เช็ก 5 อาการเตือน เส้นเลือดสมองตีบ แบบไม่รู้ตัว หมอแนะวิธีดูแลตัวเอง ลดเสี่ยงได้


           หมอเตือนสัญญาณเส้นเลือดสมองตีบ อาจเริ่มจากอาการใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม พร้อมแนะวิธีปรับพฤติกรรมลดความเสี่ยงที่ทำได้จริง

เส้นเลือดสมองตีบ


          วันที่ 29 มกราคม 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา โพสต์ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด  ในหัวข้อ "5 อาการเตือน เส้นเลือดสมองตีบแบบไม่รู้ตัว !" เผยถึงสัญญาณของเส้นเลือดสมองตีบที่ต้องระวัง ซึ่งมักถูกมองข้ามหรือเข้าใจผิดว่าเป็นผลจากความเครียด อายุ หรือการพักผ่อนไม่พอ หากละเลยบ่อย ๆ อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ จึงต้องหวั่นเช็กอาการรวมทั้งยังแนะนำหลายวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงได้จริง

          โพสต์ดังกล่าว ระบุว่า หลายคนเข้าใจว่าเส้นเลือดสมองตีบต้องมีอาการหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ได้แบบเฉียบพลันเท่านั้น แต่ความจริงคือในระยะแรกมักมาแบบเงียบ ๆ ไม่ชัดเจน ไม่รุนแรง คล้ายอาการพักผ่อนไม่พอ วัยทอง หรือความเครียด ทำให้คนจำนวนมากมองข้าม พอรู้ตัวอีกทีอาจกลายเป็นสโตรกเต็มรูปแบบไปแล้ว มาดูสัญญาณเตือนที่ร่างกายส่งมาก่อนแบบไม่รู้ตัวกัน


1. เวียนหัว มึนหัว บ้านหมุนเป็น ๆ หาย ๆ


          ไม่ได้เปลี่ยนท่าทางเร็ว ไม่ได้ความดันต่ำ แต่มีอาการมึนงง หน้ามืด วิงเวียนบ่อย โดยเฉพาะตอนตื่นนอน ลุกจากที่นั่ง หรือช่วงเย็น สาเหตุเกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ เพราะหลอดเลือดเริ่มตีบ แข็งตัว เลือดไหลไม่สม่ำเสมอ สมองจึงขาดออกซิเจนเป็นช่วง ๆ ร่างกายจึงเตือนด้วยอาการเวียนหัวแบบเงียบ ๆ

2. ปวดหัวตื้อ ๆ เรื้อรัง ไม่เหมือนไมเกรน


          เป็นอาการปวดแบบหนัก ๆ ตื้อ ๆ อึดอัดทั้งศีรษะหรือท้ายทอย ไม่ใช่ปวดจี๊ด และไม่ชัดจุด มักเป็นช่วงเย็นหรือกลางคืน เกิดจากแรงดันเลือดในสมองแปรปรวนจากหลอดเลือดตีบและแข็ง ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่สมดุล เป็นสัญญาณเตือนของหลอดเลือดเสื่อมระยะแรกที่มักถูกมองข้าม



3. มือเท้าชา เป็น ๆ หาย ๆ แบบไม่มีสาเหตุ


          ชาตามปลายนิ้ว แขน ขา หรือครึ่งซีกของร่างกายเป็นช่วง ๆ โดยไม่ได้กดทับและไม่ได้นั่งท่าเดิมนาน สาเหตุเกิดจากระบบไหลเวียนเลือดและเส้นประสาทได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่พอจากหลอดเลือดที่เริ่มตีบ ทำให้การนำสัญญาณประสาทผิดปกติ เป็นสัญญาณเตือนหลอดเลือดสมองระยะแรกที่มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงเส้นประสาทอักเสบ

4. ความจำสั้น สมองเบลอ สมาธิลดลง


          ลืมง่าย คิดช้า โฟกัสไม่อยู่ เหมือนสมองล้า ทั้งที่ไม่ได้เครียดมากและไม่ได้นอนน้อยอย่างชัดเจน สาเหตุคือสมองได้รับเลือดและออกซิเจนลดลงเรื้อรังจากหลอดเลือดตีบ ทำให้เซลล์สมองทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาการนี้มักมาแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงถูกมองว่าเป็นเรื่องของอายุ ทั้งที่จริงเป็นสัญญาณว่าระบบหลอดเลือดกำลังมีปัญหา

5. เหนื่อยง่าย อ่อนแรง เพลียผิดปกติ


          ทำกิจกรรมเล็กน้อยก็เหนื่อย ใจสั่น เพลียเร็ว และฟื้นตัวยาก ทั้งที่ตรวจหัวใจและกล้ามเนื้อปกติ ปัญหามาจากระบบไหลเวียนเลือดที่ไม่ดี เลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญไม่พอจากหลอดเลือดตีบ ทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน ถือเป็นสัญญาณเตือนเงียบของความเสื่อมของระบบหลอดเลือด


ลดความเสี่ยงสมองตีบได้ด้วยการดูแลตัวเอง


          - คุมความดัน น้ำตาล และไขมันให้เสถียร ช่วยลดการเสื่อมของผนังหลอดเลือด

          - เดินเร็วหรือออกกำลังกายแบบแอโรบิกเบา ๆ ทุกวัน เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมอง

          - รับประทานไขมันดี เช่น ปลา น้ำมันมะกอก อะโวคาโด และถั่ว เพื่อลดการอักเสบของหลอดเลือด

          - ลดหวาน มัน เค็ม เพื่อลดเลือดหนืดและคราบไขมันเกาะผนังหลอดเลือด

          - ดื่มน้ำสม่ำเสมอ เพื่อให้เลือดไม่ข้นและลดการอุดตัน

          - นอนให้เพียงพอ เพื่อฟื้นฟูหลอดเลือดในช่วงกลางคืน

          - จัดการความเครียด เพื่อลดการหดเกร็งของหลอดเลือด

          - ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ โดยเฉพาะความดัน ไขมัน น้ำตาล และหลอดเลือดคอ เพื่อป้องกันก่อนเกิดสโตรก


          หลอดเลือดสมองตีบระยะแรกมักไม่แสดงอาการรุนแรง แต่จะส่งสัญญาณเงียบ ๆ ผ่านอาการเวียนหัว ปวดหัวตื้อ ๆ ชา สมองเบลอ และเหนื่อยง่าย ซึ่งหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องอายุ ความเครียด หรือพักผ่อนไม่พอ หากอาการเหล่านี้เกิดซ้ำ ๆ ต่อเนื่อง อย่าชะล่าใจ เพราะการตรวจพบเร็วสามารถป้องกันสโตรกได้จริง การดูแลไขมัน น้ำตาล ความดัน การนอน และระบบไหลเวียนตั้งแต่วันนี้ คือกุญแจสำคัญในการป้องกันเส้นเลือดสมองตีบก่อนจะกลายเป็นภาวะรุนแรงได้




เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เช็ก 5 อาการเตือน เส้นเลือดสมองตีบ แบบไม่รู้ตัว หมอแนะวิธีดูแลตัวเอง ลดเสี่ยงได้ อัปเดตล่าสุด 31 มกราคม 2569 เวลา 16:48:28 8,854 อ่าน
TOP
x close