Bell Palsy คืออะไร ? เข้าใจโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก วิธีรักษาที่ถูกจุด

          Bell Palsy คือภาวะกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีกจากการอักเสบของเส้นประสาทคู่ที่ 7 ทำให้หน้าเบี้ยว หรือหลับตาไม่สนิท เช็กสัญญาณเตือนที่ต้องระวังพร้อมวิธีรักษา
Bell Palsy คือ

          การตื่นมาแล้วพบว่าใบหน้ามีการขยับเขยื้อนที่ผิดปกติไปจากเดิม เช่น ปากเบี้ยวหรือหลับตาไม่สนิท อาจสร้างความกังวลใจเป็นอย่างมาก ภาวะนี้ถูกเรียกว่า Bell Palsy คือโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบประสาทสั่งการใบหน้าโดยเฉพาะ
          Bell Palsy (เบลพาซี่) คือภาวะที่เกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่โรคติดต่อและไม่ใช่สัญญาณของโรคหลอดเลือดสมองเสมอไป แต่เป็นความผิดปกติที่เกิดจากเส้นประสาทคู่ที่ 7 อักเสบ เราจึงต้องทำความเข้าใจให้ดีว่าโรคหน้าเบี้ยวเกิดจากอะไร มีอาการอย่างไร และ Bell Palsy รักษาอย่างไรได้บ้าง เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อใบหน้ากลับมาทำงานได้ตามปกติอีกครั้ง

กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีก

หรือ Bell Palsy คืออะไร ?

          Bell Palsy คือภาวะที่กล้ามเนื้อใบหน้าเกิดการอ่อนแรงหรือเป็นอัมพาตชั่วคราวเพียงซีกใดซีกหนึ่ง สาเหตุหลักเกิดจากการอักเสบของเส้นประสาทคู่ที่ 7 (Facial Nerve) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า เมื่อเส้นประสาทเส้นนี้เกิดอาการบวมหรือถูกกดทับ จะส่งผลให้การส่งสัญญาณจากสมองไปยังกล้ามเนื้อใบหน้าหยุดชะงักลง
          ในทางการแพทย์ Facial Palsy คืออาการแสดงที่เด่นชัดของการที่กล้ามเนื้อใบหน้าไม่ทำงาน โดย Bell's Palsy คือรูปแบบหนึ่งของอัมพาตใบหน้าที่พบได้บ่อย มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 24-48 ชั่วโมง แม้ว่าสาเหตุจะยังไม่แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวกับการติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เส้นประสาทเกิดการอักเสบและบวมตัวภายในช่องกระดูกแคบ ๆ
          โรคหน้าเบี้ยวชนิดนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่พบบ่อยในกลุ่มสตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่มีปัญหาระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ การทำความเข้าใจว่า Bell's Palsy แตกต่างจากอัมพฤกษ์-อัมพาตที่เกิดจากสมอง จะช่วยให้กระบวนการคัดกรองโรคทำได้อย่างแม่นยำและได้รับการดูแลโดยแพทย์อย่างเหมาะสม

สัญญาณเตือนกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีก

ต้องสังเกตอะไรบ้าง ?

          การสังเกตความผิดปกติในระยะเริ่มต้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผลลัพธ์ของการรักษา สัญญาณเตือนของภาวะหน้าชาครึ่งซีกบริเวณใบหน้ามักปรากฏขึ้นอย่างทันทีทันใด หากพบอาการดังต่อไปนี้ควรรีบเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์โดยเร็ว
  • ปวดบริเวณหลังหูหรือท้ายทอยก่อนที่จะเริ่มมีอาการหน้าเบี้ยว
  • เริ่มรู้สึกว่ามุมปากตกข้างหนึ่ง หรือน้ำลายไหลออกจากมุมปากโดยไม่รู้ตัว
  • หลับตาด้านที่มีปัญหาได้ไม่สนิท หรือรู้สึกเคืองตาผิดปกติ
  • รู้สึกว่าหน้าชาครึ่งซีก หรือการรับรสที่ลิ้นส่วนหน้าเปลี่ยนไป

กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีก

อาการที่แสดงชัดเจนเป็นอย่างไร ?

Facial Palsy

          อาการของโรค Bell's Palsy มีลักษณะเฉพาะที่สังเกตเห็นได้จากภายนอก ซึ่งผลกระทบจะเกิดขึ้นเฉพาะซีกใดซีกหนึ่งของใบหน้าเท่านั้น โดยอาการที่มักตรวจพบประกอบด้วย
  • กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีก ทำให้ไม่สามารถยักคิ้ว ขมวดคิ้ว หรือยิ้มได้ตามปกติ
  • มุมปากข้างที่ผิดปกติจะตกลงและดูเบี้ยวไปจากแนวเดิมเมื่อมีการเคลื่อนไหว
  • ไม่สามารถปิดตาข้างที่อ่อนแรงได้สนิท ทำให้ลูกตาแห้งและอาจเกิดแผลที่กระจกตาได้ง่าย
  • มีเสียงก้องในหูข้างที่เส้นประสาทอักเสบ หรือไวต่อเสียงที่ดังมากกว่าปกติ
  • การหลั่งของน้ำตาและน้ำลายผิดปกติไปจากเดิม

กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีก

มีวิธีตรวจวินิจฉัยแบบไหนบ้าง ?

          ไม่ว่าหน้าเบี้ยวเกิดจากอะไรก็ตาม แพทย์จะเริ่มต้นจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อแยกแยะระหว่างโรคปลายประสาทอักเสบใบหน้ากับอัมพาตที่เกิดจากโรคหลอดเลือดสมอง โดยแพทย์จะให้ลองขยับกล้ามเนื้อใบหน้า เช่น การยักคิ้ว หรือการยิงฟัน เพื่อดูการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนบนและส่วนล่าง
          ในกรณีที่อาการยังไม่ชัดเจนหรือมีความซับซ้อน แพทย์อาจพิจารณาส่งตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การตรวจการนำกระแสประสาท (Electromyography - EMG) เพื่อประเมินความเสียหายของเส้นประสาท หรือการทำ CT Scan และการตรวจ MRI เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีเนื้องอกหรือการกดทับเส้นประสาทจากสาเหตุอื่น

กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีก

หรือ Bell Palsy รักษาอย่างไรได้บ้าง ?

          เป้าหมายสำคัญของ Bell Palsy การรักษาคือการลดการอักเสบของเส้นประสาทและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับดวงตา ซึ่งสำหรับโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก วิธีรักษาได้แก่ 
          การใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์เพื่อลดอาการบวมของเส้นประสาท โดยจะให้ผลดีหากผู้ป่วยได้รับยาภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากเริ่มมีอาการโรคเบลพาซี่
          ให้ยาต้านไวรัสร่วมด้วยหากสงสัยว่าสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส การดูแลดวงตาเป็นอีกส่วนที่สำคัญมากสำหรับผู้ป่วยเบลพาซี่ เนื่องจากตาที่ปิดไม่สนิทจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แพทย์จึงแนะนำให้ใช้น้ำตาเทียมระหว่างวัน และปิดตาด้วยที่ครอบตาในเวลานอนเพื่อรักษาความชุ่มชื้น
          สำหรับคำถามที่ว่าโรคเบลพาซี่กี่วันหาย โดยทั่วไปผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มมีอาการดีขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ และสามารถกลับมาทำงานได้เป็นปกติภายใน 3-6 เดือน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของการอักเสบ สภาพร่างกายของผู้ป่วย การดูแลตัวเองทั้งระหว่างและหลังจบการรักษาของผู้ป่วยด้วย

Bell Palsy คือภาวะที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถฟื้นตัวได้
หมั่นสังเกตอาการ และรักษาอย่างทันท่วงที

          Bell Palsy คือภาวะเส้นประสาทใบหน้าอักเสบที่ส่งผลให้เกิดอาการหน้าเบี้ยวอย่างเฉียบพลัน แม้จะกระทบต่อภาพลักษณ์และการใช้ชีวิตอย่างมาก แต่โรคเบลพาซี่ส่วนใหญ่นั้นมีการพยากรณ์โรคที่ดี การสังเกตสัญญาณเตือนและเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงทีภายในระยะเวลาที่กำหนดจะช่วยให้การฟื้นฟูเส้นประสาททำได้ง่ายขึ้นมาก
          โรงพยาบาลวิภาวดีพร้อมดูแลผู้ป่วยที่มีอาการของ Facial Palsy ด้วยบริการที่ครอบคลุม พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการและนักกายภาพบำบัดที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ มุ่งเน้นการวินิจฉัยที่รวดเร็วเพื่อเริ่มการรักษาที่ถูกจุดภายใต้การดูแลให้ปลอดภัยในแต่ละขั้นตอน เพื่อให้ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาทคู่ที่ 7 ได้รับการดูแลและฟื้นฟูอย่างเหมาะสม
  • Facebook : Vibhavadi Hospital 
  • Line : @Vibhavadihospital
  • Email : custserv@vibhavadi.com 
  • Tel : 0 2561 1111 หรือ 0 2581 1111
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
Bell Palsy คืออะไร ? เข้าใจโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก วิธีรักษาที่ถูกจุด อัปเดตล่าสุด 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 14:27:58
TOP
x close