รีวิวลดน้ำหนักที่ทำให้เรารู้ว่า ถ้าระบบเผาผลาญพัง ออกกำลังกายหนักเบอร์ไหน คุมอาหารให้ตายหุ่นก็ยังไม่ปัง จนสุดท้ายลองลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ปีเดียวก็รู้เรื่อง !

วิธีลดน้ำหนักให้ไขมันในร่างกายลด กล้ามเนื้อขึ้น หลายคนคิดว่าต้องออกกำลังกายให้หนักและกินอาหารคลีนทุกวัน แต่ถ้าทำทุกอย่างที่ว่ามาก็แล้ว น้ำหนักลดลงจริงแต่โทรม ซิกแพคยังไม่มา กล้ามเนื้อไม่ขึ้น อาจต้องทบทวนวิธีลดความอ้วนใหม่อย่างคุณสมาชิกหมายเลข 4013246 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่เธอก็ลองลดน้ำหนักมาหลายวิธี แม้แต่การใช้ยาลดความอ้วนเลยด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็ค้นพบว่า ต่อให้ออกกำลังกายหนักทุกวัน กินอาหารคลีนเป็นประจำ ทว่ายังแก้ระบบเผาผลาญตัวเองไม่ได้ ซิกแพค หุ่นแบบลีน ๆ หน้าท้องปัง ๆ ก็คงยังห่างไกล เธอเลยลองวิธีลดน้ำหนักใหม่ที่ในที่สุดก็ให้ผลลัพธ์ตรงตามเป้าหมาย ภายในปีเดียวเอง
ลองมาดูกันค่ะว่า ระบบเผาผลาญพัง จะรู้ได้ยังไง และถ้าระบบเผาผลาญพังควรแก้ยังไงดี จากรีวิวลดน้ำหนักของสาวคนนี้เลย
ลองมาดูกันค่ะว่า ระบบเผาผลาญพัง จะรู้ได้ยังไง และถ้าระบบเผาผลาญพังควรแก้ยังไงดี จากรีวิวลดน้ำหนักของสาวคนนี้เลย
ทำไมระบบเผาผลาญถึงพัง ?
พลอยเคยเล่าให้ฟังแล้วว่า สมัยก่อนวิธีอยากผอมแบบรวดเร็วทันใจก็คือ "การกินยาลดความอ้วน" แล้วนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้น้ำหนักของพลอยเด้งขึ้นมาคูณ 2 ภายในเวลาอันรวดเร็วหลังจากกลับมากินเหมือนเดิม
รูปจุดเริ่มต้นที่คิดอยากลดความอ้วนโดยไม่ใช้ยาใด ๆ
แบบแขม่วพุง


พลอยออกกำลังกายหนักขึ้น คาร์ดิโอและบอดี้เวทไปด้วย 6-7 วันต่ออาทิตย์ แล้วออกกำลังกายแต่ละครั้งกินเวลานานประมาณ 2-3 ชั่วโมง
ใช่อยู่...มันช่วยทำให้พลอยลดไขมันได้ไวขึ้น โดยไม่รู้ผลกระทบที่จะตามมาในภายหลัง
พลอยกินคลีนได้ 1 อาทิตย์แล้วเลิกทำเพราะฝืนกินต่อไม่ไหว แต่ก็พอรู้เรื่องอาหารบ้างว่าควรกินอะไร พลอยเลยกินลีนแทน ก็คือ ไม่มัน ไม่ทอด ไม่กินของหวานเลย รวมทั้งน้ำหวาน แล้วที่สำคัญพลอยกินแค่ 3 มื้อ ทั้งวันกินไม่เกิน 1,200 kcal
พลอยเคยอยู่เมืองนอก ต้องทำงานหนัก พลอยก็กินแค่ 3 มื้อ แถมยังนับแคลเหมือนเดิม เลิกงาน เข้างานเที่ยง เลิกงาน เที่ยงคืน ทำงานเหนื่อยมากจนโทรมลง เดินไปทำงานวันละครึ่งชั่วโมง
แรก ๆ มันก็ช่วยลดน้ำหนักดีหรอก 2-3 เดือนเกือบ 10 กิโลฯ แต่หลังจากนั้นล่ะ ??? หารู้ไม่ว่ามันทำให้เป้าหมายการมี six pack เหินห่างออกไป
จาก 60 เหลือ 52 ลดแบบอดอาหาร ออกกำลังกายหนัก

จะรู้ได้อย่างไรว่าระบบเผาผลาญเราพัง ?
พลอยได้ทำการทดสอบตัวเอง โดยการกินให้เกิดค่า BMR และอยู่ในช่วง TDEE ผลปรากฏว่า ใน 1 อาทิตย์ น้ำหนักขึ้นมาเกือบ 1 กิโลฯ
จนในที่สุดก็ถึงเวลาแก้ระบบเผาผลาญพังสักที โดยมีรุ่นพี่ที่พลอยเคารพ สอนพลอยทุกอย่างในเวลา 4-5 เดือน
1. กินให้ถึง
ไม่ต้องไปสนใจแคลอรีที่กินเข้าไปเลย กินอาหารที่มีประโยชน์แบบที่พลอยกินน่ะถูกแล้ว แต่ให้เพิ่มแป้งและโปรตีนเข้าไป แล้วเพิ่มมื้ออาหารออกเป็น 5 มื้อ
2. เวทให้ถึง
ต้องรู้จักฝืน กล้ามเนื้อถึงจะมีการพัฒนา เวทให้โดนกล้ามเนื้อทุกมัด อย่าเลือกทำแค่ท้อง เพราะการมีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น จะทำให้เราเผาผลาญไขมันได้เร็วขึ้น เวทแต่ละครั้งก็ประมาณ 40 นาที
3. คาร์ดิโอโดยการเดินไวและเดินชันวันละ 1 ชั่วโมง
หรือถ้าจะวิ่งก็แค่ 30 นาทีกำลังดี แล้วถ้า HIIT อาทิตย์ละ 2-3 วันก็พอ อย่าทำทุกวัน โดยจะทำการคาร์ดิโอหลังจากทำการเล่นเวททันที (คิดถึงแต่ก่อนวิ่งวันละ 1 ชั่วโมงคือพังมาก) เพราะการออกกำลังกายหนักเกินไปอาจจะสลายกล้ามเนื้อได้ และการสูญเสียกล้ามเนื้อจะเกิดขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กินอาหารไม่ถึง, HIIT บ่อยและนานเกินไป และคาร์ดิโอแบบหนักเป็นเวลานาน
4. ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายทุกวัน
ให้ออกกำลังกายแค่อาทิตย์ละ 3-5 วันก็พอ อีก 2 วันให้มีการพักผ่อนเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อ
5. มื้อก่อนออกกำลังกายสำคัญ
ควรรับประทานอาหารก่อนออกกำลังกายเป็นเวลา 1.30-2 ชั่วโมง โดยเน้นกินแป้งซึ่งจะช่วยทำให้มีแรงเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ (มื้อนี้แต่ก่อนนี่ไม่เคยมีเลย เออเอาแรงที่ไหนไปออกกำลังนั่น)
6. มื้อหลังออกกำลังกายก็ควรต้องกิน
หลังออกกำลังกายควรรีบกินอาหารเช่นกัน โดยเน้นคาร์บเชิงเดี่ยวและโปรตีนเป็นหลัก
7. ดื่มน้ำเยอะ ๆ วันละ 2 ลิตรขึ้นไป...และที่สำคัญ
8. พักผ่อนให้เพียงพอ
เคยจำได้ว่า ไปให้รุ่นพี่นี่แหละสอนให้ แล้ววันนั้นเพลียมาก เล่นได้ไม่เต็มที่ พี่ไล่กลับบ้านเลย ตึงงโป๊ะ...! พร้อมบอกว่าถ้ามาเล่นแล้วเป็นแบบนี้อย่ามาเลยดีกว่า เล่นไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เออ…จริง !
เล่าต่อ
จากตอนแรกที่มาให้พี่สอน ไขมันอยู่ที่ประมาณ 22% เลิกสนใจตัวเลขบนตาชั่ง ดูตัวเองในกระจกแทน เดือนที่ 3-4 น้ำหนักค่อยลง ไปจนแตะเลข 47 ซึ่งตอนแรกหนัก 52 กิโลฯ
คือ 3 เดือนแรกน้ำหนักนิ่งมาตลอด แต่สิ่งที่ได้คือ หุ่นดีขึ้น ไขมันลดลง กางเกง เสื้อผ้าหลวมขึ้น ทุกอย่างเป็นที่น่าพึงพอใจมากกับการแก้ไขปัญหาระบบเผาผลาญพัง

....คือดีอะ ต้องการมาลดไขมันแต่ได้กล้ามเนื้อไปด้วยภายในตัว...
และนี่ก็คือเดือนที่ 6-8 ไขมันลดลงมาเหลือประมาณ 12% วัดจากคาลิปเปอร์


สุดท้ายอยากบอกเพื่อน ๆ ว่า ใครรู้ตัวว่าลดความอ้วนมาแบบผิด ๆ ให้รีบแก้ไขมันซะ เพราะทุกอย่างล้วนต้องใช้เวลา ไม่ใช่ 1-2 เดือนจะผอมเลย ไม่ใช่ 2-3 เดือนจะมีซิกแพคได้ ตราบใดที่ระบบยังพัง เป้าหมายก็จะยิ่งไกลออกไป
ขอให้ทุกคนสู้ ๆ ค่ะ เป็นกำลังใจให้

ใครมีคำถามอะไรก็เข้ามาในเพจของพลอยได้ค่ะ ถามได้ พลอยก็จะพยายามตอบทุกคนเหมือนเดิม
- เพจ ชีวิตติดเหล็ก ผอมชัวร์
- IG. ploypolokono
ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
คุณสมาชิกหมายเลข 4013246 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม