หมอสมอง เล่าเคสสาวกินยาคุม ทำเลือดหนืด เส้นเลือดดำสมองตีบตันจนชัก เผยแม้กินยาคุม โอกาสทำเส้นเลือดดำสมองอุดตัน จะเกิดขึ้นต่ำ แต่มีปัจจัยทำเสี่ยงเพิ่ม

วานนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2569) เพจ สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ โดย ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ประสาทวิทยา
ผู้เชี่ยวชาญด้านประสบประสาทและสมอง โพสต์เคสเตือนใจกรณีพบผู้ป่วยหญิงอายุ
20 ปีต้น ๆ มีอาการปวดหัว ซื้อยากินไม่หาย ต่อมาชักกระตุกหัวกระแทกพื้น
มีอาการอ่อนแรง
เมื่อทำซีทีสแกนสมองแล้วพบว่ามีเลือดออกในสมอง และที่สำคัญคือ ดูหลอดเลือดดำในสมอง พบว่ามีการตีบตัน เส้นเลือดดำที่อยู่ตรงกลางสมอง ในประวัติปรากฏว่าทานยาคุมมา ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุทำให้เลือดหนืดได้
ภาพจาก เพจ สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์
ตัวเลขโดยประมาณจากงานวิจัยใหญ่
คนทั่วไป (ไม่กินยาคุม)
→ CVST ≈ 2–5 ต่อ 1,000,000 คน/ปี
ผู้หญิงที่กินยาคุมชนิด estrogen
→ CVST ≈ 8–20 ต่อ 1,000,000 คน/ปี
ความเสี่ยงเพิ่ม ~3–7 เท่า (relative risk)
แต่ โอกาสเกิดจริงยัง "ต่ำมาก" (absolute risk ต่ำ)
แต่ แต่ แต่ความเสี่ยง "ไม่เท่ากัน" ในทุกคน ถ้าเจอในคนเหล่านี้ จะเพิ่มมหาศาล คือ
1. พันธุกรรมลิ่มเลือด (Thrombophilia)
- Factor V Leiden
- Prothrombin mutation
- Protein C / S deficiency
ถ้ามี + กิน OCP → risk อาจเพิ่ม 10–30 เท่า
2. ภาวะฮอร์โมน / สรีรวิทยา
- หลังคลอด (puerperium)
- ตั้งครรภ์
- PCOS + obesity
3. ปัจจัยร่วม
- สูบบุหรี่
- อ้วน
- ขาดน้ำ
- นั่งนิ่งนาน
- มะเร็ง
- autoimmune
แปลว่า
OCP อย่างเดียว = เสี่ยงเพิ่มเล็ก–ปานกลาง
OCP + risk factor (ปัจจัยเสี่ยง) = เสี่ยงเพิ่มแบบ exponential คือ ชัดเจน"





