7 สิ่งที่ควรเติมในน้ำเปล่า ช่วยดีท็อกซ์ บูสต์ระบบย่อยอาหาร

ดีท็อกซ์

          บำรุงระบบย่อยอาหาร ด้วยการดีท็อกซ์แบบง่าย ๆ แค่เติมส่วนผสมเหล่านี้ลงไปในน้ำเปล่าแล้วดื่มให้เป็นนิสัย ก็บอกลาอาการอึดอัดและถ่ายไม่คล่องไปได้เลย

          ปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหารไม่ได้แค่ทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อย แต่ยังอาจเป็นสาเหตุของอาการท้องผูก ทำให้รู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว แถมยังนำอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นริดสีดวง อาการปวดหลัง ร้ายที่สุดก็คือโรคมะเร็งลำไส้ แต่ปัญหาเหล่านี้จะไม่เข้ามาย่างกราย ถ้าเรามีระบบย่อยอาหารที่ดี โดยวิธีหนึ่งที่ช่วยได้ก็คือการดื่มน้ำให้เยอะ ๆ แต่ถ้าจะให้ดียิ่งกว่าเดิมต้องขอแนะนำให้เติมส่วนผสมทั้ง 7 ดังต่อไปนี้ลงไปในน้ำดื่มด้วย รับรองเลยว่าปัญหาท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย หรือแม้แต่อาการท้องผูกหมดไปอย่างแน่นอน

ดีท็อกซ์
 
1. น้ำมะนาว

          การดื่มน้ำมะนาวดีกับสุขภาพ โดยเฉพาะระบบขับถ่าย เพราะมะนาวเป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวและอุดมไปด้วยวิตามินซีที่จะเข้าไปช่วยกระตุ้นการสร้างเอ็นไซม์ในระบบย่อยอาหาร อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ป้องกันไม่ให้เซลล์ในลำไส้ถูกทำลายและกลายเป็นเซลล์ตัวร้ายอย่างเซลล์มะเร็งได้ วิธีดื่มก็ไม่ยาก แค่เพียงบีบมะนาวครึ่งผลลงในน้ำดื่ม หรือจะสไลซ์เป็นแผ่นแช่น้ำไว้ดื่มเวลากระหายก็ทำได้ และถ้าอยากให้ได้ผลดีมากขึ้นก็ลองบีบน้ำมะนาวลงในน้ำอุ่นแล้วดื่มทุกเช้า รับรองได้เลยว่าถ่ายคล่องแน่นอนค่ะ ถ้าอยากรู้ว่าเพราะอะไรการดื่มน้ำมะนาวอุ่น ๆ ตอนเช้าถึงดีกับสุขภาพก็ตามไปดู "ประโยชน์ของน้ำมะนาว ดื่มอุ่น ๆ ยามเช้า ดีแค่ไหนต้องพิสูจน์"

ดีท็อกซ์
 
2. แตงกวา

          แตงกวาเป็นผักที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ อีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูง การใส่แตงกวาลงในน้ำดื่มจึงช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดี แถมแตงกวาก็ยังมีคุณสมบัติในการกำจัดสารพิษในลำไส้ได้อีกด้วย ซึ่งลำไส้ที่สะอาดจะทำให้ขับถ่ายได้สะดวก แค่เพียงสไลซ์แผ่นแตงกวาลงไปแช่น้ำแล้วดื่มทุก ๆ วัน บอกได้คำเดียวเลยว่าประโยชน์น่ะดีแบบเห็น ๆ 

ดีท็อกซ์
 
3. อบเชย

          กลิ่นหอม ๆ ของอบเชย ไม่ได้แค่เพียงช่วยให้ผ่อนคลายเท่านั้นแต่ยังช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายได้อีกด้วย โดยเพียงนำอบเชยไปแช่ในน้ำอุ่นจิบเป็นชาหรือนำอบเชยแบบผงโรยลงในน้ำอุ่นแล้วดื่ม สารอาหารในอบเชยจะช่วยบรรเทาอาการลำไส้แปรปรวน และกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีในลำไส้ อีกทั้งสารต้านอนุมูลอิสระในอบเชยยังช่วยรักษาอาการอักเสบและติดเชื้อในลำไส้ ไม่เพียงเท่านั้น อบเชยยังมีคุณสมบัติอีกมากมาย ทั้งช่วยลดน้ำตาลในเลือด และกระตุ้นการเผาผลาญ ดีขนาดนี้รีบหามาเติมในน้ำดื่มกันดีกว่าค่ะ

ดีท็อกซ์
 
4. ขิง

          นอกจากขิงจะมีคุณสมบัติในการรักษาอาการอักเสบแล้ว ขิงยังช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นลดแก๊สในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการท้องอืด หรืออาหารไม่ย่อย และถ้าหากนำไปต้มดื่มเป็นชาขิงก่อนนอนละก็จะยิ่งกระตุ้นระบบขับถ่ายให้ทำงานได้ดีขึ้น แก้อาการท้องผูกได้เป็นปลิดทิ้ง ช่วยให้ตื่นขึ้นมาในวันใหม่อย่างสดใส ไม่รู้สึกอึดอัดเพราะปัญหาท้องไส้เลยล่ะ

ดีท็อกซ์
 
5. น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิล

          น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิลเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่มักใช้ในการล้างพิษในร่างกาย แค่เพียงเติมน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิล 2 ช้อนโต๊ะลงในน้ำอุ่นแล้วดื่มเป็นประจำ ลำไส้ก็จะสะอาดสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น และกระตุ้นให้ลำไส้ทำงานได้ดีกว่าเดิม นอกจากนี้กรดในน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิลยังช่วยปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่างในลำไส้ได้ด้วย

ดีท็อกซ์
 
6. ใบสะระแหน่

          แค่เพียงดื่มน้ำแช่ใบสะระแหน่สด ก็จะช่วยบรรเทาอาหารอาหารไม่ย่อยและลดแก๊สในกระเพาะอาหารได้เป็นอย่างดี อีกทั้งใบสะระแหน่สดยังช่วยปรับปรุงการไหลเวียนของระบบน้ำดีและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของต่อมน้ำลาย ช่วยให้การย่อยอาหารเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดีท็อกซ์
 
7. เมล็ดเจีย

          คุณสมบัติที่โดดเด่นของเมล็ดเจียนั่นก็คือไฟเบอร์สูง จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าการรับประทานเมล็ดเจียจะช่วยแก้ปัญหาท้องผูก และช่วยให้ระบบลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น แต่ก็ต้องระมัดระวังกันหน่อยเพราะถ้าหากทานมากไปอาจจะทำให้ท้องเสียได้ โดยไม่ควรรับประทานเกินวันละ 2 ช้อนโต๊ะค่ะ

          การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ไม่ใช่แค่เพียงการดีท็อกซ์ร่างกายเท่านั้น แต่ยังควรทำควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และพักผ่อนให้เพียงพอ หากทำได้ตามนี้รับรองได้เลยว่าสุขภาพของคุณจะดียิ่ง ๆ ขึ้นไปอย่างแน่นอนค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
findhomeremedy  
besthealthyguide  
guthealthproject


คิดอย่างไรกับเรื่อง: 7 สิ่งที่ควรเติมในน้ำเปล่า ช่วยดีท็อกซ์ บูสต์ระบบย่อยอาหาร ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
7 สิ่งที่ควรเติมในน้ำเปล่า ช่วยดีท็อกซ์ บูสต์ระบบย่อยอาหาร โพสต์เมื่อ 22 มิถุนายน 2559 เวลา 16:01:41 37,707 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP