ลดน้ำหนักแบบไม่ต้องออกกำลังกายมีมั้ยคะพี่ ?

ลดน้ำหนักแบบไม่ต้องออกกำลังกาย

          คำถามที่ผู้เขียนมักจะได้รับทางอีเมลล์ อินบ๊อคส์ หรือคอมเม้นท์ต่าง ๆ อยู่เป็นประจำไม่เคยขาด จนพอจะอนุมานได้แล้วว่า “การออกกำลังกาย” เป็นกำแพงสูงหนาตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าคนที่ต้องการจะลดน้ำหนักแทบทุกคน เหตุผลก็พอจะเดาได้ไม่ยาก "ทำงานกลับมาก็เหนื่อยแล้ว" "งานเยอะมาก เวลาจะนอนยังไม่มีเลย" "แถวบ้านไม่มีสวน ฟิตเนสก็แพง จะไปวิ่งที่ไหน" … แหม เอาซะเราไปต่อไม่เป็น ไม่รู้จะแนะนำยังไงเลย

          ถ้าจะให้ตอบแบบตรงไปตรงมา การออกกำลังกายอาจจะไม่จำเป็นก็ได้สำหรับคนที่ต้องการ “ลดน้ำหนัก” เพียงอย่างเดียว เพราะร่างกายของคนเรา 70% ประกอบไปด้วยน้ำ ดังนั้นแค่ไม่ดื่มน้ำสัก 1 วัน หรืออดอาหารสัก 2-3 วัน ตัวเลขบนตาชั่งก็ดีดลงมาให้ใจชื้นแล้วล่ะค่ะ แต่ที่หลายคนนึกไม่ถึงก็คือ พฤติกรรมเหล่านั้นอาจจะนำไปสู่อาการ “หุ่นพังแบบถาวร” ได้โดยไม่รู้ตัว เพราะสิ่งที่ทำให้เราอ้วนและป่วยจริง ๆ ไม่ใช่น้ำ แต่เป็นเจ้าไขมันสะสมตัวร้ายที่เกาะแกะอยู่ตามพุงหลาม ต้นแขน ต้นขาอันอวบอิ่ม แถมดูแล้วท่าทางจะไม่ยอมไปไหนง่าย ๆ เสียด้วย และไขมันเหล่านี้เองคือสิ่งที่เราควรตั้งใจจะลด ไม่ใช่น้ำ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของกล้ามเนื้อ องค์ประกอบของร่างกายที่แข็งแรง และแล้วก็มาถึงประโยคนี้ !! ประโยคที่ผู้เขียนควรจะโปรยตั้งแต่บรรทัดแรก

การออกกำลังกายเท่านั้น ที่จะเผาไขมันเดิมออกไปได้ !

          ใช่แล้ว อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ การงดอาหาร หรือรับประทานอาหารน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการมีแต่จะช่วยให้โยโย่หนักขึ้นเท่านั้น แต่การออกกำลังกายด้วยวิธีการที่ถูกต้องแสนง่ายมีแค่ 2 วิธีการ แต่ได้ผลอย่างคลาสสิค

เวทเทรนนิ่ง

วิธีที่ 1 เวทเทรนนิ่ง 

          คือการทำยังไงก็ได้ให้กล้ามเนื้อได้ออกแรงทุกสัดส่วน ประโยชน์โดยตรงก็คือ เมื่อกล้ามเนื้อของเราได้ทำงาน มันก็จะโต เมื่อกล้ามเนื้อเติบโต ก็จะต้องการพลังงานมากขึ้นในการใช้ชีวิตประจำวัน นี่แหละที่เขาบอกว่า “กล้ามเนื้อจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมัน” มันมีที่มาอย่างนี้ ! ไม่ต้องเป็นห่วงว่ากล้ามเราจะนูนปูดโปนเหมือนพ่อหนุ่มตามฟิตเนสหรอกนะคะ ผู้หญิงอย่างเรามีฮอร์โมนไม่เหมือนผู้ชาย เล่นเวทไป สิ่งที่จะได้กลับมาก็คือ หุ่น S Shape มีอก เอว สะโพก และบั้นท้ายกลมกลึงค่ะ

คาร์ดิโอ

วิธีที่ 2 คาร์ดิโอ 

          คือการผลักดันให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เมื่อหัวใจเต้นแรงขึ้นจนอยู่ในระดับที่เราเริ่มรู้สึก “เหนื่อย” อย่างต่อเนื่อง เพียงแค่ประมาณ 20-30 นาทีต่อวัน เจ้ากรรมนายเวรของเรา ๆ ท่าน ๆ ที่มีนามว่า “ไขมัน” ก็จะโดนดึงเข้ามาสู่กระบวนการเผาผลาญในทันทีที่เหลือก็เพียงแค่รักษาสมการง่าย ๆ ข้อเดียว “เบิร์นออกให้มากกว่าที่รับเข้า” เท่านี้ก็ผอมอย่างปลอดภัยแน่นอน

แต่ยังขี้เกียจอยู่ดี พอจะมีไหม ? ที่ออกกำลังกายน้อย ๆ แต่ได้ผลมาก ๆ

          โอเค ... ถ้าให้ตอบตรง ๆ (อีกที) มันก็มีค่ะ อาหารที่เรารับประทานเข้าไปทุกวันนั่นแหละที่จะช่วย “เร่ง” หรือ “เสริมสร้าง” ระบบเผาผลาญของเราให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยเทคนิคง่าย ๆ ไม่กี่ข้อ

โปรตีน ไขมัน

1. โปรตีน กับ ไขมันดี คือสารอาหารที่ขาดไม่ได้

          ในแต่ละวัน ให้ทานโปรตีน 1 กรัม ต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เพื่อชดเชยกล้ามเนื้อที่เสียไประหว่างออกกำลังกาย เสริมสร้างกล้ามเนื้อมัดใหม่ขึ้นมา ช่วยให้กระบวนการเผาผลาญทำงานดีขึ้น โปรตีนที่แนะนำควรเป็นโปรตีนจากไก่ โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกที่มีไขมันแทรกในเนื้อน้อย หรือโปรตีนจากเนื้อปลา และอาหารตระกูลถั่วชนิดต่าง ๆ ที่ถึงแม้จะมีไขมัน แต่ก็เป็นไขมันดีที่มีประโยชน์ต่อการลดไขมันเลวอีกต่างหาก

คารโบไฮเดรต
 
2. กินคาร์โบไฮเดรตอย่างเหมาะสมคือดีงาม

          หลังออกกำลังกายให้ทานสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต หรือ อาหารเสริมที่มีส่วนผสมของน้ำตาล เพื่อให้ร่างกายไม่รู้สึกโหยหาอาหารมื้อใหญ่ ๆ และไม่เผลอไปซัดโฮกบุฟเฟ่ต์หลังเวิร์คเอ๊าท์ โดยอาจจะพก snack ที่มีน้ำตาลไม่เกิน 10 กรัม ติดกระเป๋าไว้ในวันที่ไปฟิตเนส หรืออาจจะเลือกเป็น snack ที่มีใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลก็จะดีขึ้นไปอีกนะ !

LeVif S7

3. รู้จักตัวช่วยดี ๆ ไว้ ไม่เสียหาย

          อาหารเสริมก็ไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไปนะตัวเธอ อย่าสับสน “อาหารเสริม” กับ “ยาลดความอ้วน” เพราะบอกเลยว่ามันทำงานไม่เหมือนกันเลยแม้แต่นิดเดียว การเลือกอาหารเสริมที่ดีแน่นอนว่าต้องมี อย. รับรอง ดูแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน ไม่ใช่ยาผีบอก ไม่ออกฤทธิ์กดประสาทหรือกระตุ้นอวัยวะ อย่าง LeVif S7 อาหารเสริมที่มีลักษณะเป็น เจลลี่รสแอ๊ปเปิ้ล ในซองสีเขียวสดใสตัวนี้ ที่เคลมเอาไว้ว่า มีส่วนผสมของสารอาหารประเภท GIC Complex ลิขสิทธิ์เฉพาะจากเกาหลี ที่นอกจากจะช่วยบล็อกไขมันแล้วยังทำงานควบคู่กับระบบเผาผลาญ ช่วยในการดึงไขมันเก่าออกมาใช้ได้อย่างปลอดภัย แต่มีประสิทธิภาพ ทานง่าย ๆ แค่ฉีกซอง บีบเจล อั้ม ๆ ก่อนออกกำลังกาย เท่านี้ก็ช่วยให้เห็นผลจากการเวิร์คเอ๊าท์ชัดเจนขึ้น 2-3 เท่า (เมื่อเทียบจากระยะเวลาและความหนักในการออกกำลังกายเท่าเดิม)

LeVif S7
 
4. ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม

          การออกกำลังกายหนักทำให้ร่างกายเสียเหงื่อ ซึ่งก็คือ น้ำ ที่ช่วยปรับสมดุลย์ของร่างกายนั่นเอง การดื่มน้ำที่ถูกต้องจึงควรจะทำโดยค่อย ๆ จิบทีละนิด ไปตลอดทั้งวัน และในช่วงที่ออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายของเรามีน้ำหล่อเลี้ยงตลอด ทำให้สามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น รวมทั้งป้องกันสภาพ “บวม” จากอาการขาดน้ำ (หรือที่เรียกว่า บวมน้ำ) ได้อีกด้วย

          คำตอบชัดเจนขนาดนี้แล้ว รู้กันแล้วใช่ไหมว่าการออกกำลังกาย ควบคู่ไปกับการรับประทานอาหาร และอาหารเสริมที่มีประโยชน์ มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักขนาดไหน :-)

          ผู้สนับสนุนเนื้อหาดี ๆ : ผลิตภัณฑ์ LeVif S7 : คู่ใจสาว ๆ ที่ควบคุมน้ำหนักโดยการออกกำลังกายจากประเทศเกาหลี

          ข้อมูลเพิ่มเติมของผลิตภัณฑ์ : www.levifbeauty.com/product



เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ลดน้ำหนักแบบไม่ต้องออกกำลังกายมีมั้ยคะพี่ ? อัปเดตล่าสุด 18 มิถุนายน 2559 เวลา 10:45:13 1,824 อ่าน
TOP
x close