หมอเผยเคสคนไข้ขับรถสติหลุดชั่ววินาที หรือเหม่อจนจำไม่ได้ว่าทำอะไร เสี่ยงภาวะ Micro-lapse พร้อมแนะวิธีสังเกตต่างจากสโตรกตรงไหนบ้าง

วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์เชี่ยวชาญด้านสมองฯ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ เผยเคสคนไข้ที่มีอาการวูบคล้ายหมดสติเป็นช่วงสั้น ๆ ระหว่างขับรถ บางครั้งยืนคุยอยู่ก็เหมือนสติหลุดชั่ววินาที ก่อนพบสาเหตุมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและความเครียดสะสม จนทำให้สมองเกิดภาวะ Micro-lapse หรือหลับเป็นช่วง ๆ แม้ยังลืมตาอยู่
คนไข้วูบ ๆ มาเหมือน Blackout คือขับรถอยู่ เหมือนหลับไปชั่ววินาที ยืนคุยอยู่ เอ๊ะ มาทำอะไรที่นี่ กลัวมากว่า Stroke หรือเปล่า อาจารย์ก็ถามว่า นอนพอไหม เครียดไหม พักผ่อนพอไหม คำตอบคือไม่ ทำงานตลอดเวลา สมองคิดวน ๆ ไป หยุดคิดคืออะไร ไม่รู้จัก นอนก็ยังคิด
อาจารย์ก็บอกว่า นั่นไม่ใช่ Stroke หากเป็น Stroke อาการจะนานกว่านี้ และจะมีอาการอื่นร่วมด้วย อาการที่เหมือนสติหลุด เหมือนหมดสติชั่วคราว เป็นเพียงไม่กี่วินาที มันคือ Micro-lapse หรือ Attention Lapse บางคนเรียกว่า Microsleep เป็นภาวะที่สมอง "หลับเป็นช่วง ๆ" ทั้งที่เรายังลืมตาอยู่ เรื่องนี้เกิดขึ้นได้จริง
เคยเป็นไหม...ขับรถอยู่ดี ๆ แล้วสะดุ้ง เพราะไม่รู้ว่ารถวิ่งผ่านมาได้ตั้งแต่เมื่อไร อ่านหนังสือไปหลายบรรทัด แต่ไม่รู้ว่าอ่านอะไร หรือกำลังคุยกับใครสักคน แล้วอยู่ ๆ ก็เหมือนสมอง "หลุด" ไปแค่ 1–2 วินาที
อาการมีหลายแบบ อาจเป็นเหม่อลอย ขับรถเลยทางแยก ลืมชั่วคราวว่ากำลังทำอะไร หรือศีรษะผงกขึ้นกะทันหัน (Sleep Attack) บางคนเรียกว่า "หลับใน" แต่บางทีมันไม่ได้เกิดตอนขับรถ
Micro-lapse มักเกิดเมื่อร่างกายอดนอนหรือพักผ่อนไม่เพียงพอสมองไม่ได้หลับทั้งก้อน แต่ "หลับเป็นบางส่วน" งานวิจัยเมื่อปี 2560 พบว่า เวลาที่คนอดนอน สมองบางบริเวณสามารถเข้าสู่ภาวะคล้ายการนอนหลับได้ แม้ว่าคนนั้นจะยังลืมตา พูดคุย หรือทำงานอยู่ก็ตาม
นี่คือ Local Sleep หรือการหลับเฉพาะส่วน เมื่อสมองส่วนนั้นหยุดทำงานชั่วคราว เราจึงเกิดอาการเหม่อ ตอบสนองช้า หรือจำไม่ได้ว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น
ปลายปี 2568 นักวิจัยจาก MIT และ Boston University ศึกษาคนอาสาที่อดนอน โดยใช้เครื่อง fMRI วัดการทำงานของสมอง พร้อมบันทึกคลื่นสมอง การเปลี่ยนแปลงของรูม่านตา และการไหลของน้ำหล่อสมอง (CSF) ไปพร้อมกัน พวกเขาพบว่า ทุกครั้งที่ผู้เข้าร่วมการทดลองเกิด Micro-lapse จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นพร้อมกันหลายอย่าง ได้แก่
คลื่นสมองช้าลง, การไหลเวียนเลือดในสมองเปลี่ยนไป, รูม่านตาหดเล็กลง และมีการเคลื่อนตัวของน้ำหล่อสมองเป็นจังหวะ คล้ายกับที่พบในช่วงนอนหลับ
นั่นหมายความว่า เมื่อเราอดนอน สมองอาจเริ่มแสดง "สัญญาณของการนอน" แทรกเข้ามาระหว่างที่เรายังตื่นอยู่ สมองเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน และนั่นคือสัญญาณ
Micro-lapse กินเวลาเพียง 1–3 วินาที แต่ถ้าเกิดขึ้นขณะขับรถด้วยความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถจะแล่นไปได้ประมาณ 30–80 เมตร โดยที่สมองแทบไม่ได้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่การอดนอนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของอุบัติเหตุบนท้องถนน ความผิดพลาดในการทำงาน และการตัดสินใจที่ผิดพลาด
หลาย ๆ คนก็เกิดอาการนี้ตอนทำงาน เหม่อ ๆ ไม่รู้คิดอะไร ลืมไปเลยหากเริ่มรู้สึกเหม่อบ่อย สมาธิหลุด หรือทำผิดพลาดง่าย สมองกำลังเตือนว่าต้องพัก เพราะหากสมองไม่ได้พักเป็นเวลานาน ก็อาจมีโรคอื่นตามมาได้ แต่สิ่งที่ต้องแยกให้ออก คือ ต้องแยกกับ Stroke (หลอดเลือดสมองตีบ) และโรคลมชักเหม่อ (Absence Seizure)
แยกได้ดังนี้
Micro-lapse (จากอดนอน): เกิดเพียง 1–3 วินาที มักสัมพันธ์กับการอดนอนหรือความอ่อนล้า ผู้ป่วยกลับมาปกติทันที และมักจำเหตุการณ์ได้ไม่ชัด
ลมชักเหม่อ (Absence Seizure): มักเกิดซ้ำ ๆ โดยไม่จำเป็นต้องอดนอน เหม่อประมาณ 5–20 วินาที ไม่ตอบสนองต่อการเรียก และอาจมีอาการกะพริบตาหรือขยับปากร่วมด้วย ต้องยืนยันด้วยคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG)
Mini Stroke (TIA): ไม่ใช่แค่อาการเหม่อ แต่มักมีอาการทางระบบประสาทร่วม เช่น แขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก พูดไม่ชัด หรือมองเห็นผิดปกติ แม้อาการจะหายได้ภายใน 24 ชั่วโมง ก็ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน ต้องรีบไปโรงพยาบาล เพราะเป็นสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง
ขอบคุณข้อมูลจาก
สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์






