ลดความอ้วน ด้วยปากกาลดน้ำหนัก ช่วยได้จริงไหม ใครกำลังสงสัยไม่ว่าจะเป็นประเด็นไหน มาเคลียร์ทุกข้อข้องใจให้กระจ่าง ปากกาลดน้ำหนัก (Weight Loss Pen) เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่หลายคนอาจยังไม่คุ้นเคย หรือสงสัยว่าสิ่งนี้ทำงานอย่างไร และสามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกถึงหลักการทำงาน ข้อควรระวัง และทุกเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับปากกาลดน้ำหนักกัน ปากกาลดน้ำหนัก เป็นนวัตกรรมช่วยลดน้ำหนักชนิดหนึ่งในรูปของปากกาฉีดยา ซึ่งตัวยาที่ฉีดเข้าร่างกาย คือ สารเลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 อย่างลิรากลูไทด์ (Liraglutide) ที่องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้รับรองให้เป็นยาสำหรับช่วยในการลดน้ำหนักมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 โดยยาตัวนี้มีผลต่อสมอง ช่วยควบคุมความอยากอาหาร ทำให้อิ่มเร็ว กินได้น้อยลง ส่งผลดีต่อการลดน้ำหนัก แต่ปัจจุบัน นอกจากตัวยาลิรากลูไทด์แล้ว ยังมีตัวยาเซมากลูไทด์ (Semaglutide) ซึ่งมีฤทธิ์คล้าย ๆ กัน และปากกาลดน้ำหนักบางยี่ห้อก็ใช้ยาตัวนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ปากกาลดน้ำหนักถือเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น ไม่สามารถซื้อมาใช้เองได้ ตัวยาในปากกาลดน้ำหนักทำงานโดยเลียนแบบการทำงานของฮอร์โมน GLP-1 โดยส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนที่ควบคุมความอยากอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว จึงช่วยให้เราลดปริมาณอาหารที่รับประทานได้ ในขณะเดียวกัน ก็จะควบคุมกระเพาะอาหารให้บีบตัวช้าลง ทำให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้นและรู้สึกอิ่มนานขึ้นด้วย นอกจากนี้ ยาจะช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินและลดการหลั่งกลูคากอน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงหลังรับประทานอาหาร ซึ่งมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้อีกทาง อย่างไรก็ตาม ปากกาลดน้ำหนักอาจนับเป็นตัวช่วยที่ดีในการลดน้ำหนักให้สำเร็จได้ แต่ก็มีข้อจำกัดในการใช้งาน ซึ่งแพทย์จะพิจารณาข้อบ่งชี้เป็นราย ๆ ไป ไม่ใช่ว่าใครก็ใช้ปากกาลดน้ำหนักได้ เพราะก็ถือว่าเป็นยาที่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และต้องมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องได้รับปากกาลดน้ำหนักเป็นตัวช่วย เช่น ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน หรือมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 30 กก./ตร.ม. ขึ้นไป ผู้ที่มีค่า BMI ตั้งแต่ 27 กก./ตร.ม. ขึ้นไป และมีโรคแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนัก เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2, ภาวะไขมันในเลือดสูง, ความดันโลหิตสูง ผู้ที่ไม่สามารถลดน้ำหนักด้วยวิธีปกติ เช่น ผู้ที่ควบคุมอาหารก็แล้ว ออกกำลังกายก็แล้วแต่ลดน้ำหนักได้ไม่มาก เป็นต้น การฉีดปากกาลดน้ำหนักขึ้นอยู่กับประเภทของยาและคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งมีทั้งฉีดใต้ผิวหนังวันละ 1 ครั้ง หรืออาจจะสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ตามขนาดยาที่เหมาะสมของแต่ละคน และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ราคาของปากกาลดน้ำหนักจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ปริมาณยา และระยะเวลาการรักษา โดยทั่วไปแล้วราคาจะอยู่ที่ประมาณ 8,000 บาทขึ้นไป ซึ่งค่าใช้จ่ายนี้ยังไม่รวมค่าปรึกษาแพทย์และค่าบริการอื่น ๆ อย่างที่บอกว่าปากกาลดน้ำหนักไม่ใช่ว่าใครก็ใช้ได้ โดยเฉพาะบุคคลในกลุ่มต่อไปนี้ หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ผู้บริโภคที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคตับ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 โรคไทรอยด์ ผู้มีภาวะถุงน้ำดีอักเสบ นิ่วในถุงน้ำดี โรคเกี่ยวกับระบบต่อมไร้ท่อ และมะเร็ง ผู้ที่มีประวัติเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ หรือมีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคนี้ ผู้สูงอายุ ปากกาลดน้ำหนักอาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้ โดยผลข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ คลื่นไส้, อาเจียน, ท้องเสีย, ท้องผูก, ปวดท้อง, อาหารไม่ย่อย เนื่องจากตัวยาส่งผลต่อการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้ การับรู้รสเปลี่ยนไป ความอยากอาหารลดลง โดยอาการข้างเคียงเหล่านี้อาจพบได้ในช่วงแรก ๆ ของการใช้ยา แต่เมื่อใช้ยาต่อเนื่องไป 1-2 สัปดาห์ร่างกายจะค่อย ๆ ปรับตัวได้ และอาการข้างเคียงจะค่อย ๆ หายไป อย่างไรก็ตาม การใช้ปากกาลดน้ำหนักควรอยู่ภายใต้การดูแลและคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะหากใช้ปากกาลดน้ำหนักอย่างไม่ถูกวิธี หรือใช้ยาเกินขนาด อาจได้รับผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น ภาวะตับอ่อนอักเสบ, การทำงานของไตผิดปกติ, ภาวะถุงน้ำดีอักเสบ, อารมณ์แปรปรวน, ความเสี่ยงของการเกิดเนื้องอกต่อมไทรอยด์ เป็นต้น ลดน้ําหนักเร่งด่วน 3 วัน 5 กิโลกรัม รีดไขมันแบบฮาร์ดคอร์ ดีจริงหรือ ? วิธีลดน้ำหนัก 5 กิโล 1 อาทิตย์ สูตรเด็ดที่สาว ๆ ต้องคิดก่อนลอง ! แปะเมล็ดผักกาดที่หู ช่วยลดน้ำหนักได้จริงไหม ? เจาะลึกวิธีลดน้ำหนักง่าย ๆ เคี้ยวหมากฝรั่งลดความอ้วนได้จริงหรือมั่ว ? 10 วิธีลดน้ำหนักสำหรับคนอ้วนง่าย แต่น้ำหนักลงยาก ! ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลวิมุต, สภาองค์กรของผู้บริโภค, โรงพยาบาลสมิติเวช
แสดงความคิดเห็น