x close

เอส คมกฤษ ผู้กำกับฯ ที่เลือกกำกับชีวิตดีให้กับตัวเอง

ชนะในความแพ้

          “เมื่อก่อนกินเยอะมาก กินทุกเวลาที่อยาก กินทุกอย่างที่ต้องการ ทั้งบุฟเฟ่ต์ ของทอด ของมันไม่เว้น ปาร์ตี้ก็เยอะ ดื่มแทบทุกวัน เพราะรู้สึกว่า เราทำงานมาเหนื่อย ก็ต้องกินเท่าที่อยากกิน ในเมื่อยังแข็งแรง ทำงานได้ จะไปกังวลอะไร”

          นี่คือการเปิดการสนทนากับผู้กำกับภาพยนตร์อารมณ์ดี คุณเอส คมกฤษ ตรีวิมล เจ้าของผลงานกำกับภาพยนตร์ดังอย่างแฟนฉัน เพื่อนสนิท สายลับจับบ้านเล็ก เขาได้เล่าถึงตัวเองในอดีตราวกับกำลังพูดถึงอีกคน ทั้งที่ในปัจจุบันเขายังทำอาชีพที่งานหนัก จัดการเวลายาก และยังมีความสุขที่จะได้เฮฮาสังสรรค์กับเพื่อนเหมือนเดิม

แล้วอะไรที่ทำให้ชายคนนี้เปลี่ยนไป


          “ตอนนั้นน้ำหนักมากกว่าตอนนี้ 12-13 กิโลกรัม จุดเปลี่ยนแรกเลย เกิดขึ้นเมื่องานคืนสู่เหย้าของคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ผมเป็นพิธีกรและต้องขึ้นเวทีกับน้องแอฟ (ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ) แล้วได้มาดูรูปถ่ายงานนั้นภายหลัง รู้สึกว่าตัวเองอ้วนมาก รับไม่ได้...”

บางครั้งจุดเปลี่ยนของคนเราก็อาจเกิดขึ้นง่าย ๆ แบบนี้

          “ก็เลยเริ่มลดอาหาร ไม่กินข้าวเย็น น้ำหนักก็ลดลง แต่ก็ขึ้น ๆ ลง ๆ ตอนไหนน้ำหนักลง ก็กลับมากินหนัก น้ำหนักก็ขึ้นมาอีก...จนได้มาพบจุดเปลี่ยนที่สอง คือตอนที่หนังรัก 7 ปี ดี 7 หน เข้าฉาย กระแสวิ่งมา แล้วโดนประโยคในหนังที่บอกว่า ‘ถ้าคุณอยากวิ่ง คุณวิ่งกิโลเดียวก็พอ แต่ถ้าคุณอยากพบชีวิตใหม่ คุณค่อยมาวิ่งมาราธอน’ ผมก็เลยลองวิ่งดู เริ่มจากวิ่งรอบหมู่บ้าน แรก ๆ วิ่งได้น้อยมาก แป๊บเดียวก็เหนื่อย วันรุ่งขึ้นก็ปวดขา เดินขึ้นบันไดแทบไม่ได้”

          การเริ่มวิ่งของทุกคนอาจไม่ต่างกัน นั่นคือการก้าวเท้าไปข้างหน้าโดยไม่ยอมหยุด แต่ความแตกต่างของแต่ละคนอาจอยู่ที่สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทาง สำหรับคุณเอสในตอนนั้นที่แทบไม่ได้ออกกำลังกายมาก่อน การวิ่งย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

         “พอวิ่งไปได้สักพัก เริ่มชอบ เริ่มสนุกกับการวิ่ง แต่ดันมามีอาการเจ็บที่ขาหนีบ เจ็บจนแหยง ไม่กล้าวิ่ง รู้สึกท้อมาก จนยอมแพ้เลย และพอไม่ได้วิ่งน้ำหนักก็กลับมาเกือบเท่าเดิม”


แล้วอะไรที่ทำให้ชายคนนี้กลับมาสู้ต่อ
 
          “เราคิดถึงตอนที่สุขภาพดี มันเป็นความสุขแบบใหม่ที่ไม่เคยเจอ ไม่เหมือนความสุขตอนทำงานประสบความสำเร็จ และก็ไม่เหมือนความสุขตอนเฮฮากับเพื่อน มันเป็นความสุขแบบคนที่ไม่วิ่งไม่มีทางรู้ มันสบายกาย สบายใจ คิดถึงความรู้สึกนี้จนต้องกลับมาวิ่ง โดยคราวนี้ค่อย ๆ กลับมาเดินก่อน จนเริ่มดีขึ้น เหมือนร่างกายก็คอยปรับตามเรา ทำให้เราเข้าใจว่า ร่างกายถูกใช้มานาน บางครั้งจะไปเร่งมันทันทีไม่ได้ ต้องฟังเสียงร่างกายบ้าง ถ้าเริ่มเจ็บ ก็หยุดพัก”

           “จนเดี๋ยวนี้ติดการวิ่ง วันไหนไม่ได้วิ่ง อีกวันก็ต้องวิ่ง หรืออย่างน้อยต้องวิ่งบนเครื่อง อีกอย่างที่ทำให้ชอบการวิ่งมาก คือ เวลาคิดงานไม่ออก หรือคิดได้ไม่ดีพอ แต่พอวิ่งแล้ว มันจะช่วยให้คิดออก ถึงจะไม่ได้คิดออกทั้งหมด แต่จะมีทางเลือกให้เรา เพราะเวลาวิ่ง เรามีแค่ลมหายใจให้เกาะ เวลาเหนื่อย จะไม่คิดเรื่องอื่น สมองปลอดโปร่ง คิดแต่ทำยังให้ก้าวต่อไป ไม่ฟุ้งซ่าน ในหัวเหลืออยู่ 2 อย่างคือ วิ่งกับงาน”

          ปัจจุบันคุณเอสเข้าร่วมการวิ่งฮาล์ฟมาราธอน และตั้งเป้าหมายจะวิ่งมาราธอนให้สำเร็จ โดยได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการวิ่งระยะไกลไว้อย่างน่าสนใจว่า

          “รู้สึกว่า เมื่อเราวิ่งได้ตามเป้าหมาย เราจะเหมือนกลายเป็นคนใหม่ เพราะได้บรรลุเป้าหมายจนสำเร็จ ทัศนคติของเราก็เปลี่ยนตาม เพราะเราได้เอาชนะตัวเองคนเก่าไปแล้ว”

          คุณเอสคนใหม่ที่เกิดขึ้นจากการออกกำลังกาย ไม่ได้เปลี่ยนไปแค่เรื่องของความคิด แต่ยังมีความเปลี่ยนแปลงดี ๆ ด้านอื่นอีกด้วย

          “จากที่เคยเป็นคนไม่ค่อยแข็งแรง อ่อนเพลียง่าย ขับรถบางทีมีวูบ ต้องพักรถจอด ตอนนี้ก็เหนื่อยน้อยลง

          นอกจากนี้ยอมรับเลยว่าเวลามีคนทักว่า ผอมลง แก่แล้วยังดูดี ฟังแล้วก็ภูมิใจ กิจวัตรในชีวิตก็เปลี่ยน จากแต่ก่อนเวลาเพื่อนนัดกิน จะได้ทันที แต่ตอนนี้ อาจไม่ได้ ติดซ้อมวิ่ง นัดเทรนเนอร์ เหมือนชีวิตถูกจัดการใหม่”
   
          ก่อนจากกัน คุณเอสมีข้อความอยากฝากถึงคนที่ยังไม่ได้เริ่มต้นตั้งเป้าหมาย หรืออาจรู้สึกท้อในการลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง
   
          “เมื่อก่อนผมก็เคยแพ้ และไม่เคยคิดว่า ตัวเองจะวิ่งได้ขนาดนี้ แต่ผมคิดว่า ความแพ้เป็นเรื่องปกติ ใคร ๆ ก็เคยแพ้ เคยล้มเลิกความตั้งใจ ปกติมาก เพราะชีวิตมันมีแพ้-ชนะสลับกัน แต่ถ้าแพ้ คุณจะยอมแพ้ตลอดไปเหรอ จะตราหน้าตัวเองว่าเป็นคนแพ้ไปตลอดเหรอ แต่ถ้าวันหนึ่งเอาชนะตัวเองได้ด้วยการออกกำลัง ความรู้สึกในการชนะตัวเองยิ่งใหญ่มาก คุณอาจจะไม่เชื่อ แต่ผมยืนยันเลยว่า จริง ชีวิตจะดีขึ้นอย่างแน่นอน”
   
          เชื่อว่าใคร ๆ ก็อยากมีชีวิตที่ดี หลายคนจึงพยายามหาสูตรสำเร็จ ค้นหาวิธี แสวงหาตัวช่วยให้ไปถึง แต่เหนืออื่นใดสำคัญที่สุดคือตัวคุณเอง ไม่มีใครสามารถผลักขาของคุณให้วิ่ง ขยับแขนของคุณให้แกว่งได้นอกจากตัวคุณเอง ขอเพียงมีเป้าหมาย และมุ่งมั่น ชีวิตดีย่อมเริ่มได้ที่เรา
   
          สสส.พร้อมสนับสนุนทุกใจที่มุ่งมั่นด้วยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หากสนใจ สามารถเข้าไปดูได้ที่ www.thaihealth.or.th


เอส คมกฤษ ผู้กำกับฯ ที่เลือกกำกับชีวิตดีให้กับตัวเอง โพสต์เมื่อ 28 ตุลาคม 2562 เวลา 10:27:53 615 อ่าน
TOP