หมอธีระวัฒน์ เล่าไวรัสนิปาห์คืออะไร หลังกำลังระบาดที่อินเดีย ไทยต้องเฝ้าระวัง มีมาตั้งแต่ปี 1997 หรือ 30 ปีก่อน
![ไวรัสนิปาห์ ไวรัสนิปาห์]()
วันที่ 23 มกราคม 2569 เฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha มีการโพสต์เรื่องไวรัสนิปาห์ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ว่า
นิปาห์ไวรัส มีตั้งแต่ 1997 สมองอักเสบ ปอดบวม คล้ายไข้หวัดใหญ่
ระบาดครั้งแรกที่มาเลเซีย 1997 ถึง 1998 ติดจากหมู ในโรงฆ่าและชำแหละ ทั้งนี้เล้าหมู ฟาร์มหมูอยู่ใกล้หรืออยู่ใต้ต้นไม้ที่มีค้างคาวกินผลไม้ ค้างคาว ไม่มีอาการแต่ ปล่อยไวรัส ออกมาทางน้ำลายปนเปื้อนอยู่กับผลไม้ที่ตกอยู่บนพื้นดิน และเยี่ยวด้วย ทำให้หมูได้รับเชื้อ
การระบาดในมาเลเซีย-สิงคโปร์ ไม่พบการติดต่อระหว่างคนสู่คน อาการที่สำคัญเป็นอาการทางสมอง โดยมีสองลักษณะคือ
สมองอักเสบเฉียบพลัน เกิดจากเส้นเลือดอักเสบทั่วไปในสมอง แต่อาการแสดงมักเป็นอาการทางการสมอง และลักษณะที่สองเป็นแสดงอาการช้า (late onset) หรือเมื่อรอดชีวิตจากเป็นครั้งแรกเกิดอาการซ้ำสอง (relapse) ลักษณะทางสมองไม่ใช่เส้นเลือดอักเสบ แต่เป็นเนื้อสมองอักเสบเป็นหย่อม ๆ
การระบาดที่พบต่อมาคือที่บังคลาเทศและอินเดีย มักเป็นในฤดู ที่มีการกินน้ำผลไม้คล้ายอินทผลัมสด โดยแขวนกระบอกรองน้ำผลไม้จากต้น และค้างคาวกินน้ำ ผลไม้
ชาวบ้านไม่ต้มน้ำผลไม้ อาจจะเป็นเพราะเกรงว่าจะเสียรสชาติ เลยติดโรคไปด้วย
ลักษณะที่สำคัญ มีสมองอักเสบแบบเฉียบพลัน และมีปอดบวมร่วมด้วย ซึ่งทำให้มีการกระจายของโรคทางละอองฝอยน้ำลายไอจาม ไปสู่คนใกล้ชิด และในสถานที่สวดมนต์พบมีการแพร่เชื้อหลายระลอก จากคนในที่ชุมนุม และนำไปแพร่คนในบ้านเป็นทอด ๆ
อัตราตายในอินเดียและบังคลาเทศสูงกว่ามาเลเซีย คืออีก 70 ถึง 80% เทียบกับน้อยกว่า 50%
รายงานในประเทศฟิลิปปินส์ พบการระบาด ในโรงชำแหละม้า ซึ่งน่าจะติดจากค้างคาวเช่นเดียวกัน แต่อาการออกมาเป็นโรคลักษณะของไข้หวัดใหญ่ หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ อัตราเสียชีวิตน้อยกว่า
ในประเทศไทยในการศึกษา พบว่าค้างคาวไทย มีเชื้อไวรัสสายพันธุ์มาเลเซีย และบังกลาเทศ แต่ไม่พบการติดเชื้อในมนุษย์ ทั้งนี้มีการตรวจสอบคนป่วยด้วยอาการทางสมองทั้งสมองอักเสบแบบทั่วไปและสมองอักเสบที่เด่นทางด้านสมองหลายร้อยราย แต่ไม่พบ
นอกจากนั้นการสืบสวนชุมชนในบริเวณที่มีรังค้างคาวที่มีเชื้อ ไม่ปรากฏว่ามีการติดเชื้อหรือเกิดโรคขึ้น
กรมปศุสัตว์ ได้มีการเฝ้าระวัง และทำการแยกฟาร์มหมูและม้าออกจากต้นไม้ที่มีผลไม้ ซึ่งค้างคาวอาจมากินได้ รวมทั้งมีการวางตาข่ายเพื่อกันไม่ให้ค้างคาวรุกล้ำเข้ามาในฟาร์ม และไม่พบการติดโรคในสัตว์เหล่านี้ในประเทศไทยเช่นกัน
ไม่ควรยุ่งกับค้างคาวโดยเด็ดขาด ไม่กินค้างคาว ไม่ดื่มเลือดจากค้างคาว รวมทั้งอาจติดได้ขณะฆ่าชำแหละเครื่องใน
การซักประวัติ ผู้ป่วยที่มีมีไข้ ไม่ว่าจะมีอาการเด่นทางระบบทางเดินหายใจ หรือสมอง ต้องรวมประวัติภูมิลำเนาถิ่นฐาน การใกล้ชิดสัมผัสกับสัตว์ กับผู้ป่วยในบ้านในที่ทำงาน และสอบถามมีผู้ป่วยในลักษณะเดียวกันในเวลาใกล้เคียง เกิดขึึ้น หรือไม่ ซึ่งแสดงถึงการเริ่มระบาด เพื่อวางมาตรการควบคุมขอบเขตของโรค และระบุตัวเชื้อให้เร็วที่สุด
หมายเหตุ ตามคำให้การของ Dr Steven Quay MD PhD ต่อรัฐสภาสหรัฐ เกี่ยวกับเรื่องไวรัสโควิดที่สร้างขึ้น ได้ให้ข้อมูลว่ามีการตัดต่อพันธุกรรมของไวรัสนิปาห์ ให้สามารถแพร่ได้ทางอากาศ ดังนั้นมีความจำเป็นต้องสอดส่องดูปรากฏการณ์ที่ผิดปกติทางการแพร่และอาการทางคลินิกที่อาจเปลี่ยนไปด้วย
ขณะเดียวกัน กรมควบคุมโรคระบุว่า ตอนนี้มีการเฝ้าระวังไวรัสนิปาห์ในประเทศอินเดียอย่างใกล้ชิด

วันที่ 23 มกราคม 2569 เฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha มีการโพสต์เรื่องไวรัสนิปาห์ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ว่า
นิปาห์ไวรัส มีตั้งแต่ 1997 สมองอักเสบ ปอดบวม คล้ายไข้หวัดใหญ่
ระบาดครั้งแรกที่มาเลเซีย 1997 ถึง 1998 ติดจากหมู ในโรงฆ่าและชำแหละ ทั้งนี้เล้าหมู ฟาร์มหมูอยู่ใกล้หรืออยู่ใต้ต้นไม้ที่มีค้างคาวกินผลไม้ ค้างคาว ไม่มีอาการแต่ ปล่อยไวรัส ออกมาทางน้ำลายปนเปื้อนอยู่กับผลไม้ที่ตกอยู่บนพื้นดิน และเยี่ยวด้วย ทำให้หมูได้รับเชื้อ
การระบาดในมาเลเซีย-สิงคโปร์ ไม่พบการติดต่อระหว่างคนสู่คน อาการที่สำคัญเป็นอาการทางสมอง โดยมีสองลักษณะคือ
สมองอักเสบเฉียบพลัน เกิดจากเส้นเลือดอักเสบทั่วไปในสมอง แต่อาการแสดงมักเป็นอาการทางการสมอง และลักษณะที่สองเป็นแสดงอาการช้า (late onset) หรือเมื่อรอดชีวิตจากเป็นครั้งแรกเกิดอาการซ้ำสอง (relapse) ลักษณะทางสมองไม่ใช่เส้นเลือดอักเสบ แต่เป็นเนื้อสมองอักเสบเป็นหย่อม ๆ
การระบาดที่พบต่อมาคือที่บังคลาเทศและอินเดีย มักเป็นในฤดู ที่มีการกินน้ำผลไม้คล้ายอินทผลัมสด โดยแขวนกระบอกรองน้ำผลไม้จากต้น และค้างคาวกินน้ำ ผลไม้
ชาวบ้านไม่ต้มน้ำผลไม้ อาจจะเป็นเพราะเกรงว่าจะเสียรสชาติ เลยติดโรคไปด้วย
ลักษณะที่สำคัญ มีสมองอักเสบแบบเฉียบพลัน และมีปอดบวมร่วมด้วย ซึ่งทำให้มีการกระจายของโรคทางละอองฝอยน้ำลายไอจาม ไปสู่คนใกล้ชิด และในสถานที่สวดมนต์พบมีการแพร่เชื้อหลายระลอก จากคนในที่ชุมนุม และนำไปแพร่คนในบ้านเป็นทอด ๆ
อัตราตายในอินเดียและบังคลาเทศสูงกว่ามาเลเซีย คืออีก 70 ถึง 80% เทียบกับน้อยกว่า 50%
รายงานในประเทศฟิลิปปินส์ พบการระบาด ในโรงชำแหละม้า ซึ่งน่าจะติดจากค้างคาวเช่นเดียวกัน แต่อาการออกมาเป็นโรคลักษณะของไข้หวัดใหญ่ หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ อัตราเสียชีวิตน้อยกว่า
ในประเทศไทยในการศึกษา พบว่าค้างคาวไทย มีเชื้อไวรัสสายพันธุ์มาเลเซีย และบังกลาเทศ แต่ไม่พบการติดเชื้อในมนุษย์ ทั้งนี้มีการตรวจสอบคนป่วยด้วยอาการทางสมองทั้งสมองอักเสบแบบทั่วไปและสมองอักเสบที่เด่นทางด้านสมองหลายร้อยราย แต่ไม่พบ
นอกจากนั้นการสืบสวนชุมชนในบริเวณที่มีรังค้างคาวที่มีเชื้อ ไม่ปรากฏว่ามีการติดเชื้อหรือเกิดโรคขึ้น
กรมปศุสัตว์ ได้มีการเฝ้าระวัง และทำการแยกฟาร์มหมูและม้าออกจากต้นไม้ที่มีผลไม้ ซึ่งค้างคาวอาจมากินได้ รวมทั้งมีการวางตาข่ายเพื่อกันไม่ให้ค้างคาวรุกล้ำเข้ามาในฟาร์ม และไม่พบการติดโรคในสัตว์เหล่านี้ในประเทศไทยเช่นกัน
ข้อควรระวัง
ไม่ควรยุ่งกับค้างคาวโดยเด็ดขาด ไม่กินค้างคาว ไม่ดื่มเลือดจากค้างคาว รวมทั้งอาจติดได้ขณะฆ่าชำแหละเครื่องใน
การซักประวัติ ผู้ป่วยที่มีมีไข้ ไม่ว่าจะมีอาการเด่นทางระบบทางเดินหายใจ หรือสมอง ต้องรวมประวัติภูมิลำเนาถิ่นฐาน การใกล้ชิดสัมผัสกับสัตว์ กับผู้ป่วยในบ้านในที่ทำงาน และสอบถามมีผู้ป่วยในลักษณะเดียวกันในเวลาใกล้เคียง เกิดขึึ้น หรือไม่ ซึ่งแสดงถึงการเริ่มระบาด เพื่อวางมาตรการควบคุมขอบเขตของโรค และระบุตัวเชื้อให้เร็วที่สุด
หมายเหตุ ตามคำให้การของ Dr Steven Quay MD PhD ต่อรัฐสภาสหรัฐ เกี่ยวกับเรื่องไวรัสโควิดที่สร้างขึ้น ได้ให้ข้อมูลว่ามีการตัดต่อพันธุกรรมของไวรัสนิปาห์ ให้สามารถแพร่ได้ทางอากาศ ดังนั้นมีความจำเป็นต้องสอดส่องดูปรากฏการณ์ที่ผิดปกติทางการแพร่และอาการทางคลินิกที่อาจเปลี่ยนไปด้วย
ขณะเดียวกัน กรมควบคุมโรคระบุว่า ตอนนี้มีการเฝ้าระวังไวรัสนิปาห์ในประเทศอินเดียอย่างใกล้ชิด






