หมอเตือน ไขมันพอกตับ ไม่ได้เกิดเฉพาะคนดื่มแอลกอฮอล์ แนะ 3 วิธีปรับพฤติกรรมและ 3 สิ่งควรเลิก หากไม่อยากให้ตับเสื่อมโดยไม่รู้ตัว

วันที่ 3 มีนาคม 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์
รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
โพสต์ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด ในหัวข้อ "ไขมันพอกตับหายได้ แค่ปรับ 3 อย่างนี้"
แนะนำแนวทางดูแลตัวเองอย่างง่าย ที่สามารถช่วยลดไขมันสะสมในตับได้
หากเริ่มปรับพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆ พร้อมเตือนถึง 3 พฤติกรรมที่ควรเลิก
หากไม่อยากให้ตับเสื่อมและเสี่ยงโรคร้ายในระยะยาว
โพสต์ดังกล่าวระบุว่า ไขมันพอกตับไม่ได้มาจากแอลกอฮอล์อย่างเดียว หลายคนไม่ดื่มเลยก็เป็นได้ เพราะต้นเหตุหลักคือ พลังงานส่วนเกิน โดยเฉพาะน้ำตาลและแป้งขัดขาว ช่วงแรกแทบไม่มีอาการ รู้ตัวอีกทีก็ตอนตรวจสุขภาพ แต่ถ้าปล่อยไว้นานอาจลุกลามเป็นตับอักเสบ ตับแข็ง และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับได้ แต่เราสามารถทำให้ไขมันพอกตับระยะแรก ๆ ฟื้นกลับได้ครับ ถ้าปรับถูกจุด วันนี้สรุปให้ชัด ๆ เป็น 3 สิ่งควรทำ 3 สิ่งควรเลิก และค่าตับที่ไม่ควรมองข้าม
1. ลดน้ำหนักอย่างมีเป้าหมาย ไม่ต้องหักโหม
งานวิจัยพบว่าแค่ลดน้ำหนัก 5-10% ของน้ำหนักตัว ไขมันในตับสามารถลดลงได้ชัดเจน ไม่จำเป็นต้องผอมทันที แต่ต้องค่อย ๆ ลดและรักษาไว้ได้ เพราะการโยโย่ขึ้น-ลงบ่อย ๆ ทำให้ตับเครียดกว่าเดิม โฟกัสที่ลดพลังงานส่วนเกิน ลดหวาน ลดแป้งขัดขาว และเพิ่มโปรตีนทุกมื้อ จะช่วยรักษากล้ามเนื้อไปพร้อมกัน
2. ออกกำลังกายให้ถึงจุด ไม่ใช่แค่ขยับตัว
การเดินเป็นเรื่องดี แต่ถ้าอยากลดไขมันในตับจริง ๆ ควรมีทั้งคาร์ดิโออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ และเวตเทรนนิ่ง 2-3 วัน เพราะกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญดีขึ้น ลดภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของไขมันพอกตับ
3. เลือกไขมันและเลือกกินอาหารให้เป็น
ไขมันไม่ใช่ศัตรู ถ้าเราเลือกถูก ควรเน้นเพิ่มไขมันดี เช่น ปลา ถั่ว น้ำมันมะกอก และลดไขมันทรานส์กับของทอด ส่วนอาหารเสริมบางชนิด เช่น โอเมก้า 3 หรืออาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น แอสตาแซนทิน มีบทบาทช่วยลดการอักเสบได้ แต่ถ้าเลือกกินเสริมควรปรึกษาแพทย์ก่อน
อีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้คือ โคลีน มีบทบาทสำคัญในการพาไขมันออกจากตับ ถ้ากินไม่พอ ไขมันจะสะสมง่าย แหล่งอาหารที่มีโคลีน เช่น ไข่แดง ตับสัตว์ ปลา ถั่วเหลือง และถั่วต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องกินอาหารเสริมทุกคน แค่จัดอาหารให้ครบหมู่ก็ช่วยตับได้มากแล้วครับ
ต่อไปคือ 3 สิ่งที่ควรเลิก ถ้าไม่อยากให้ตับแย่ลง
1. เลิกน้ำหวานและของหวานเป็นนิสัย
น้ำตาลส่วนเกินจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันที่ตับโดยตรง ต่อให้ไม่อ้วนมากก็เป็นไขมันพอกตับได้
2. เลิกดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ๆ
แม้จะเป็นไขมันพอกตับจากเมตาบอลิก ไม่ใช่แอลกอฮอล์ แต่การดื่มเพิ่มเข้าไปจะยิ่งซ้ำเติมตับ ทำให้การอักเสบเกิดง่ายขึ้น
3. เลิกใช้ยาและสมุนไพรพร่ำเพรื่อ
โดยเฉพาะพาราเซตามอลขนาดสูง หรือสมุนไพรที่ไม่มีแหล่งชัดเจน เพราะตับคืออวัยวะหลักที่ต้องกำจัดสารเหล่านี้
การเช็กค่าตับ อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
- ตรวจค่าเอนไซม์ตับ เช่น AST และ ALT ถ้าสูงกว่าปกติอาจสะท้อนการอักเสบของตับ
- อัลตราซาวด์ช่องท้อง ช่วยดูว่ามีไขมันสะสมมากแค่ไหน
- ในบางกรณีอาจต้องทำ FibroScan เพื่อประเมินพังผืดและความรุนแรง
ไขมันพอกตับแก้ได้ ถ้าแก้ที่ต้นเหตุ ลดพลังงานส่วนเกิน เพิ่มการเผาผลาญ และเลือกกินอาหารให้ถูก ตับเป็นอวัยวะที่ฟื้นตัวได้ดีมาก ยิ่งเริ่มเร็ว โอกาสกลับมาแข็งแรงก็ยิ่งสูง
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก หมอเจด





