ม.รังสิต ยื่นขอ อย. ยาพ่นกัญชา แต่ติดที่กฎหมายไม่อนุญาตให้ใช้ทางการแพทย์

ม.รังสิต ยื่นขอ อย. ยาพ่นกัญชา แต่ติดที่กฎหมายไม่อนุญาตให้ใช้ทางการแพทย์

         คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต อยู่ระหว่างขอ อย. ยาพ่นสารสกัดจากกัญชา แต่ติดที่กฎหมายระบุเป็นสารเสพติด-ไม่อนุญาตให้ใช้ทางการแพทย์  ชี้ หากแก้กฎหมายได้ จะเกิดคุณประโยชน์อย่างมาก

         "กัญชา" เป็นพืชที่มีทั้งคุณประโยชน์ และเป็นสารเสพติด ซึ่งในหลายประเทศมีการศึกษาการใช้กัญชาทางการแพทย์ รวมทั้งผ่อนปรนกฎหมายให้ประชาชนใช้กัญชาทางการแพทย์ หรือเพื่อสันทนาการได้อย่างถูกต้อง อย่างไรก็ดี กัญชายังถือเป็นสิ่งเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ในประเทศไทย

ม.รังสิต ยื่นขอ อย. ยาพ่นกัญชา แต่ติดที่กฎหมายไม่อนุญาตให้ใช้ทางการแพทย์

         ไม่นานมานี้ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ผลิตยาพ่นกัญชา เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดจากการทำคีโมสำหรับผู้ป่วยมะเร็งได้สำเร็จ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างขอจดทะเบียน อย. ให้ใช้สำหรับผู้ป่วยได้ต่อไป [อ่านข่าว : สุดเจ๋ง ! ม.รังสิต ผลิตยาพ่นกัญชา บรรเทาความเจ็บปวดจากการรักษามะเร็ง]

         เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2561 ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขอจดทะเบียน อย. แต่กัญชาจัดเป็นสิ่งเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ในประเทศไทย และไม่อนุญาตให้ใช้ทางการแพทย์นั้น หากแก้ไขกฎหมายได้จะเกิดประโยชน์อย่างมาก

ม.รังสิต ยื่นขอ อย. ยาพ่นกัญชา แต่ติดที่กฎหมายไม่อนุญาตให้ใช้ทางการแพทย์

         ขณะที่ รศ. ดร.ภกญ.นริศา คำแก่น อาจารย์ประจำหมวดวิชาเภสัชเวทและตัวยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยว่า ที่มาของงานวิจัยสเปรย์สารสกัดกัญชานั้น ได้นำกัญชาของกลางมาใช้ทดลองเพื่อสารสกัด 2 ชนิด THC ที่ทำให้เซลล์มะเร็งฝ่อ แต่มีผลข้างเคียงต่อจิตประสาท กับสาร CBD ต้านการอักเสบ แก้คลื่นไส้ เบื่ออาหาร เมื่อนำมาใช้คู่กันในส่วนผสม 1 ต่อ 1 ตามสัดส่วนที่เหมาะสม จะช่วยบรรเทาอาการปวด ซึ่งสเปรย์ตัวนี้ได้เปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์รูปแบบสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปากสกัดจากพืชกัญชา ที่จำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกัน

         ขณะที่ทีมนักวิจัย ระบุว่า หากอนาคตมีการปลดล็อกให้นำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ได้ จะทำวิจัยเพิ่มเติมพัฒนาจากสเปรย์เป็นยาอมละลายในปากเพื่อรักษามะเร็งที่ไม่เกิดผลข้างเคียงต่อตับ และช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาการกลืน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการวิจัย ซึ่งมีประโยชน์กับผู้ป่วยมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดี

ม.รังสิต ยื่นขอ อย. ยาพ่นกัญชา แต่ติดที่กฎหมายไม่อนุญาตให้ใช้ทางการแพทย์

         อย่างไรก็ดี ที่ทางทีมนักวิจัยเลือกผลิตเป็นรูปแบบนี้เพราะเป็นรูปแบบที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ทันที ทำให้การออกฤทธิ์ของยาค่อนข้างเร็ว สาร หรือตัวยาสำคัญจำไม่ถูกทำลายที่ตับ แต่สิ่งที่ยังขาดคือ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้และประสิทธิผลของยา ซึ่งทางทีมนักวิจัยจะต้องมีการวิจัยที่ทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิผลของยาต่อไป

         สำหรับกัญชาของกลางที่นำมาวิจัยนั้นพบว่ามีปัญหาการปนเปื้อนของเชื้อรา เพราะฉะนั้นในการวิจัยขึ้นต่อไป ทางทีมนักวิจัยมองถึงการพัฒนาวัตถุดิบโดยจะปลูกกัญชาในเรือนเพาะชำ มีการควบคุมอุณหภูมิ และความชื้น ซึ่งจะได้กัญชาออร์แกร์นิกที่มีคุณภาพและจะนำมาวิจัยในขั้นต่อไป




ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Arthit Ourairat

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก



ม.รังสิต ยื่นขอ อย. ยาพ่นกัญชา แต่ติดที่กฎหมายไม่อนุญาตให้ใช้ทางการแพทย์ โพสต์เมื่อ 5 เมษายน 2561 เวลา 12:38:39 3,417 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: ม.รังสิต ยื่นขอ อย. ยาพ่นกัญชา แต่ติดที่กฎหมายไม่อนุญาตให้ใช้ทางการแพทย์ ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP