โปรตีนพืช หรือ Plant-based Protein เหมาะกับใครบ้าง หากคิดจะเสริมโปรตีนจากพืชให้ร่างกาย ลองมาทำความเข้าใจให้เคลียร์ ก่อนจะไปเลือกซื้อเลือกหา โปรตีนพืช ยี่ห้อไหนดี ปี 2025 เมื่อเทรนด์การดูแลสุขภาพ แบบองค์รวมอย่าง Wellness กำลังมาแรง ส่งผลให้พฤติกรรมการรับประทานอาหารของผู้คนเริ่มเปลี่ยนไป หลายคนลดบริโภคเนื้อสัตว์ แล้วหันมารับประทานอาหารแพลนท์เบส (Plant-based) ที่อุดมด้วยสารอาหารจากพืช ย่อยง่าย ไขมันอิ่มตัวต่ำ และแทบไม่มีคอเลสเตอรอล พร้อมเสริมโปรตีนพืชจากทั้งอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คำถามก็คือ…อาหารเสริมโปรตีนพืช ยี่ห้อไหนดี และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง วันนี้มีคำแนะนำมาบอกกัน โปรตีนพืช (Plant-based Protein) คือ โปรตีนที่สกัดมาจากพืชหลากหลายชนิด เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วดำ ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด ข้าวสาลี เมล็ดฟักทอง เมล็ดเจีย งาดำ ควินัว บรอกโคลี ผักคะน้า เห็ดฟาง ฯลฯ ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ หรือผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพในภาพรวม โปรตีนพืช ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งโปรตีนทางเลือก แต่ยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ดังนี้ มีกรดอะมิโนจำเป็นที่ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ย่อยง่ายและดูดซึมง่าย โดยเฉพาะโปรตีนจากพืชตระกูลถั่ว ทำให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ซ่อมแซมและเสริมสร้างส่วนต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น มีใยอาหารสูง ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ ลดโอกาสท้องผูก และสนับสนุนการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ดีในลำไส้ ไม่มีคอเลสเตอรอล ไขมันอิ่มตัวน้อย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย และอาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจในทางอ้อม อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น สารพฤกษเคมี (Phytonutrients) และสารต้านอนุมูลอิสระ (Phytonutrients) ซึ่งมีส่วนช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหาย ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากโปรตีนจากพืชมีแคลอรีต่ำและมีใยอาหารสูง จึงช่วยให้อิ่มท้องได้นานขึ้น สามารถลดความอยากอาหาร ลดการกินจุบจิบระหว่างวัน อีกทั้งให้พลังงานต่ำกว่าโปรตีนจากเนื้อสัตว์ กระบวนการผลิตโปรตีนจากพืชใช้ทรัพยากรน้อยกว่า และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศน้อยกว่าการผลิตโปรตีนจากสัตว์ จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า แม้ว่าโปรตีนพืชจะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีข้อจำกัดบางประการที่ควรพิจารณา โปรตีนจากพืชส่วนใหญ่จัดเป็นโปรตีนไม่สมบูรณ์ บางชนิดมีกรดอะมิโนจำเป็นไม่ครบทั้ง 9 ชนิด หรือมีปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการของร่างกาย โปรตีนจากพืชบางชนิดอาจถูกย่อยและร่างกายดูดซึมได้ยากกว่าโปรตีนจากสัตว์ เนื่องจากมีองค์ประกอบของใยอาหารและสารยับยั้งการดูดซึม (Anti-nutrients) บางชนิด เช่น ไฟเตท, ออกซาเลต ที่อาจทำให้การดูดซึมแร่ธาตุบางชนิดลดลง โปรตีนจากพืชมักมีความเข้มข้นของโปรตีนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับโปรตีนจากสัตว์ในปริมาณที่เท่ากัน ดังนั้น ผู้ที่ต้องการโปรตีนสูงอาจต้องบริโภคโปรตีนพืชในปริมาณที่มากกว่าปกติ หรือเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์โปรตีนพืชแบบผงที่ผ่านการสกัดแล้ว การบริโภคใยอาหารในปริมาณที่สูงมากจากพืชบางชนิด เช่น ถั่วหรือผักตระกูลกะหล่ำ อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด มีแก๊สในกระเพาะอาหาร หรือไม่สบายท้องได้ โปรตีนพืชสกัดบางแบรนด์มีราคาสูงกว่าเนื้อสัตว์จริง ๆ โปรตีนพืช (Plant-based Protein) เหมาะกับหลายกลุ่มคน เช่น คนที่กินมังสวิรัติ หรือวีแกน คนที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์หรือต้องการลดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ คนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก คนที่แพ้นมวัวหรือน้ำตาลแล็กโทส ไม่สามารถดื่มนมวัว หรือกินเวย์โปรตีนได้ คนที่มีปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น มีคอเลสเตอรอลสูง, มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด และผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เนื่องจากโปรตีนพืชไม่มีคอเลสเตอรอลและมีใยอาหารสูง คนออกกำลังกาย หรือเล่นฟิตเนส ต้องการโปรตีนช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย ผู้สูงอายุที่ต้องการกินโปรตีนย่อยง่าย คนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพราะการผลิตโปรตีนพืชใช้น้ำน้อยกว่า ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการผลิตเนื้อสัตว์ หากพิจารณาแล้วคิดว่าโปรตีนพืชเหมาะกับเรา และต้องการเสริมโปรตีนจากพืชให้กับร่างกาย ก็ตามมาศึกษาวิธีเลือกซื้อกัน พิจารณาปริมาณโปรตีนที่ได้รับต่อ 1 เสิร์ฟ : ลองคำนวณปริมาณโปรตีนที่ได้รับจากอาหารในแต่ละวันดูก่อน หากยังไม่เพียงพอจึงเสริมโปรตีนจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยสำหรับคนทั่วไปควรได้รับโปรตีน 0.8-1 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน ส่วนคนออกกำลังกายหรือต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ควรได้รับโปรตีน 1.2-2 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน พิจารณาแหล่งโปรตีนพืช : แต่ละยี่ห้อมีส่วนผสมของโปรตีนจากพืชหลากหลายชนิด เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา ถั่วอัลมอนด์ ข้าวโอ๊ต ควินัว เมล็ดเจีย ฯลฯ แนะนำให้เลือกยี่ห้อที่มีส่วนผสมของโปรตีนหลายแหล่ง โดยเฉพาะจากถั่วเหลือง เพื่อจะได้รับกรดอะมิโนจำเป็นอย่างครบถ้วน เลือกตามจุดประสงค์ในการรับประทาน : บางแบรนด์อาจผลิตโปรตีนพืชสูตรเฉพาะที่ตรงกับความต้องการของแต่ละคน เช่น สูตรผิวใส สูตรลีน สูตรเพิ่มกล้ามเนื้อ ฯลฯ เลือกโปรตีนพืชที่มีน้ำตาลน้อย : ควรมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำตาลน้อย หรือน้ำตาล 0% หรือไม่มีส่วนผสมของสารให้ความหวานเทียมใด ๆ เลยยิ่งดี เลือกผลิตภัณฑ์โซเดียมต่ำ : โปรตีนพืชหลายยี่ห้อมีโซเดียมสูง ซึ่งเกิดจากกระบวนการสกัดโปรตีน หรือมีการปรับรสชาติและเนื้อสัมผัสให้กินง่าย กลมกล่อมขึ้น จึงควรอ่านฉลากข้อมูลโภชนาการให้ชัดเจนว่า 1 เสิร์ฟ ให้โซเดียมมาก-น้อยแค่ไหน หากเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีโซเดียมต่ำได้ก็จะดีต่อสุขภาพมากกว่า พิจารณารูปแบบของบรรจุผลิตภัณฑ์ : หลัก ๆ จะมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบกระปุก (Tub/Jar) : เหมาะกับคนที่กินเป็นประจำทุกวัน เพราะราคาต่อช้อนถูกกว่าแบบซอง สามารถปรับปริมาณการรับประทานให้เหมาะสมกับแต่ละคนหรือแต่ละวันได้ แต่มีข้อเสียคือ พกพาไม่สะดวก หรือบางครั้งอาจตักมากไป น้อยไป ไม่ได้ปริมาณที่มาตรฐาน อีกทั้งหากจัดเก็บไม่ดี ปิดฝาไม่สนิท จะทำให้ตัวโปรตีนจับตัวเป็นก้อน แบบซองแยก (Sachet) : รับประทานสะดวก ไม่ต้องตวงเอง จึงได้ปริมาณตามมาตรฐาน พกไปรับประทานนอกบ้านได้ และลดความเสี่ยงต่อความชื้นและการปนเปื้อน เพราะฉีกซองแล้วรับประทานหมดได้ในครั้งเดียว แต่โปรตีนแบบซองนี้มักมีราคาสูงกว่าแบบกระปุก พิจารณาส่วนผสมอื่น ๆ เพิ่มเติม : นอกจากโปรตีนพืชแล้ว บางยี่ห้อจะมีส่วนผสมของวิตามิน แร่ธาตุ พรีไบโอติก โพรไบโอติก แอล-คาร์นิทีน คอลลาเจน แคลเซียม วิตามิน D ฯลฯ ที่ช่วยดูแลสุขภาพมาให้เพิ่มเติม ลองพิจารณาเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการของตัวเอง เลือกตามรสชาติที่ชอบ : โปรตีนพืชยุคนี้ไม่ได้มีแค่รสนม รสวานิลลา แต่ยังมีรสชาติให้เลือกหลากหลาย เช่น กาแฟลาเต้ ช็อกโกแลต มัทฉะ เบอร์รี สตรอว์เบอร์รี ชาไทย ฯลฯ เพื่อให้ถูกปากผู้บริโภคที่มีความชอบแตกต่างกัน เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารก่อภูมิแพ้ : เช็กส่วนผสมของผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดว่ามีสิ่งไหนที่ทำให้เราแพ้อาหารหรือไม่ หรือมีสารเจือปน สารปรุงแต่งอื่น ๆ ที่เป็นอันตรายหรือไม่ เช่น หากแพ้ถั่วเหลืองก็ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีถั่วเหลืองเป็นส่วนผสม ตรวจสอบมาตรฐานการผลิต : ผลิตภัณฑ์นั้นต้องมีชื่อผู้ผลิต วันผลิต วันหมดอายุ เลข อย. ระบุไว้อย่างชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ และควรผ่านมาตรฐานการผลิตที่รับรองคุณภาพและความปลอดภัยในการรับประทาน เปรียบเทียบราคากับความคุ้มค่า : คำนวณราคาต่อ 1 กล่อง หรือ 1 กระปุก ให้ปริมาณโปรตีนเท่าไร สามารถรับประทานได้กี่ครั้ง คิดเป็นราคาเท่าไรต่อ 1 หน่วยบริโภค เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่า คุ้มราคา เมื่อเข้าใจวิธีเลือกซื้อโปรตีนพืชแล้ว ก็ได้เวลาชี้เป้า ! โปรตีนพืชยอดนิยมในปี 2025 มาดูกันว่ามีแบรนด์ไหนบ้าง ดูอิทเทอ แพลนท์ โปรตีน กลิ่นบราวน์ชูก้าร์มิลค์ที ประกอบด้วยโปรตีนจากข้าวโอ๊ต, ข้าว, ควินัว, ถั่วเหลือง และฟักทอง รวม 5 ชนิด ให้โปรตีน 22 กรัมต่อ 1 ช้อนตวง (35 กรัม) พลังงาน 120 กิโลแคลอรี นอกจากจะไม่มีไขมันแล้ว ยังอุดมด้วยแคลเซียมจากสาหร่ายทะเล วิตามิน D และวิตามิน K2 เหมาะกับคนที่เป็นสายมังสวิรัติ คนแพ้นมวัว เพราะไม่มีส่วนผสมของนมและสัตว์ ไม่มีน้ำตาลด้วยนะ ทั้งนี้ เด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี และสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด วิธีรับประทาน : ตัก 1 ช้อน (35 กรัม) ชงในน้ำอุณหภูมิปกติหรือน้ำเย็น 200-250 มิลลิตร แล้วคนหรือเขย่าผงโปรตีนให้ละลาย ราคาปกติ : 1 กระปุก 350 กรัม (รับประทานได้ 10 ช้วนตวง) ราคา 690 บาท สายมัทฉะต้องถูกใจโปรตีนพืชจาก Proove ที่่หอมชาเขียวมัทฉะแท้ นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น จึงให้รสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม กระปุกนี้ไม่มีโปรตีนจากถั่วเหลือง แต่ใช้ส่วนผสมของโปรตีนพืช 5 ชนิด คือ ข้าวโอ๊ต, ถั่วลันเตา, เมล็ดข้าว, เมล็ดฟักทอง, และเมล็ดทานตะวัน ให้โปรตีน 32 กรัมต่อช้อนตวง และยังมี BCAAs กรดอะมิโนจำเป็นครบ 9 ชนิด มีกรดไขมันโอเมก้า 3 6 9 รวมถึง MCT Oil จากน้ำมันมะพร้าวและใยอาหารที่ช่วยควบคุมความหิว ไม่มีน้ำตาลและไม่ใส่สารให้ความหวานใด ๆ เรียกได้ว่าน้ำตาล 0% ของจริง โซเดียมต่ำ แคลต่ำ คนกินมัง กินเจ กินคีโต รับประทานได้สบาย วิธีรับประทาน : ผสมโปรตีน 1 ช้อนตวง (45 กรัม) กับน้ำหรือนม 250-300 มิลลิลิตร เขย่าให้เข้ากัน สามารถดื่มเป็นเครื่องดื่มโปรตีนที่เข้มข้น หรือผสมกับเมนูอื่น ๆ รับประทานได้ ราคาปกติ : 1 กระปุก 450 กรัม (รับประทานได้ 10 ช้วนตวง) ราคา 1,590 บาท โปรตีนพืชไอโซเลทจากโบมิ ซองสีฟ้า รสธรรมชาติ อัดแน่นด้วย 4 โปรตีนพืชที่ย่อยง่าย ไม่อืดท้อง อย่างโปรตีนถั่วเหลือง อัลมอนด์ ถั่วลันเตา และข้าว บรรจุมาในซองแยกซึ่งให้โปรตีน 26 กรัม/ซอง พลังงาน 150 กิโลแคลอรี พร้อมพรีไบโอติกและไฟเบอร์สูง 6,000 มิลลิกรัม ช่วยปรับสมดุลลำไส้และระบบขับถ่าย ไม่มีส่วนผสมของนม น้ำตาล กลูเตน ดังนั้น สายมัง สายคลีน คนแพ้นมวัวกินได้ และแม้ซองนี้จะเป็นสูตรหวานน้อย แต่ก็อร่อย กินง่าย ไม่ฝืดคอ วิธีรับประทาน : เติมน้ำลงในแก้วเชค 250-300 มิลลิลิตร เทโปรตีน 1 ซอง (40 กรัม) แล้วเขย่าจนละลายเข้ากัน ดื่มได้ทันที ราคาปกติ : 1 ถุง มี 10 ซองเล็ก (40 กรัม) ราคา 1,490 บาท โปรตีนพืชจากแบรนด์อัลเทอร์ รสชาไทย เชื่อได้เลยว่าอร่อย เพราะเขาเป็น Plant-based ที่ได้รับรางวัล Taste Award 2024 รสชาไทยเจ้าแรกของโลก โดย 1 ช้อนตวงให้พลังงาน 190 กิโลแคลอรี โปรตีนสูง 32 กรัม จากส่วนผสมของโปรตีนถั่วลันเตา ถั่วเหลือง อัลมอนด์ และยังมีส่วนผสมของแครอตคอลลาเจน ฟักทอง ผักเคล อะโวคาโด มีกรดอะมิโนจำเป็น วิตามินรวม แอล-คาร์นิทีน พรีไบโอติก โพรไบโอติก โพสไบโอติกที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย อร่อยเหมือนดื่มชานมนัว ๆ แบบไม่เติมน้ำตาล ไม่มีโซเดียม วิธีรับประทาน : เติมน้ำเย็น 250-400 มิลลิลิตร หรือนมพืชลงในแก้วเชค แล้วตักผลิตภัณฑ์ 1 ช้อนตวง (50 กรัม) เขย่าให้เข้ากันแล้วดื่ม ราคาปกติ : 1 กระปุก 800 กรัม (รับประทานได้ 17-18 ช้อนตวง) ราคาปกติ 1,799 บาท โปรตีนพืชสูตรลีน ไม่ผสมถั่วเหลือง แต่ใช้โปรตีนจากเมล็ดทานตะวัน ถั่วลันเตา ควินัว เมล็ดเจีย และข้าวโอ๊ต ให้โปรตีน 20 กรัม/ช้อนตวง พลังงาน 130 แคล พร้อมด้วยส่วนผสมของแอล-คาร์นิทีน คอลลาเจนเปปไทด์ และวิตามินแร่ธาตุรวม 24 ชนิด Merry GLOW กระปุกนี้จึงเน้นเรื่องการดูแลผิวไปพร้อม ๆ กับการดูแลหุ่นสวย มีให้เลือก 5 รสชาติ ทั้งช็อกโกแลต, กาแฟลาเต้, บลูเบอร์รีมิลค์, มัทฉะ และลิ้นจี่ วิธีรับประทาน : ละลายผลิตภัณฑ์ 2 ช้อนตวง (35 กรัม) ในน้ำ 250 มิลลิลิตร (ปริมาณน้ำปรับได้ตามต้องการ) แล้วดื่ม ราคาปกติ : 1 กระปุก 525 กรัม (รับประทานได้ 15 ช้อนตวง) ราคาปกติ 1,290 บาท โปรตีนพืช รสคอฟฟี่ลาเต้ จากออร์แกนิคซีดส์ มีส่วนผสมของโปรตีนพืช 4 ชนิด คือ ถั่วดาวอินคา ถั่วลันเตา ข้าวกล้อง และถั่วเหลือง ในแต่ละช้อนให้โปรตีน 32 กรัม มีกรดอะมิโนจำเป็นครบ 9 ชนิด มาพร้อมกับโพรไบโอติก BC30 สายพันธุ์แข็งแรงจาก USA 1,000 ล้านตัว เพื่อช่วยเพิ่มการย่อยและการดูดซึมโปรตีน รสชาติอร่อย เพราะทำจากกาแฟแท้ ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดื่มกาแฟเย็น วิธีรับประทาน : ตักส่วนผสม 1 ช้อนตวง (40 กรัม) ชงกับน้ำเปล่า 200 มิลลิลิตร เขย่าแล้วดื่ม ราคาปกติ : 1 กระปุก 800 กรัม (รับประทานได้ 20 ช้อนตวง) ราคาปกติ 1,790 บาท "ยัวร์ นิวทริ แพลนท์ โปรตีน" โปรตีนพืชจากถั่วลันเตา เมล็ดฟักทอง และข้าวกล้อง ที่ให้โปรตีน 27 กรัม/1.5 ช้อนตวง และไฟเบอร์ 12 กรัม พร้อมประโยชน์จากซูเปอร์ฟู้ด 22 ชนิด นอกจากนี้ยังมี BCAAs และกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน แถมยังเป็นสูตรซินไบโอติก คือมีทั้งพรีไบโอติกและโพรไบโอติกที่มีส่วนช่วยเรื่องระบบขับถ่าย รสชาติโกโก้แท้ อร่อย ถูกใจคนชอบหวานน้อย วิธีรับประทาน : ละลายผงโปรตีน 1-2 ช้อนตวง ในน้ำหรือนม 200-400 มิลลิลิตร เขย่าหรือคนให้เข้ากัน ดื่มวันละ 1-2 ครั้ง ราคาปกติ : 1 กระปุก 500 กรัม ราคาปกติ 1,190 บาท การกินโปรตีนพืช (Plant-based protein) ให้ได้ประโยชน์ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและช่วงเวลา เช่น เน้นการดูแลสุขภาพ ต้องการเติมโปรตีนให้ร่างกาย : ควรกินตอนเช้าร่วมกับผลไม้หรือธัญพืช เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายดูดซึมโปรตีนได้ดี จะช่วยให้พลังงานยาวนาน อิ่มนาน และไม่ง่วงกลางวัน หรือจะดื่มช่วงก่อนนอนก็ได้ ต้องการควบคุมความหิว : ถ้าต้องการลดการจุบจิบระหว่างวัน ช่วยให้อิ่มนาน ควรกินโปรตีนก่อนอาหารมื้อหลัก 30 นาที - 1 ชั่วโมง จะทำให้กินอาหารมื้อหลักได้น้อยลง ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ : ควรกินโปรตีนพืชก่อนออกกำลังกาย 30-60 นาที เพื่อเตรียมความพร้อมและเติมพลังงานให้ร่างกาย ฟื้นฟูหลังออกกำลังกาย : ควรกินโปรตีนพืชหลังออกกำลังกาย 30 นาที เพื่อให้ร่างกายดูดซึมนำไปใช้ซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่เสียหาย ในการรับประทานอาหารเสริมโปรตีนพืชก็มีสิ่งที่ควรต้องใส่ใจเพื่อความปลอดภัย ดังนี้ ตรวจสอบส่วนผสมอย่างละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่อาจทำให้เราแพ้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากถั่ว ธัญพืช ปลาทะเล สัตว์น้ำเปลือกแข็ง นม คาเฟอีน ฯลฯ ไม่รับประทานโปรตีนเกินความต้องการของร่างกาย เพราะอาจทำให้ไตทำงานหนักเกินจำเป็น จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด การรับประทานโปรตีนพืชบางชนิด เช่น โปรตีนจากถั่วและผักตระกูลกะหล่ำ มีใยอาหารสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการไม่สบายท้อง ท้องอืด หรือท้องเสียได้ในบางคน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาลำไส้แปรปรวน (IBS) โปรตีนจากพืชบางชนิดอาจขาดกรดอะมิโนจำเป็นบางตัวที่ร่างกายต้องการ ทำให้ได้โปรตีนไม่สมบูรณ์เท่ากับโปรตีนจากสัตว์ แต่เราสามารถเลือกรับประทานโปรตีนจากพืชหลากหลายชนิด เพื่อให้ร่างกายได้รับกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วน เช่น กินโปรตีนถั่วเหลือง โปรตีนถั่วลันเตา และโปรตีนข้าวผสมผสานกัน ไม่ควรรับประทานโปรตีนพืชแทนที่อาหารมื้อหลักทั้งหมด เพราะโปรตีนเสริมไม่ได้ให้สารอาหารครบเหมือนอาหารจริง โดยเฉพาะธาตุเหล็ก วิตามินดี วิตามินบี 12 ที่ไม่มีในโปรตีนพืช เพราะพบในผลิตภัณฑ์จากสัตว์เท่านั้น เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และสตรีมีครรภ์ ไม่ควรรับประทานผลิตภัณฑ์โปรตีนพืชโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต โรคเกี่ยวกับลำไส้ โรคเกาต์ ไทรอยด์เป็นพิษ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยที่ต้องจำกัดปริมาณโปรตีนหรือสารอาหารอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน ผู้ที่ต้องกินยาบางชนิดอยู่เป็นประจำควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน โปรตีนพืชไม่มีผลในการป้องกันและรักษาโรค ควรรับประทานอาหารที่หลากหลาย ครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ โปรตีนพืชสามารถช่วยเสริมโปรตีนที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันได้ดี โดยเฉพาะคนที่เป็นสายมังสวิรัติ วีแกน หรือไม่อยากกินเนื้อสัตว์ แต่สิ่งสำคัญคือการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับตัวเอง เพราะองค์ประกอบของโปรตีนแต่ละชนิดแตกต่างกันย่อมส่งผลต่อประโยชน์ที่ได้รับไม่เหมือนกัน กินโปรตีนลดน้ำหนักให้ได้ดั่งใจ ด้วย 6 เคล็ดลับกินโปรตีนลดความอ้วนแบบง่าย ๆ โปรตีนลดน้ำหนักได้จริงไหม เลือกยี่ห้อไหนดี ช่วยคุมหิว กินแล้วอิ่มอยู่ท้อง 12 โปรตีนจากพืช (Plant based protein) มากคุณประโยชน์ เลือกกินอะไรดี 10 ผักที่มีโปรตีนสูง มาพร้อมไฟเบอร์และวิตามิน เลือกกินอะไรดี 7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโปรตีน ที่คนอยากผอมและมีหุ่นฟิตต้องจำให้ขึ้นใจ ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : Do it her, prooveclub.com, MizuMi&Bomi Official Shop, alter.protein, The Merry Life, Organic_seeds, YOUR Thailand
แสดงความคิดเห็น