หมอเตือน 10 เมนูอาหารไทยยอดฮิต กินบ่อย ๆ ความดันพุ่ง เสี่ยงไตวายไม่รู้ตัว

          หมอโอ๊ค เตือน 10 เมนูไทยโซเดียมสูง เสี่ยงความดันพุ่ง อาจลุกลามเป็นไตวาย พร้อมเปิดวิธีฟื้นฟูไตที่ทำได้ทันที

เมนูไทยอันตราย

         วันที่ 22 เมษายน 2569 นพ.ศุภฤกษ์ วิจารณาญาณ โพสต์ให้ความรู้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอโอ๊ค DoctorSixpack ในหัวข้อ "เตือนภัยเงียบ 10 อาหารไทยเร่งไตวาย ไตพังไม่รู้ตัว ถอดบทเรียนจากอเมริกา" เล่าถึงหนึ่งในสาเหตุที่อาจทำให้ป่วยโรคไต อาจมาจากพฤติกรรมการกินล้วน ๆ ทั้งอาหารรสจัด โซเดียมสูง เครื่องดื่มหวาน และอาหารแปรรูปที่คนไทยคุ้นเคยในชีวิต 

         โพสต์ดังกล่าว ระบุว่า หมอเพิ่งได้ตรวจและให้คำปรึกษาคนไข้คนไทยท่านหนึ่งที่โรงพยาบาลในประเทศไทย เป็นเคสที่น่าตกใจมาก เพราะคนไข้มีภาวะไตวายเฉียบพลัน ค่าการทำงานของไต eGFR ร่วงจากระยะที่ 2 eGFR 70 กว่า กลายเป็นระยะที่ 4 eGFR เหลือ 29 ภายในเวลาแค่ 3 เดือน เมื่อซักประวัติลึก ๆ พบว่าสาเหตุไม่ได้มาจากกรรมพันธุ์ แต่มาจากพฤติกรรมล้วน ๆ 

         คนไข้ทานอาหารรสเค็มจัด ดื่มน้ำอัดลมและน้ำผลไม้หวานเจี๊ยบแทนน้ำเปล่า กินก๋วยเตี๋ยวเรือมื้อละ 4 ชาม เน้นลูกชิ้นและอาหารแปรรูป ปิดท้ายด้วยผลไม้หวานจัดทุกมื้อ พฤติกรรมเหล่านี้นี่แหละคือระเบิดเวลาทำลายไต

ทำไมไตวายระยะสุดท้ายถึงน่ากลัวกว่าที่คุณคิด


         โรคไตคือฆาตกรเงียบตัวจริง เพราะไตเป็นอวัยวะที่อดทนมาก แม้จะพังไปแล้ว 70 เปอร์เซ็นต์ คุณก็อาจจะยังไม่มีอาการอะไรเลย ไม่มีอาการไม่ได้แปลว่าไม่ป่วย จนกระทั่งเข้าสู่ระยะที่ 5 End-Stage Renal Disease หรือ ESRD ซึ่งเป็นระยะที่ไตหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง สิ่งที่ตามมาคือความน่ากลัวอย่างแท้จริง

         คุณภาพชีวิตพังทลาย คุณต้องถูกจำกัดการดื่มน้ำ บางคนดื่มได้แค่วันละ 2 ถึง 3 แก้ว ทานอะไรก็ไม่ได้ ต้องไปโรงพยาบาลเพื่อฟอกเลือดสัปดาห์ละ 2 - 3 วัน ครั้งละ 4 ชั่วโมง ร่างกายจะอ่อนเพลีย คันตามตัว และกระดูกเปราะบาง

         อัตราการเสียชีวิตสูง ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ผู้ป่วยที่ต้องฟอกเลือดมีอัตราการรอดชีวิตใน 5 ปี เพียงประมาณ 40 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และในระยะ 10 ปี อัตราการรอดชีวิตจะยิ่งลดต่ำลงอย่างมาก สาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่มาจากโรคหัวใจและหลอดเลือดที่แทรกซ้อน 

10 อาหารไทยยอดฮิต เร่งไตวายติดสปีด พร้อมสูตรทดแทน


         อาหารเหล่านี้เต็มไปด้วยโซเดียม จากเกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว ผงชูรส แป้งขัดสี และฟอสฟอรัสจากเนื้อสัตว์แปรรูป ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกาย โซเดียมจะดึงน้ำเข้าหลอดเลือด ทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงไปกระแทกตาข่ายกรองไต Glomerulus จนฉีกขาด 

เมนูไทยอันตราย

1. ส้มตำปลาร้า ส้มตำปู โซเดียม 1,913 mg

         ทำไมถึงแย่ : น้ำปลาร้าและผงชูรสจำนวนมากทำให้ความดันพุ่ง ไตต้องทำงานหนักเพื่อขับเกลือทิ้ง
         เมนูทดแทน : ส้มตำไทย สั่งไม่ใส่ผงชูรส ลดน้ำปลาลงครึ่งหนึ่ง บีบมะนาวแท้เพิ่มความเปรี้ยว

2. ต้มยำกุ้งน้ำข้น โซเดียม 1,726 mg

         ทำไมถึงแย่ : น้ำพริกเผา นมข้นจืด และน้ำปลา คือการรวมตัวของไขมันและโซเดียมที่ทำให้เลือดข้น
         เมนูทดแทน : ต้มยำกุ้งน้ำใส ไม่ใส่น้ำพริกเผา เน้นสมุนไพร และไม่ซดน้ำซุป

3. สุกี้แห้ง โซเดียม 1,300 ถึง 1,500 mg

         ทำไมถึงแย่ : น้ำจิ้มสุกี้มีโซเดียมและน้ำตาลสูง
         เมนูทดแทน :สุกี้น้ำ เน้นผักและเต้าหู้ ใส่น้ำจิ้มเล็กน้อย และไม่ซดน้ำซุป

4. แกงพะแนงหมู โซเดียม 1,349 mg

         ทำไมถึงแย่ :เครื่องแกงสำเร็จรูปและกะทิทำให้เกิดการอักเสบในหลอดเลือด
         เมนูทดแทน :หมูสับไม่ติดมัน รวนน้ำจิ้มแจ่วโซเดียมต่ำ ทานคู่ผักสด

5. แกงมัสมั่นไก่ โซเดียม 1,303 mg

         ทำไมถึงแย่ : หวานจัด เค็มจัด มันจัด ส่งผลต่อไขมันพอกตับและภาวะดื้ออินซูลิน
         เมนูทดแทน : ต้มจืดไก่สับปั้นก้อนใส่ผักกาดขาวและเห็ดหอม

6. ผัดไทย โซเดียม 1,138 mg

         ทำไมถึงแย่ : แป้งเส้นและน้ำปรุงทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่ง
         เมนูทดแทน : ยำเส้นแก้วหรือเส้นบุก ใส่กุ้งลวกและเห็ดหูหนู

7. ยำมาม่า โซเดียมมากกว่า 1,000 mg

         ทำไมถึงแย่ : เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีไขมันและโซเดียมสูง
         เมนูทดแทน : ยำวุ้นเส้น ใส่เห็ดรวม ปรุงด้วยมะนาวสดและพริก

8. แกงเขียวหวานไก่ โซเดียม 870 mg

         ทำไมถึงแย่ : เครื่องแกงและกะทิส่งผลต่อหลอดเลือด
         เมนูทดแทน : แกงเลียงผักรวม ลดการใส่กะปิ

9. ต้มข่าไก่ โซเดียม 854 mg

         ทำไมถึงแย่ : ความเค็มและมันทำให้ไตเสียสมดุลการขับน้ำ
         เมนูทดแทน :ไก่นึ่งสมุนไพร หรือปลานึ่งจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ด

10. ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตก โซเดียม 842 mg

         ทำไมถึงแย่ : น้ำซุปเข้มข้น ซีอิ๊วดำ และเนื้อสัตว์แปรรูปมีฟอสฟอรัสสูง
         เมนูทดแทน : ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสเส้นหมี่ขาว ไม่ใส่ลูกชิ้น ไม่ใส่กระเทียมเจียว ใส่เนื้อสัตว์ต้ม และไม่ซดน้ำซุป

10 วิธีฟื้นฟูไต ลดความดัน ลดเบาหวาน ลงมือทำได้ทันที


         - กินอาหารแบบ PLADO เน้นโปรตีนพืช เช่น เต้าหู้ ถั่ว แทนเนื้อสัตว์ใหญ่
         - ดื่มน้ำเปล่าให้ได้วันละ 2.5 ถึง 3 ลิตร หากไม่ถูกจำกัดน้ำ โดยจิบตลอดวัน
         - เลิกซดน้ำซุป น้ำแกงและน้ำก๋วยเตี๋ยวเป็นแหล่งโซเดียมสูง
         - ทำ IF 12 ถึง 14 ชั่วโมง เพื่อลดการอักเสบ
         - เดินออกกำลังกายวันละ 30 นาที ช่วยลดความดัน
         - ทำเวทเทรนนิ่ง เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ช่วยควบคุมน้ำตาล
         - หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม ลูกชิ้น
         - นอนหลับให้ได้ 7 - 8 ชั่วโมง
         - เปลี่ยนเครื่องดื่มหวานเป็นมัทฉะเพียว ไม่ใส่นมและน้ำตาล
         - วัดความดันและน้ำตาลที่บ้านทุกวัน

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก หมอโอ๊ค DoctorSixpack


เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
หมอเตือน 10 เมนูอาหารไทยยอดฮิต กินบ่อย ๆ ความดันพุ่ง เสี่ยงไตวายไม่รู้ตัว โพสต์เมื่อ 25 เมษายน 2569 เวลา 10:12:35 28,441 อ่าน
TOP
x close