ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง เตรียมรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ฟรี 1 มิ.ย. - 31 ส.ค.


          กรมควบคุมโรค เชิญชวนประชาชน และบุคลากรใน 7 กลุ่มเสี่ยง มาเข้ารับฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 สิงหาคม 2562



           วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 กรมควบคุมโรค ออกหนังสือประชาสัมพันธ์ เชิญชวนประชาชนใน 7 กลุ่มเสี่ยง ให้มาฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ฟรี โดยเป็นวัคซีนแบบ 3 สายพันธุ์ที่เป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่พบบ่อยในไทย ซึ่งมีประสิทธิภาพที่จะสามารถป้องกันอาการรุนแรง และลดการเสียชีวิตได้

           โดย นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในทุก ๆ ปี กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงฟรี เนื่องจากในช่วงนี้ของทุกปี อากาศมักจะเปลี่ยนแปลงประกอบกับไทยเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ทำให้โรคติดต่อทางเดินหายใจ โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ มีโอกาสที่จะแพร่กระจายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปีนี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้เตรียมวัคซีนไว้จำนวน 4 ล้านโดส มาให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ เพื่อป้องกันการเกิดโรค และแพร่กระจายสู่ผู้อื่น

ฉีดวัคซีนป้องกัน

           สำหรับวัคซีนที่ใช้ เป็นวัคซีนที่ป้องกันเชื้อได้ 3 สายพันธุ์ ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ได้แก่ A Michigan (H1N1), A Switzerland (H3N2) และ B Colorado (Victoria lineage) ซึ่งจากการเฝ้าระวังศึกษาการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์เชื้อในไทย ปี 2562 ข้อมูลถึงวันที่ 30 เมษายน 2562 พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่แยกเป็น A (H1N1) ร้อยละ 23.51, A (H3N2) ร้อยละ 18.17 และ B ร้อยละ 58.32

           จากการวิเคราะห์สายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ที่แยกได้ในประเทศไทยระหว่างเดือนมกราคม - มีนาคม 2562 พบว่า มีเชื้อไข้หวัดใหญ่ A (H1N1) เป็นเชื้อ A Michigan (H1N1) ร้อยละ 100 ส่วน A (H3N2) พบเป็น A Switzerland ร้อยละ 35.00 และ A Singapore ร้อยละ 65.00

ฉีดวัคซีนป้องกัน

           ส่วนเชื้อ B ในปีนี้มีความหลากหลายสายพันธุ์มากกว่าหลายปีที่ผ่านมา คือพบ B Victoria lineage ร้อยละ 99.00 ที่เหลือเป็น B Phuket (Yamagata lineage) ร้อยละ 1.00 โดยพบเชื้อที่ก่อโรคตรงกับสายพันธุ์ในวัคซีน 3 สายพันธุ์ดังกล่าว ซึ่งถือว่ามีความคุ้มค่าและมีความปลอดภัย เพราะมีประสบการณ์การใช้ในประเทศไทยยาวนานกว่า 10 ปี และยังเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่พบบ่อยในไทยและทั่วโลก

           โดยวัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพสามารถป้องกันอาการรุนแรงและลดการเสียชีวิตได้ ส่วนวัคซีน 4 สายพันธุ์นั้น มีองค์ประกอบเหมือนกับวัคซีน 3 สายพันธุ์ แต่จะมีสายพันธุ์ B Phuket (Yamagata lineage) เพิ่มเข้ามา จึงสามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ในประเทศไทยมักป่วยด้วยเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่บรรจุอยู่ในวัคซีน 3 สายพันธุ์อยู่แล้ว

ฉีดวัคซีนป้องกัน

           นอกจากนี้ วัคซีน  4 สายพันธุ์ยังมีราคาสูงกว่า ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจะพิจารณานำมาใช้เมื่อวัคซีนดังกล่าวมีความคุ้มค่า และประเทศมีความพร้อม หากประชาชนมีความต้องการฉีดวัคซีน 4 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นวัคซีนอีกทางเลือกหนึ่ง ก็สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อขอรับการฉีดวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ได้ แต่อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ด้าน นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า ในปีนี้ได้เตรียมวัคซีนไว้จำนวน 4 ล้านโดส แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

           1. สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม ได้แก่

           - หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์มากกว่า 4 เดือน
           - เด็ก อายุ 6 เดือน - 2 ปี
           - ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค คือ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, โรคหอบหืด, โรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคไตวาย, โรคเบาหวาน และผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด
           - ผู้สูงอายุ มากกว่า 65 ปี
           - ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
           - โรคธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมถึงผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ)
           - โรคอ้วน น้ำหนักตัวมากกว่า 100 กก./ BMI มากกว่า 35 กิโลกรัม ต่อ ตรม.

           2. สำหรับบุคลากรกลุ่มเสี่ยง ได้เตรียมวัคซีนไว้จำนวน 4 แสนโดส ซึ่งผู้ที่สามารถเข้ารับบริการฟรี ได้แก่

           - บุคลากรทางการแพทย์
           - เจ้าหน้าที่สอบสวนควบคุมโรค
           - เจ้าหน้าที่ทำลายสัตว์ปีก
           - เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ
           - นักศึกษาทางการแพทย์และสาธารณสุข

ฉีดวัคซีนป้องกัน

           ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข จะให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงดังกล่าวฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งสามารถขอรับบริการวัคซีนได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ และสถานพยาบาลเอกชนที่ร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 สิงหาคม 2562

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
กรมควบคุมโรค

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง เตรียมรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ฟรี 1 มิ.ย. - 31 ส.ค. โพสต์เมื่อ 27 พฤษภาคม 2562 เวลา 17:07:11 22,128 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP