FDA ประกาศห้ามใช้ผงถ่านชาร์โคลผสมในอาหาร หรือเมนูสีดำกำลังจะหายไป !?

          เทรนด์อาหารสีดำจากชาร์โคลกำลังจะหายไป เริ่มจากถูกแบนในรัฐนิวยอร์กก่อนที่แรก ว่าแต่..อาหารที่ผสมชาร์โคลอันตรายจริงหรือ ?

ชาร์โคล

          เทรนด์อาหารสีดำจากผงชาร์โคลฮิตกันมาพักใหญ่ ๆ จนปัจจุบันเราจะเห็นอาหารที่มีส่วนผสมของผงถ่านชาร์โคลในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นขนมปังชาร์โคล ไอศกรีมชาร์โคล เครปชาร์โคล โทสต์ชาร์โคล หรือแม้แต่เมนูเครื่องดื่มผสมชาร์โคลก็ยังมีให้เลือกกิน ทว่าในนครรัฐนิวยอร์กอาจไม่มีอาหารชาร์โคลให้เห็นอีกต่อไปแล้ว เพราะองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้สั่งห้ามขายอาหารที่มีส่วนผสมของชาร์โคลทุกชนิด แต่จะเป็นเพราะอะไรชาร์โคลถึงถูกแบนลองมาอ่านที่มาที่ไปกัน

ชาร์โคล คืออะไร

          ผงถ่านชาร์โคล หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Activated Charcoal เป็นคาร์บอนชนิดหนึ่งซึ่งเรียกกันว่า ถ่านกัมมันต์ หรือกระบวนการเผาเปลือกไม้ด้วยความร้อนสูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียส เพื่อให้ได้ผงถ่านที่มีรูพรุนสำหรับดูดซับอากาศและสารต่าง ๆ อันเป็นคุณสมบัติเด่นของถ่านกัมมันต์ แตกต่างกันกับถ่านฟืนที่ใช้หุงต้มทั่วไปนะคะ

ชาร์โคล


ชาร์โคล ทำมาจากอะไร

          โดยส่วนมากแล้วผงชาร์โคลจะทำมาจากกระบวนการเผาเปลือกมะพร้าวหรือเปลือกไม้เพื่อให้ได้ผงถ่านอนุภาคเล็กเพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมด้านพลังงาน อุตสาหกรรมผลิตหน้ากากคาร์บอนกรองแก๊สพิษ รวมไปถึงอุตสาหกรรมยา และในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นเทรนด์มาสักระยะ

ชาร์โคล สรรพคุณดีอย่างไร

          ในทางการแพทย์ Activated Charcoal หรือ Activated Carbon หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อชาร์โคล มีสรรพคุณในการดูดสารพิษบางชนิด โดยเฉพาะสารพิษที่ก่อให้เกิดอาการท้องเสีย อย่างที่เราเห็นในรูปของยาถ่านแก้ท้องเสีย นอกจากนี้ในวงการแพทย์ยังใช้ชาร์โคลเพื่อช่วยผู้ป่วยที่กินยาเกินขนาดหรือมีสารพิษตกค้างในร่างกายเกินขนาดด้วยนะคะ

ชาร์โคล

ชาร์โคลโดนแบน !?

          แม้เมนูชาร์โคลกำลังรุ่งเรืองเฟื่องฟูในหลาย ๆ ประเทศรวมไปถึงบ้านเรา แต่ที่นครนิวยอร์ก องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ได้สั่งระงับการจำหน่ายและวางขายอาหารที่มีส่วนผสมของชาร์โคลทุกชนิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทาง FDA ระบุว่า ชาร์โคลมีส่วนขัดขวางการดูดซึมตัวยาในร่างกาย

          ดังนั้นคนที่ต้องกินยาเป็นประจำอย่างผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิด อาจได้รับผลกระทบจากผงถ่านชาร์โคลที่ผสมอยู่ในอาหารได้ โดยเฉพาะหากกินชาร์โคลเกิน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือกินทุกวัน จากอาหารชนิดไหนก็ตาม

          ทั้งนี้เหตุผลที่ FDA สั่งห้ามใช้ผงถ่านชาร์โคลในอาหาร ก็เนื่องจากกังวลว่า ประสิทธิภาพในการดูดซึมยาของร่างกายในผู้ที่ต้องกินยาเป็นประจำจะลดลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพของยาลดลง ยาไม่ได้ทำหน้าที่รักษาโรคอย่างเต็มศักยภาพ จนเป็นเหตุให้การป้องกันหรือรักษาโรคด้วยตัวยาที่กินเข้าไปไม่ได้ผลอย่างที่ควร

ชาร์โคล

          ดังนั้น ด้วยคุณสมบัติดูดซับสารพิษและอาจจะดูดซับยาบางชนิดของชาร์โคล ก็อาจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ FDA สั่งระงับการใช้ผงชาร์โคลผสมในอาหาร ทว่าในประเด็นอันตรายจากชาร์โคลในข้ออื่น ๆ ยังไม่เป็นที่แน่ชัด และยังคงอยู่ในระหว่างทำการวิจัยเพื่อหาข้อสรุปต่อไป

          ส่วนในบ้านเรายังไม่มีกระแสสั่งห้ามขายอาหารผสมชาร์โคลแต่อย่างใด ทว่าเพื่อความปลอดภัยก็อยากแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของชาร์โคลในปริมาณที่เหมาะสม เพราะอะไรที่มากเกินไปก็ไม่ส่งผลดีต่อร่างกาย ที่สำคัญชาร์โคลไม่ใช่สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายคนปกติเท่าไรค่ะ นอกจากหากท้องเสีย หมอสั่งยาถ่านมาให้กิน เคสนี้ก็จะได้ใช้สรรพคุณของผงถ่านชาร์โคลกันไปเต็ม ๆ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
observer
realsimple
dailymail
ny.eater
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
FDA ประกาศห้ามใช้ผงถ่านชาร์โคลผสมในอาหาร หรือเมนูสีดำกำลังจะหายไป !? โพสต์เมื่อ 16 กรกฎาคม 2561 เวลา 15:32:53 25,213 อ่าน
TOP