ปกติคุณวิ่งกับใคร ?

นักวิ่งวัยเกษียณ
การวิ่งเป็นกิจกรรมง่าย ๆ ขอเพียงเตรียมร่างกายให้พร้อมกับรองเท้าวิ่งที่เหมาะกับเท้าสักคู่ เราก็สามารถสนุกสนานกับการขยับแข้งขยับขาเพื่อออกกำลังกายได้แล้ว ในเมื่อมันง่ายขนาดนี้ คุณแจน-นัฐวรรณ ยุทธยง ก็เลยชักชวนคุณพ่อคุณแม่วัยเกษียณและน้องสาวออกมาวิ่งเพื่อจะได้ใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว ทั้งที่ก่อนหน้านี้กิจกรรมที่ครอบครัวทำร่วมกันมักไม่พ้นเรื่องการหาอะไรอร่อย ๆ ทาน
งานวิ่งเป็นเหมือนหมุดหมายที่คุณแจนเอาไว้ให้กำลังใจกับคุณพ่อคุณแม่ให้ลุกขึ้นมาวิ่งอย่างสม่ำเสมอ และพอถามเรื่องงานวิ่งที่เลือกจะพาพ่อแม่ไป แจนบอกว่า ต้องมั่นใจว่าเป็นงานที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน
"สำหรับเราวิ่งเองบางทีขาดนิด ผิดหน่อยเราทนได้ แต่พอเป็นผู้ใหญ่ ถ้าจุดให้น้ำไม่พอ หรือเส้นทางไม่ชัดเจนก็อาจจะหมดสนุกได้"
สำหรับข้อกังวลดังกล่าว Thai Health Day Run จึงจัดเตรียมรถนำทางพร้อมสัญญาณไซเรน ข้อมูลป้ายบอกทาง ระยะทางที่ตรงตามกำหนด จุดให้น้ำตามระยะ และปริมาณน้ำที่เพียงพอสำหรับจำนวนนักวิ่ง นอกจากนี้ยังมีทีมแพทย์พร้อมอุปกรณ์กู้ภัย และการทำประกันสุขภาพกลุ่มให้กับผู้ที่เข้าแข่งขันและลงทะเบียนอย่างถูกต้องเพื่อความสบายใจของทุกคน
นอกจากมีเหรียญรางวัลและบรรยากาศเป็นตัวดึงดูดให้ฟิตร่างกาย เรื่องเวลาก็เป็นเป้าหมายเล็ก ๆ ที่คุณพ่อตุ๊และคุณแม่ปานหมั่นคอยพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ โดยคุณพ่อคุณแม่จะวิ่งวันละประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อจะลงรายการวิ่ง 3 กิโลเมตร ให้อยู่ในเวลาประมาณ 25-30 นาที
"แรก ๆ ก็มีงอแงบ้าง ก็ต้องคอยให้กำลังใจว่าเวลาดีขึ้นแล้วนะ ใกล้งานวิ่งแล้วนะ หรือบอกว่าอย่าเพิ่งเลิกเลย เพราะรองเท้าซื้อมาแพงนะ (หัวเราะ)" คุณแจนแชร์เคล็ดลับให้ทุกคนลองไปใช้
นักวิ่งวัยประถม
อีกครอบครัวหนึ่งที่น่ารักไม่แพ้กันคือ ครอบครัวของคุณโยธิน หวังกิตติกาล คุณพ่อนักวิ่งที่ชวนน้องปิ่น เด็กหญิงพิชญาภัค หวังกิตติกาล ลูกสาววัย 7 ขวบออกมาวิ่งด้วยกัน "พอเขาเห็นคุณพ่อวิ่ง เขาก็บอกว่าอยากจะวิ่งบ้าง" คุณโยธินเล่าถึงเหตุผลเรียบง่ายของสาวน้อยที่อยากใช้เวลากับคุณพ่อ "ผมสนับสนุนให้ลูกออกกำลังกายเพราะรู้ว่า การออกกำลังกายทำให้สดชื่น ทำอะไรก็จะทำได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือการทำงาน ผมเลยอยากปลูกฝังความรักในการเล่นกีฬาให้เขา ก่อนที่เขาจะอยากไปใช้เวลากับเพื่อนมากกว่าใช้เวลากับเรา"
ซึ่งในความเป็นจริงการวิ่งก็มีส่วนทำให้เด็กเรียนหนังสือดีขึ้นจริง ๆ ดังผลการวิจัยของชาร์ล ฮิลล์แมน แห่งมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์แห่งเมืองเออร์บานาแชมเปญ ที่บอกว่า เมื่อเด็กขยับร่างกายจนได้เหงื่อ สมองของเด็กจะตื่นตัว (ดังภาพประกอบด้านล่าง) นอกจากนี้การออกกำลังยังช่วยให้สมองพัฒนาหน้าที่ในการคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ เรียนรู้ในการตอบสนอง เคารพกติกา และการอยู่ร่วมสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ อีกด้วย
สำหรับเรื่องความปลอดภัยนั้นเป็นสิ่งที่ทางผู้จัดงาน Thai Health Day Run ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งเส้นทางการวิ่งและการจราจรอย่างชัดเจน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่มูลนิธิ และ Marshall คอยดูแลตลอดเส้นทาง นอกจากนี้สำหรับครอบครัวที่มีลูกวัย 6-10 ขวบ งานนี้ก็มีการวิ่งระยะ 100 เมตร, 200 เมตร และ 400 เมตรเพื่อน้อง ๆ หนู ๆ อีกด้วย และไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะค่าสมัครงานนี้ถือว่าย่อมเยาและสมเหตุสมผลที่สุด
จากเรื่องราวของสองครอบครัวนี้ทำให้เห็นว่า การวิ่งเป็นกีฬาสำหรับทุกเพศทุกวัย ขอเพียงเตรียมร่างกาย และจิตใจของตนเองให้พร้อม ก่อนจะหันไปชวนคนข้างกายให้มาออกวิ่ง เพื่อให้คนที่เรารักมีสุขภาพดี หัวใจสูบฉีด ปอดแข็งแรง และผ่อนคลายความเครียด ซึ่งเหล่านี้ก็คือพื้นฐานแห่งความสุขที่ทุกครอบครัวต้องการนั่นเอง
ดังนั้นมาวิ่งด้วยกันนะ Thai Health Day Run รอต้อนรับทุกครอบครัว ในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2561 ณ สนามศุภชลาศัย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ thaijogging.org





