ปากกาลดน้ำหนัก อันตรายไหม ใครบ้างที่ควรระวังก่อนใช้ยา หมออธิบายกลุ่มเสี่ยง โรคประจำตัว ผลข้างเคียงที่ต้องรู้ และเหตุผลที่ไม่ควรซื้อใช้เองโดยไม่ตรวจร่างกาย
ปากกาลดน้ำหนักไม่ใช่ยาที่เหมาะสำหรับทุกคน และไม่ควรซื้อมาใช้เอง เพราะหากใช้ไม่เหมาะกับร่างกายหรือไม่ได้อยู่ในการดูแลของแพทย์ อาจเกิดผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร ระดับน้ำตาลในเลือด ตับอ่อน ถุงน้ำดีและไตได้ ดังนั้น ก่อนใช้ควรให้แพทย์ประเมินสุขภาพและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
ปากกาลดน้ำหนักคือสารอะไร
ปากกาลดน้ำหนัก ที่ใช้กันทางการแพทย์มักเป็นตัวยากลุ่ม GLP-1 receptor agonist เช่น Liraglutide, Semaglutide หรือกลุ่มที่ออกฤทธิ์ร่วม GIP/GLP-1 receptor agonist เช่น Tirzepatide ซึ่งเป็นยาที่เลียนแบบการทำงานของฮอร์โมนในลำไส้ ช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น หิวน้อยลง กระเพาะอาหารบีบตัวช้าลง และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้นในบางราย
ปากกาลดน้ำหนัก ส่งผลอย่างไรกับร่างกายบ้าง
เมื่อยาออกฤทธิ์ ร่างกายจะรู้สึกอิ่มไวขึ้น ความอยากอาหารลดลง กินได้น้อยลง น้ำหนักจึงค่อย ๆ ลดลงตามพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไป ในคนที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ยาบางชนิดยังช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินตามระดับน้ำตาล และลดการหลั่งกลูคากอน ทำให้น้ำตาลในเลือดควบคุมได้ดีขึ้น แต่การที่กระเพาะอาหารเคลื่อนตัวช้าลงก็เป็นสาเหตุที่ทำให้บางคนมีอาการคลื่นไส้ แน่นท้อง อาเจียน หรือท้องผูกได้
ใช้ปากกาลดน้ำหนักแบบไหน ถึงเสี่ยงอันตราย
ปากกาลดน้ำหนักเป็นยาที่ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ และอาจมีความเสี่ยงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แม้จะใช้ในผู้ที่แพทย์พิจารณาว่าเหมาะสม แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหากใช้ยาไม่ถูกต้องหรือไม่อยู่ภายใต้การติดตามของแพทย์ โดยจะมีความเสี่ยงมากขึ้นหากทำดังต่อไปนี้
- ใช้ยาไม่ตรงกับภาวะร่างกายหรือโรคประจำตัว เพราะยากลุ่มนี้มีผลต่อระบบย่อยอาหาร ระดับน้ำตาลในเลือด ตับอ่อน ถุงน้ำดี และไต หากมีโรคประจำตัวบางอย่างอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงได้
- ใช้โดยไม่ได้ประเมินน้ำหนัก BMI และความเสี่ยงเฉพาะบุคคล เพราะปากกาลดน้ำหนักไม่ได้เหมาะกับทุกคน แพทย์ต้องประเมินก่อนว่ามีข้อบ่งชี้ในการใช้ยาหรือไม่ และควรติดตามอาการระหว่างใช้ยา
- ซื้อยามาใช้เองหรือใช้ยาที่ไม่ทราบแหล่งที่มา เพราะอาจเสี่ยงได้ยาปลอม ยาไม่ได้มาตรฐาน หรือใช้ยาไม่ถูกวิธี หากเกิดอาการผิดปกติอาจไม่มีแพทย์ช่วยประเมินและดูแลได้ทัน
ผลข้างเคียงที่พบได้จากการใช้ปากกาลดน้ำหนัก
ผลข้างเคียงของปากกาลดน้ำหนักที่พบได้มักเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร และมักเกิดในช่วงเริ่มใช้ยา หรือช่วงที่มีการปรับยา ซึ่งอาการที่หมอเคยพบจากเคสบางส่วนมีดังนี้
- คลื่นไส้ อาเจียน หรือรู้สึกพะอืดพะอม
- ท้องเสีย ท้องผูก แน่นท้อง หรือปวดท้อง
- เรอบ่อย เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย หรือปวดศีรษะ
- ระคายเคือง แดง หรือเจ็บบริเวณที่ฉีด
- ภาวะขาดน้ำจากการอาเจียนหรือท้องเสียมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของไต
- น้ำตาลในเลือดต่ำ โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้ยารักษาเบาหวานร่วมด้วย
- ตับอ่อนอักเสบ นิ่วในถุงน้ำดี หรือถุงน้ำดีอักเสบ ซึ่งเป็นอาการที่ต้องรีบพบแพทย์
- อาการแพ้ยา เช่น ผื่นลมพิษ หน้าบวม แน่นหน้าอก หรือหายใจลำบาก
ปากกาลดน้ำหนัก เลิกใช้แล้วมีผลข้างเคียงไหม
โดยทั่วไปเมื่อหยุดยา อาการข้างเคียงจากยา เช่น คลื่นไส้ แน่นท้อง หรือท้องผูก มักค่อย ๆ ดีขึ้น แต่สิ่งที่พบได้คือความหิวและความอยากอาหารอาจกลับมา หากไม่ได้ปรับพฤติกรรมการกิน การนอน และการออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย น้ำหนักอาจกลับขึ้นมาได้ในบางราย ดังนั้น การหยุดยาควรอยู่ในแผนการดูแลของแพทย์ ไม่ควรหยุดหรือกลับมาใช้เองแบบเป็นช่วง ๆ
ใครที่ไม่ควรใช้ปากกาลดน้ำหนัก
กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดก่อนใช้ ได้แก่ ผู้ที่ตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีประวัติแพ้ตัวยา ผู้ที่มีประวัติตับอ่อนอักเสบควรให้แพทย์ประเมินอย่างระมัดระวัง ผู้ที่มีโรคถุงน้ำดี ผู้ที่มีปัญหาไตจากภาวะขาดน้ำง่าย และผู้ที่มีประวัติส่วนตัวหรือคนในครอบครัวเป็นมะเร็งไทรอยด์ชนิด medullary thyroid carcinoma หรือกลุ่มโรค MEN2 ซึ่งเป็นข้อห้ามสำคัญในยาบางชนิดกลุ่มนี้
สรุป
ปากกาลดน้ำหนักเป็นยาที่ช่วยลดความอยากอาหารและควบคุมน้ำหนักได้ในคนที่มีข้อบ่งชี้เหมาะสม แต่ไม่ใช่ทางลัดที่ใช้ได้กับทุกคน และไม่ควรซื้อใช้เอง เพราะอาจมีผลข้างเคียงตั้งแต่คลื่นไส้ ท้องผูก ไปจนถึงภาวะที่ต้องเฝ้าระวัง เช่น ตับอ่อนอักเสบ ถุงน้ำดีอักเสบ น้ำตาลต่ำ หรือไตทำงานผิดปกติ ก่อนใช้ควรให้แพทย์ประเมินสุขภาพโดยรวม เลือกชนิดยาที่เหมาะสม และติดตามอาการระหว่างใช้ทุกครั้ง






