ไขข้อสงสัย คีลอยด์ จากการเจาะหู คืออะไร เกิดขึ้นเพราะอะไร แพทย์มีคำตอบ !


         แพทย์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ คีลอยด์ ก้อนโตที่เกิดขึ้นจากการเจาะหูหลายรู หลังมีข่าวถูกแชร์สนั่นโซเชียล พร้อมชี้ถึงสาเหตุ และวิธีการรักษา


ภาพจาก เฟซบุ๊ก Red Skull Z

         เป็นประเด็นข่าวที่หลายคนฮือฮาไม่น้อย เมื่อมีเพจออกมาโพสต์เตือนภัยเรื่องการเจาะหูหลายรู อาจเสี่ยงต่อการเกิดคีลอยด์ เป็นแผลเป็นชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะนูน และอาจขยายเป็นก้อนขนาดใหญ่ที่บริเวณใบหู พร้อมแนะนำว่า ควรหลีกเลี่ยงเรื่องการเจาะ การสัก หรือผ่าตัดศัลยกรรมใด ๆ ที่ไม่จำเป็น เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเหตุแบบนี้ ทำเอาหลายคนออกอาการผวา บ้างก็สงสัยว่า คีลอยด์ เกิดจากอะไรกันแน่ และจะรักษาได้อย่างไร

         ล่าสุด (6 กันยายน 2561) เฟซบุ๊กเพจ Dr.Surawej Numhom นายแพทย์สุรเวช น้ำหอม ก็ได้ออกมาโพสต์ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ คีลอยด์ ทั้งสาเหตุที่เกิด รวมถึงวิธีการรักษา ดังนี้


         "เจาะหูแล้วเป็นคีลอยด์ มีลักษณะเป็นก้อนโตตามรูที่เจาะหูเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมากในคนไทย เพราะเชื้อชาติและกรรมพันธุ์

         วันก่อนมีนักข่าวช่อง ONE ขอสัมภาษณ์หมอเรื่องการเจาะหูแล้วเป็นคีลอยด์ว่าเกิดขึ้นได้เพราะอะไรแล้วจะรักษาอย่างไร ซึ่งหมอเองก็งงเล็กน้อยว่าอยู่ดี ๆ ทำไมมาขอสัมภาษณ์ เพราะหมอเองก็เขียนในเพจหลายรอบแล้ว แต่ก็จะสรุปให้ฟังอีกทีละกัน

         คีลอยด์เป็นแผลเป็นนูนที่นูนใหญ่กว่าแผลเดิมมาก ๆ เช่น รูเจาะหูที่เล็กนิดเดียว หากกลายเป็นคีลอยด์ก็จะขยายตัวออกมากจนค่อย ๆ กินหูไปเรื่อย ๆ ได้

         ลักษณะของคีลอยด์ส่วนใหญ่จะเป็นหลังจากเกิดแผลไปแล้วนานพอสมควร บางคนอาจเกิดขึ้นหลังจากเจาะหูเป็นปี ๆ เลยก็ได้ โดยมากมักจะมีเหตุบางอย่าง เช่น หูที่เจาะเกิดการอักเสบ ซึ่งอาจจะอักเสบนิดเดียวก็ได้ แล้วต่อมารูที่เจาะก็แข็งกลายเป็นก้อนเล็ก ๆ และค่อย ๆ ขยายตัวใหญ่ขึ้นอย่างช้า ๆ จนบางคนใหญ่เท่าลูกปิงปองเลยก็เคยเจอ

         หากเกิดเป็นก้อนคีลอยด์ที่รูที่เจาะหู หากก้อนเล็ก ๆ ประมาณถั่วเขียว อาจจะรักษาโดยการฉีดยาได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นยาสเตียรอยด์ ซึ่งจะฉีดไม่มากในแต่ละครั้ง และรอนานประมาณ 1 เดือนจึงจะฉีดซ้ำ แต่ถ้าก้อนใหญ่กว่าถั่วลิสง หมอจะไม่เสียเวลาฉีดยาเพราะจะเจ็บมากแล้วโอกาสลงน้อย จะแนะนำให้ผ่าตัดออกไปเลย แต่ถ้าใครกลัวจะฉีดยาไปเรื่อย ๆ ก็ได้


เฟซบุ๊กเพจ Dr.Surawej Numhom

         การผ่าตัดก้อนคีลอยด์ที่หู ถ้าก้อนเล็กจะผ่าง่าย หูไม่เสียทรง แต่ถ้ารอจนก้อนใหญ่มาก ๆ และกินกระดูกหูเข้าไปมาก ๆ การผ่าตัดจะทำให้หูแหว่งแน่นอน อันนี้ต้องทำใจเลย และการผ่าตัดเฉย ๆ ไม่หายแน่ ๆ ต้องตามด้วยการฉีดยาหรือฉายแสงด้วยเสมอ

         การรักษาคีลอยด์ที่หู ถ้ารักษาถูกวิธี โอกาสหายขาดมีกว่า 90% แต่ถ้ารักษาผิด เช่น ผ่าตัดเฉย ๆ โอกาสเป็นซ้ำจะสูงมาก 50-100% เลย ซึ่งการรักษาแบบผิด ๆ คือการผ่าตัดเฉย ๆ ก็ยังพบเห็นได้ตลอด เพราะไม่นานคนไข้ก็จะเกิดก้อนขึ้นที่เดิม แถมใหญ่กว่าเดิมอีกด้วย

         การดูแลตัวเองก็สำคัญ คนไข้ที่รักษาผ่าตัดคีลอยด์กับหมอ จะต้องปรับเรื่องอาหารด้วย เช่น ลดการทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์พวกเนื้อแดง ลดอาหารแสลง เช่น พวกของเผ็ดจัด เค็มจัด และพวกส้มตำปลาร้า

         ดังนั้นการรักษาคีลอยด์ไม่ได้ยากอะไร แต่จะยากบ้างตอนที่ก้อนใหญ่ ๆ แล้วต้องตัดออกให้หมด หมอจะมีวิธีอะไรที่ทำให้หูยังดูเป็นหูอยู่ ไม่ให้แหว่ง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับหมอ แต่พอเห็นผลออกมาดีก็รู้สึกโล่งใจแทนคนไข้ จึงแนะนำให้คนไข้ที่คิดจะรักษาต้องทราบเสมอว่าตัดอย่างเดียวไม่ได้ ! ต้องติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่องด้วย"





เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ไขข้อสงสัย คีลอยด์ จากการเจาะหู คืออะไร เกิดขึ้นเพราะอะไร แพทย์มีคำตอบ ! โพสต์เมื่อ 7 กันยายน 2561 เวลา 02:03:46 26,486 อ่าน
TOP