได้รับเครื่องหมายฮาลาลเรียบร้อย แถมหาซื้อง่ายตามร้านขายยา ถูกใจคนรักสุขภาพ !

  • ช่องทางสั่งซื้อ : Shopee และ Lazada

2. น้ำมันปลา ยี่ห้อ VISTRA Odorless Fish Oil 1000 mg

อาหารเสริมน้ำมันปลา

ภาพจาก : vistra.co.th

           อีกหนึ่งทางเลือกของน้ำมันปลา VISTRA ที่เราได้บอกต่อไปเล็กน้อยในส่วนที่รีวิวตัวแรก แต่น้ำมันปลา VISTRA Odorless Fish Oil 1000 mg ตัวนี้จะมีความโดดเด่น ที่มีการพัฒนามาตอบโจทย์สำหรับมือใหม่หัดลองน้ำมันปลา ไม่คุ้นชินกับสัมผัสและกลิ่นของน้ำมันปลาโดยเฉพาะ ช่วยลดกลิ่นคาวด้วยกลิ่นเปปเปอร์มินต์ นอกนั้นเรื่องคุณภาพ การรับรองมาตรฐานระดับสากล ได้รับรอง Halal และสารสกัดที่ส่งตรงจากยุโรปยังคงเดิม

  • ปริมาณและราคา : ขนาด 45 แคปซูล 180 บาท เฉลี่ยแล้ว 4 บาท/แคปซูล

  • คะแนน 9.5/10 : Odorless Fish Oil หนึ่งเดียวในตลาดตัวนี้ ถ้าให้ได้มากกว่าสิบก็จะให้เกินสิบไปเลย เพราะนี่คือน้ำมันปลาตัวท็อปใน Fish Oil Market ยืนหนึ่งเรื่องน้ำมันปลาของจริง ! นึกว่าพัฒนากว่าตัวแรกแล้วจะแพงขึ้น แต่ดูราคา โอ้โห คุ้มมาก มีปริมาณน้ำมันปลา 1000 mg และ EPA กับ DHA 180:120 รวมถึงวิตามินอีสูงสุดถึง 15 IU (11.48 mg) ซึ่งสูงที่สุดในตลาดตอนนี้ ด้วยราคาที่คุ้มมาก เด็ก ๆ หรือมือใหม่หัดลองก็บริโภคได้ หรือจะเป็นชาวมุสลิมก็ไม่มีปัญหา เพราะได้เครื่องหมายฮาลาลเรียบร้อย ส่วนกลิ่นก็มีความหอมอ่อน ๆ แบบเปปเปอร์มินต์ ตอบโจทย์คนกังวลเรื่องกลิ่นคาวปลาได้ดีเลยล่ะ

  • ช่องทางสั่งซื้อ : Shopee และ Lazada
          สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะซื้อน้ำมันปลายี่ห้อไหนดี ก็ต้องบอกว่า วิสทร้าฟิชออยล์ทั้ง 2 ขวด ตอบโจทย์เป็นอย่างดี เพราะเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและได้รับการรับรองคุณภาพในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น 

          ✔ ผ่านการตรวจสอบเรื่องโลหะหนัก จึงวางใจได้ว่าไม่มีสารปนเปื้อนจากปรอทและตะกั่ว 
          ✔ มั่นใจได้ในเรื่องของความปลอดภัยและความสะอาดของกระบวนการผลิต โดยผ่านมาตรฐานการรับรองระบบประกันคุณภาพ GHPs (Good Hygiene Practices) และ HACCP (Hazard Analysis Critical Control Point) สำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจาก Bureau Veritas Certification (Thailand) Ltd.
          ✔ ได้รับการรับรอง Halal จากสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ชาวอิสลามสามารถรับประทานได้

3. น้ำมันปลา ยี่ห้อ MEGA Fish Oil 1000 mg

อาหารเสริมน้ำมันปลา

ภาพจาก : megawecare.co.th

         อีกหนึ่งน้ำมันปลายอดฮิตที่เวลาเจอคำถาม น้ำมันปลายี่ห้อไหนดี จะต้องมี MEGA Fish Oil ในนั้น ด้วยความที่ MEGA เป็นแบรนด์ไทยที่มีคุณภาพผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิต GMP จาก 2 แห่ง คือ TGA ออสเตรเลีย และ BfArM เยอรมนี เลือกใช้สารสกัดน้ำมันปลาจากปลาแอนโชวี ผ่านการตรวจสอบโลหะหนักและสารปนเปื้อน มี EPA และ DHA ในสัดส่วน 180:120 หรือ 3:2 เหมือนกัน วิตามินอีใส่มา 1.4 mg แต่ไม่ได้ระบุหน่วย IU คงคุณภาพของน้ำมันปลา หายห่วงเรื่องความสะอาด ปลอดภัย และการผลิตที่มีคุณภาพ

  • ปริมาณและราคา : ขนาด 30 แคปซูล 199 บาท เฉลี่ยแล้ว 6.63 บาท/แคปซูล

  • คะแนน 9/10 : เรื่องของคุณภาพและสัดส่วนของส่วนประกอบในน้ำมันปลาถือว่าไม่แพ้ใคร มีปริมาณน้ำมันปลา 1000 mg และ EPA กับ DHA 180:120 รวมถึงวิตามินอี 1.4 mg ราคาเอื้อมถึงง่าย แต่ราคาต่อแคปซูลถือว่าก็ยังสูงกว่าเกือบเท่าตัว และขนาดแคปซูลค่อนข้างใหญ่ต้องระวังขณะกลืนเล็กน้อย แต่โดยรวมก็ยังถือว่าเป็นอีกหนึ่งน้ำมันปลายอดฮิตที่น่าสนใจ

4. น้ำมันปลา ยี่ห้อ BLACKMORES Odorless Fish Oil MINI

อาหารเสริมน้ำมันปลา

ภาพจาก : blackmores.co.th

         น้ำมันปลาอีกกระปุกที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ BLACKMORES Odorless Fish Oil MINI เอาใจคนรักน้ำมันปลาแบบไม่เหม็นคาว เด็ก ๆ หรือมือใหม่หัดลองน้ำมันปลา ปลอดภัย ไม่เป็นอันตราย ปราศจากโลหะหนักและปรอท ไม่ระคายเคืองกระเพาะ และถูกพัฒนาให้มีขนาดเล็กลง รับประทานง่ายขึ้นกว่าน้ำมันปลารุ่นแรกพอสมควร

  • ปริมาณและราคา : ขนาด 60 แคปซูล 400 บาท เฉลี่ยแล้ว 6.67 บาท/แคปซูล

  • คะแนน 8.5/10 : ด้วยความที่รุ่น MINI ของ BLACKMORES ไม่ว่าจะน้ำมันปลาปกติหรือสูตร Odorless ต่างก็ถูกปรับไซซ์ของแคปซูลเจลให้เล็กลงเพื่อให้บริโภคง่ายขึ้น สิ่งที่ตามมาเลยเป็นเรื่องของปริมาณน้ำมันปลาที่ถูกลดลงครึ่งหนึ่งไปด้วย เหลือเพียง 500 mg ต่อแคปซูล เมื่อมานั่งคำนวณราคาเฉลี่ยต่อแคปซูลเทียบกับน้ำมันปลาที่ได้รับก็ถือว่าราคาสูงเลยล่ะ แต่น่าสนใจที่เป็นอีกทางเลือกให้แก่เด็ก ๆ หรือคนบริโภคน้ำมันปลายากให้บริโภคได้ง่ายขึ้น ส่วนเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพก็ทำได้สมกับมาตรฐานของแบรนด์นี้เลย

5. น้ำมันปลา ยี่ห้อ BLACKMORES Fish Oil 1000 mg

อาหารเสริมน้ำมันปลา

ภาพจาก : blackmores.co.th

         อาหารเสริมชั้นนำจากออสเตรเลีย BLACKMORES มีน้ำมันปลาที่ผ่านกระบวนการผลิตได้มาตรฐานรับรองจาก GMP หรือ PIC/s GMP รวมถึงผ่านการตรวจสอบปริมาณสารปรอทและตะกั่วเหมือนกัน แถมยังมีปริมาณน้ำมันปลา 1000 mg และ EPA กับ DHA 180:120 เหมือนกับตัวอื่นด้วย

  • ปริมาณและราคา : ขนาด 80 แคปซูล 699 บาท เฉลี่ยแล้ว 8.74 บาท/แคปซูล

  • คะแนน 8/10 : เรื่องของคุณภาพ BLACKMORES ไม่เคยห่วง เพราะการันตีด้วยชื่อเสียงระดับ Global Brand ที่มีมาอย่างยาวนาน มีวิตามินอีสูงถึง 10 IU เพื่อคงคุณภาพของน้ำมันปลา เพียงแค่ราคายังถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับน้ำมันปลายี่ห้ออื่นในตลาดเดียวกัน (จากการเทียบกับตัวแรกแล้วราคาเฉลี่ยถือว่าสูงเท่าตัวเลยทีเดียว) แถมยังมีกลิ่นคาวค่อนข้างชัดด้วย

น้ำมันปลากินตอนไหนดีที่สุด ?

         เมื่อเลือกน้ำมันปลาที่โดนใจกันได้แล้ว คำถามว่า กินน้ำมันปลาแบบถูกวิธีทำอย่างไร ? น้ำมันปลากินตอนไหนดีที่สุด ? คำตอบก็คือ กินปริมาณเหมาะสมกับที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน “พร้อมอาหารหรือหลังมื้ออาหาร” เพื่อให้ร่างกายดูดซึมสารจำเป็นเข้าสู่ร่างกายได้ดีมากขึ้น แต่ไม่ควรรับประทานพร้อมอาหารคอเลสเตอรอลสูง (ระดับคอเลสเตอรอลอาจเสียสมดุล) และยาที่มีฤทธิ์ต้านการจับตัวของเลือด เช่น แอสไพริน เป็นต้น (เลือดจะหยุดไหลยากขึ้น)
           หวังว่ารีวิว 5 น้ำมันปลาตัวท็อปประจำปี 2566 ที่เรานำมาฝากนี้จะช่วยให้ทุกคนตัดสินใจบริโภคได้ง่ายขึ้นไม่มากก็น้อย แต่ที่สำคัญคือ อย่าลืมว่า “อาหารเสริม” ไม่ใช่ “ยา”ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ และใช้ยารักษาโรคประจำตัวเป็นประจำตามที่แพทย์แนะนำ (ใครมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารเสริมทุกประเภท) รวมถึงบริโภคน้ำมันปลาที่มีคุณภาพในปริมาณเหมาะสมกับร่างกายแต่ละวัน เพื่อให้สามารถนำสารอาหารจำเป็นไปใช้ประโยชน์ได้สูงสุดอย่างปลอดภัย ถูกใจคนรักสุขภาพกัน !

รวมรูปภาพ 5 อาหารเสริมน้ำมันปลา ยี่ห้อไหนดี ปี 2566 ให้ได้ประโยชน์จัดเต็ม รีวิวนี้มีคำตอบ !

อาหารเสริมน้ำมันปลาอาหารเสริมน้ำมันปลาอาหารเสริมน้ำมันปลาอาหารเสริมน้ำมันปลาอาหารเสริมน้ำมันปลาอาหารเสริมน้ำมันปลา

เรื่องที่คุณอาจสนใจ