แชร์ว่อน วัคซีนแอสตร้าเซเนกา มีโอกาสเกิดลิ่มเลือดอุดตัน - ยันไม่ใช่เรื่องใหม่ ความจริงคือ.. ?

          จากกรณีมีการแชร์ข้อมูลว่อนโลกออนไลน์ เกี่ยวกับวัคซีนโควิด 19 ของบริษัทแอสตร้าเซเนกา (AstraZeneca) ว่าอาจทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน พร้อมย้ำว่าทางแอสตร้าเซเนก้าได้ออกมายอมรับเรื่องนี้แล้วนั้น ยันเป็นข่าวเก่า อย่ากังวล ตอนนี้ในไทยไม่มีฉีดแล้ว 


วัคซีนแอสตร้าเซเนกา

          จากการตรวจสอบ พบว่าเมื่อปี 2567 ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เคยออกมาเปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวไว้แล้วว่า จากเรื่องที่มีผู้เสียชีวิตจากภาวะลิ่มเลือดอุตัน หลังได้รับวัคซีนโควิด 19 ของบริษัทแอสตร้าเซเนกา เป็นสิ่งที่ทั่วโลกและในไทยรับทราบอยู่แล้ว 

          โดยในประเทศไทยมีการฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซเนกาทั้งหมด 48 ล้านโดส โดย 1 คน ฉีด 2 โดส จึงมีผู้รับวัคซีนประมาณ 20 ล้านคน และเข็มสุดท้ายที่ฉีดคือในเดือนมีนาคม 2566 ซึ่งภาวะลิ่มเลือดอุตันหลังฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า จะเกิดขึ้นหลังรับวัคซีน 5 - 42 วันเท่านั้น จึงขอให้ประชาชนอย่ากังวล 

          อ.เจษฎา ย้ำผลข้างเคียงต้องเป็นตั้งแต่ตอนฉีด ไม่ใช่ผ่านมาหลายปี อาการเพิ่งมา

          ขณะที่ล่าสุด (24 สิงหาคม 2569) อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ โพสต์เฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant ถึงประเด็นดังกล่าวภายหลังมีคนหยิบมาแชร์อีกครั้ง ยืนยันว่า 

          "เรื่องวัคซีนแอสตร้าฯ อาจทำให้เกิดลิ่มเลือดได้นั้น.. ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรครับ เรื่องนี้เขารู้จักดี และประกาศกันมาตั้งแต่ปีที่ฉีดวัคซีนแล้วนะครับ เพียงแต่โอกาสเกิดมันน้อยมาก ๆ (ไทยเราฉีดไป 48 ล้านโดส เจอผู้ที่ได้รับผลข้างเคียงนี้แค่ 28 คนเอง) และถ้าใครได้รับผลข้างเคียงต่าง ๆ จากวัคซีนเช่นนี้ มันก็เป็นตั้งแต่ตอนช่วงฉีดแล้ว ไม่ใช่ผ่านมาหลายปี ถึงจะเป็นครับ"

วัคซีนแอสตร้าเซเนกา
ภาพจาก Marc Bruxelle / Shutterstock.com

          พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า "ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน" ซึ่งมีรายงานพบในผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด 19 บางยี่ห้อที่ ใช้ไวรัสเป็นตัวนำส่งโปรตีนหนาม เช่น AstraZeneca และ Johnson & Johnson ภาวะดังกล่าวเรียกว่า Vaccine-Induced Immune Thrombotic Thrombocytopenia หรือภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมกับภาวะหลอดเลือดอุดตันหลังได้รับวัคซีน ซึ่งจากข้อมูลระบุว่า พบในอัตราที่น้อยมาก ประมาณ 50 - 100 กรณี จากการฉีดวัคซีนประมาณ 50 - 60 ล้านโดส

          อีกภาวะหนึ่งที่มีรายงาน คือ "กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ" หรือ myocarditis และ "เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ" หรือ pericarditis ซึ่งพบในผู้ได้รับวัคซีนกลุ่ม mRNA อย่าง Pfizer และ Moderna

          อัตราการพบโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12 คนต่อ 1 ล้านคน โดยพบมากกว่าในกลุ่มคนอายุน้อย และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง

          ภาวะเหล่านี้มักเริ่มมีอาการหลังได้รับวัคซีนไม่นาน และผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถหายเองหรือรักษาให้หายได้ "จึงไม่ควรนำปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นหลังจากฉีดวัคซีนผ่านไปหลายปีมาเชื่อมโยงว่าเกิดจากวัคซีนโดยไม่มีหลักฐานรองรับ"

วัคซีนแอสตร้าเซเนกา

          นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับผลกระทบจากการติดเชื้อ ซึ่งสามารถทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้เช่นเดียวกัน และอาจรุนแรงกว่า รวมถึงทำให้ผู้ป่วยต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล การฉีดวัคซีนจึงถือว่ามีประโยชน์ในการลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อและป่วยรุนแรง

          ทั้งนี้ ผู้ที่เคยได้รับวัคซีนแอสตร้าเซเนกาในอดีต ไม่จำเป็นต้องตรวจเลือดหรือกังวลเรื่องลิ่มเลือดอุดตันจากวัคซีน เนื่องจากระยะเวลาความเสี่ยงได้ผ่านพ้นไปแล้วอย่างสมบูรณ์ แต่หากมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหลอดเลือดหรือการแข็งตัวของเลือด ก็ควรเข้ารับการตรวจรักษาตามระบบปกติของโรคนั้น ๆ

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
แชร์ว่อน วัคซีนแอสตร้าเซเนกา มีโอกาสเกิดลิ่มเลือดอุดตัน - ยันไม่ใช่เรื่องใหม่ ความจริงคือ.. ? โพสต์เมื่อ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 17:06:37 1,153 อ่าน
TOP
x close