โควิดสายพันธุ์ Cicada คืออะไร รู้อะไรแล้วบ้าง หลังทั่วโลกจับตา ตรวจพบมีการกลายพันธุ์สูง ระบาดในสหรัฐฯ และแพร่แล้วกว่า 20 ประเทศ

หมายเหตุ : ภาพไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
วันที่ 25 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ USA Today เผยรายงานข้อควรรู้เกี่ยวกับ
ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ BA.3.2 หรือที่มีชื่อเล่นว่า Cicada
ซึ่งกำลังแพร่ระบาดในสหรัฐฯ โดยตรวจพบว่ามีการกลายพันธุ์สูง
และเริ่มแพร่กระจายไปแล้วมากกว่า 20 ประเทศ
ทางศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) และองค์การอนามัยโลก (WHO)
กำลังติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญแสดงความเป็นกังวลว่า
วัคซีนในปัจจุบันอาจมีประสิทธิภาพลดลงในการป้องกันการติดเชื้อ
โควิดสายพันธุ์ Cicada คืออะไร
โควิด-19 สายพันธุ์ Cicada หรือ BA.3.2 เป็นสายพันธุ์ย่อยของ Omicron ที่มีการกลายพันธุ์จำนวนมาก ถูกตั้งชื่อให้ว่า Cicada หรือ จักจั่น (สื่อไทยบางแห่งใช้เรียกว่า จิ้งหรีด) ซึ่งเป็นชื่อของแมลงที่ปรากฏตัวให้เห็นได้ยาก เนื่องจากโควิดสายพันธุ์นี้ส่วนใหญ่ยังคงไม่ถูกตรวจพบ หรือซ่อนตัวอยู่
ดร. โรเบิร์ต เอช. ฮอปกินส์ จูเนียร์ ผู้อำนวยการทางการแพทย์ของมูลนิธิแห่งชาติเพื่อโรคติดเชื้อ เผยว่า โควิดสายพันธุ์นี้มีลักษณะเฉพาะคือ มีการกลายพันธุ์ 70-75 ตำแหน่งในโปรตีนหนาม ซึ่งเป็นส่วนของไวรัสที่ทำหน้าที่ในการเข้าสู่เซลล์มนุษย์ โดยนักวิจัยระบุว่า เป็นลักษณะของการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน โดยไวรัสอาจหลบเลี่ยงการป้องกันจากการติดเชื้อ หรือวัคซีนก่อนหน้านี้ได้บางส่วน
ระบาดในสหรัฐ - แพร่แล้วในหลายประเทศ
มีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 19 สายพันธุ์ Cicada รายแรกของโลกที่แอฟริกาใต้ ในเดือนพฤศจิกายน 2567 ส่วนในสหรัฐฯ ตรวจพบครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2568 จากผู้เดินทางเข้าประเทศ จากนั้นในเดือนมกราคม 2569 พบผู้ป่วยรายแรกที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อในสหรัฐฯ และมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2026 องค์การอนามัยโลก (WHO) เพิ่มโควิดสายพันธุ์ Cicada ลงในรายชื่อ "สายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวัง" เนื่องจากมีรายงานตรวจพบเพิ่มขึ้นในอย่างน้อย 23 ประเทศ รวมถึง ญี่ปุ่น เคนยา เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) เริ่มติดตามสายพันธุ์โควิดสายพันธุ์ Cicada ในรายงานเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 หลังจากสังเกตเห็นจำนวนผู้ป่วยในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 25 รัฐ

หมายเหตุ : ภาพไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
อาการของโควิดสายพันธุ์ Cicada
อาการทั่วไปใกล้เคียงกับโควิด 19 สายพันธุ์อื่น ๆ ได้แก่
- น้ำมูกไหลหรือคัดจมูก
- ปวดหัว
- อ่อนเพลีย
- จาม
- เจ็บคอ
- ไอ
- การรับกลิ่น หรือรสชาติเปลี่ยน
อย่างไรก็ดี โควิดสายพันธุ์ Cicada ที่อาการน่าสังเกตคือ "มีอาการเจ็บคอที่รุนแรง" โดยพบผู้ป่วยมีรายงานอาการเจ็บคอเพิ่มมากขึ้น
จับตาเรื่องที่เป็นกังวล
ประเด็นเรื่องประสิทธิภาพของวัคซีนโควิด 19 ยังคงอยู่ภายใต้การศึกษาอย่างต่อเนื่อง องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า วัคซีนและยาต้านไวรัสที่มีอยู่คาดว่าจะยังคงสามารถป้องกันโรคที่รุนแรงได้ อย่างไรก็ดี ประเด็นเรื่องการกลายพันธุ์สูงของสายพันธุ์นี้ ก่อให้เกิดความกังวลในหมู่ผู้เชี่ยวชาญ โดยฮอปกินส์ กล่าวว่า "จำนวนการกลายพันธุ์สูงอาจทำให้โอกาสที่วัคซีนในปัจจุบันจะมีประสิทธิภาพลดลง"
แนวโน้มของโควิด 19 สายพันธุ์ Cicada ยังคงไม่แน่นอน แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า มีแนวโน้มที่จะเกิดการระบาดติดเชื้อในอนาคต "เป็นไปได้ที่เราจะได้เห็นสายพันธุ์ Cicada ก่อให้เกิดการระบาดของโควิดในช่วงฤดูร้อน และกลายเป็นสายพันธุ์หลักในสหรัฐอเมริกา" ฮอปกินส์ กล่าว
ทั้งนี้ ด้วยลักษณะการกลายพันธุ์ ศักยภาพในการหลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกัน และการตรวจพบที่เพิ่มมากขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก โควิด 19 สายพันธุ์ Cicada จึงกำลังถูกจับตามอง โดยนักวิจัยเน้นย้ำว่า การเฝ้าระวังทั่วโลกเกิดช่องว่าง ซึ่งอาจหมายความว่าสายพันธุ์นี้ได้แพร่กระจายไปมากกว่าที่มีข้อมูลในรายงาน





