รู้จักโรคไข้นกแก้ว หลังไทยพบผู้ป่วย 1 ราย เผยกลุ่มไหนเสี่ยงบ้าง เช็กอาการและวิธีป้องกัน

          ทำความรู้จัก โรคไข้นกแก้ว หลังไทยพบผู้ป่วย 1 ราย กรมควบคุมโรคย้ำ เลี้ยงนกได้ แต่ต้องป้องกันให้ถูกวิธี

ไข้นกแก้ว

          จากกรณี ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคไข้นกแก้ว (Psittacosis) จำนวน 1 ราย เมื่อปลายปี 2568 โดยเป็นหญิงอายุ 55 ปี มีโรคประจำตัว ได้แก่ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เบาหวาน และความดันโลหิตสูง และมีประวัติเลี้ยงนกแก้วในห้องปิดที่อากาศไม่ถ่ายเท โดยไม่ได้สวมอุปกรณ์ป้องกันขณะทำความสะอาดกรง ก่อนเริ่มมีอาการป่วย ปัจจุบันได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว

          กรณีดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชน จนติดอันดับ 1 ข่าวที่ถูกมอนิเตอร์โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ประสานกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และยืนยันว่าเป็น "ข่าวจริง"

โรคไข้นกแก้วคืออะไร


          โรคไข้นกแก้วเป็นโรคจากสัตว์สู่คน เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Chlamydophila psittaci ซึ่งพบในนกและสัตว์ปีกหลายชนิด เช่น นกแก้ว นกพิราบ เป็ด และไก่งวง คนสามารถติดเชื้อจากการสูดดมละอองฝอยที่มีเชื้อปนเปื้อนจาก มูลแห้ง ขน หรือสารคัดหลั่ง ของนก โดยเชื้อสามารถทนอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานถึง 30 วัน

การแพร่เชื้อระหว่างคนพบได้น้อย แต่หากป่วยและเลี้ยงนกแก้ว ควรแจ้งประวัติให้แพทย์ทราบ

กลุ่มเสี่ยงและอาการ
 


          กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่ใกล้ชิดกับนกหรือสัตว์ปีก เช่น ผู้เลี้ยงนก สัตวแพทย์ และผู้ให้อาหารนก

          อาการมักคล้ายไข้หวัดใหญ่ ได้แก่

          - มีไข้

          - หนาวสั่น

          - ปวดศีรษะ

          - ปวดกล้ามเนื้อ

          - ไอแห้ง

          - ระยะฟักตัวประมาณ 4–5 วัน แต่อาจยาวนานกว่า 1 เดือนได้ โดยมีอัตราการเสียชีวิตต่ำ และมักพบในผู้สูงวัยหรือผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ไข้นกแก้ว
ภาพจาก เฟซบุ๊ก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว

คำแนะนำสำหรับการเลี้ยงนกให้ปลอดภัย


          - กักโรค 30 วันและตรวจสุขภาพนก ก่อนนำเข้าเลี้ยงรวม

          - แยกนกเพื่อสังเกตอาการหากมีอาการผิดปกติ

          - ทำความสะอาดกรงโดย สวมหน้ากากและถุงมือทุกครั้ง

          - ไม่กวาดฝุ่นแห้ง ให้ฉีดน้ำพ่นก่อนทำความสะอาด

          - ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ 1:32 หรือยาฆ่าเชื้อสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ

          - วางกรงนกในที่อากาศถ่ายเท ไม่ควรเลี้ยงในห้องนอน

          - ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสนกหรือทำความสะอาดกรง

          - เปลี่ยนอาหารและน้ำวันละครั้ง

          - หากนกป่วย ให้แยกออกและพาไปพบสัตวแพทย์

ไข้นกแก้ว
ภาพจาก เฟซบุ๊ก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว

เมื่อใดควรพบแพทย์


          หากมีอาการไข้ หนาวสั่น ไอแห้ง ปวดศีรษะ หรือเพิ่งสัมผัสสัตว์ปีกภายใน 1–2 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์ และแจ้งประวัติการเลี้ยงหรือสัมผัสสัตว์ปีก เพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง

          กรมควบคุมโรคขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลจากหน่วยงานทางการเท่านั้น และตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่ข่าวหรือส่งต่อข้อมูล

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมประชาสัมพันธ์, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว, ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมhfocus







เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
รู้จักโรคไข้นกแก้ว หลังไทยพบผู้ป่วย 1 ราย เผยกลุ่มไหนเสี่ยงบ้าง เช็กอาการและวิธีป้องกัน อัปเดตล่าสุด 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18:08:20
TOP
x close