
อันดับ 1 : "ของถูกทิพย์" หลอกซื้อสินค้า/บริการ (62%)
นี่คือแชมป์ตลอดกาลที่คนโดนหลอกวันละกว่า 500 เคส ! มุกนี้เล่นกับความ "อยากได้" โดยกลุ่มที่มักตกเป็นเหยื่อคือช่วงอายุ 20-49 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำธุรกรรมออนไลน์และอยู่ในโลกออนไลน์เป็นกิจวัตร โดยกลโกงนี้ถูกแจ้งความสูงถึง 210,000 ครั้ง ใน 1 ปี ซึ่งบางครั้งอาจจะเป็นแค่สินค้าไม่ตรงปก แต่ถือเป็นหนึ่งในเคสที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด
จุดเช็กลิสต์รู้ทันมิจฉาชีพ
• เช็กประวัติ : ตรวจสอบรีวิวและชื่อเสียงร้านก่อนซื้อทุกครั้ง
• เอ๊ะราคา : อย่าหลงกลสินค้าที่ราคาถูกผิดปกติ
• เสิร์ชชื่อ : ค้นหาบัญชี/เบอร์ใน Google หรือ Blacklist seller ก่อนโอน
• เลี่ยงบัญชีบุคคล : งดโอนเข้าบัญชีส่วนตัวที่ไม่ใช่ของร้านโดยตรง
• เซฟหลักฐาน : เก็บแคปแชตและสลิปโอนเงินไว้เสมอ
อันดับ 2 : "ดวงเฮงหลอก" หลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล (17%)
"ยินดีด้วย ! คุณคือผู้โชคดีได้รับรางวัล..." ข้อความเหล่านี้มักมาพร้อมกับการสร้างเรื่องราวให้ตื่นเต้น ดีใจ จนลืมฉุกคิด อ้างว่าได้รับของรางวัลใหญ่ (ทองคำ, รถยนต์, เงินสด) แต่มีข้อแม้ว่าต้อง "โอนค่าธรรมเนียม" ไปให้ก่อนถึงจะได้รับของ โดยกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อมักเป็นกลุ่มเยาวชนที่หลงดีใจกับดวงเฮงเก๊ง่าย
จุดเช็กลิสต์รู้ทันมิจฉาชีพ
1. โอนก่อน = โกง : จำไว้ว่าไม่มีรางวัลจริงไหนที่ต้องเสียเงินก่อนรับ
2. ไม่กดลิงก์แปลก : หลีกเลี่ยง SMS หรือข้อความที่ไม่รู้จัก
3. เช็กต้นตอ : สอบถามบริษัทเจ้าของรางวัลโดยตรง
4. อย่ารีบตามคำขู่ : ระวังข้อความที่เร่งรัดให้โอนเงินทันที
5. รักษารหัส : ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวหรือรหัส OTP กับใครเด็ดขาด
อันดับ 3 : "งานสบายรวยเร็ว" หลอกให้ทำงานเสริม/ลงทุน (10%)
ภัยร้ายวัยรุ่นสร้างตัวมักมาในรูปแบบ "งานกดรับออร์เดอร์" หรือ "ดูคลิปแลกเงิน" จ้องเล่นงานน้อง ๆ นักศึกษาหรือคนอยากหารายได้เสริม ช่วงแรกให้เงินจริงหลักสิบเพื่อล่อให้เราลงเงินก้อนใหญ่ขึ้น
จุดเช็กลิสต์รู้ทันมิจฉาชีพ
• ห้ามโอนเพื่อสมัครงาน : งานจริงต้องได้เงิน ไม่ใช่เสียเงิน
• อย่าโลภผลตอบแทนสูง : ระวังงานสบายที่รายได้ดีเกินจริง
• อย่าเชื่อสลิปปลอม : กำไรที่โชว์ในแชตอาจเป็นแค่ตัวเลขทิพย์
• เช็กใบอนุญาต : ตรวจสอบชื่อบริษัทและตัวตนให้ชัดเจนก่อนเริ่ม
• แชตส่วนตัว = เสี่ยง : หากถูกชวนลงทุนผ่านแชต ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นโจร
อันดับ 4 : "กู้ด่วน อนุมัติไว" หลอกให้กู้เงินหรือรีดเอาทรัพย์ (7%)
จ้องเล่นงานคนที่กำลังเดือดร้อนเรื่องเงิน อ้างว่ากู้ง่าย กู้ด่วน ไม่เช็กบูโร แต่สุดท้ายเงินกู้ไม่ได้ แถมโดนหลอกให้โอนค่ามัดจำหรือค่าเดินบัญชีไปให้มันก่อน
จุดเช็กลิสต์รู้ทันมิจมิจฉาชีพ
• กู้จริงไม่เก็บก่อน : สถาบันการเงินที่ถูกกฎหมายไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงินล่วงหน้า
• ห้ามโอนค่ามัดจำ : ไม่โอนเงินค่าค้ำประกันหรือค่าเดินบัญชีก่อนกู้เด็ดขาด
• เช็กต้นสังกัด : ตรวจสอบชื่อบริษัทกับหน่วยงานกำกับดูแลให้ชัดเจน
• เมิน SMS กู้เงิน : อย่าหลงเชื่อข้อความชวนกู้ผ่าน SMS หรือโซเชียลมีเดีย
• รักษามูลส่วนตัว : ระวังการส่งรูปบัตรประชาชนหรือเลขบัญชีให้แหล่งเงินกู้นอกระบบ
อันดับ 5 : "ละครดราม่า" ข่มขู่ทางโทรศัพท์ (Call Center) (6%)
มุกคลาสสิกที่เล่นกับ "ความกลัว" อ้างว่าเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ บอกว่าคุณไปพัวพันคดีฟอกเงิน แล้วขู่ให้โอนเงินไป "ตรวจสอบ" แม้จะมีแค่ 6% แต่ว่านี่คือมุกที่ทำให้คน "หมดตัว" ได้ในครั้งเดียว โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป
จุดเช็กลิสต์รู้ทันมิจฉาชีพ
• สติมา ไม่กลัวขู่ : อย่าตกใจตามมุกมิจฉาชีพ
• รัฐไม่ขอโอน : เจ้าหน้าที่จริงไม่โทร. มาให้โอนเงิน
• ห้ามบอก OTP : เก็บข้อมูลธนาคารและรหัสเป็นความลับ
• ตัดสายทันที : หากถูกกดดันให้วางสายทันที
• เช็กตรงต้นสังกัด : โทร. ตรวจสอบกับหน่วยงานที่ถูกอ้างเอง
รูปแบบข้างต้นคือกลยุทธ์ที่มิจฉาชีพนิยมใช้หลอกลวง ประชาชนควรมีสติ "ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน" ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล เพจ หรือเว็บไซต์ ให้แน่ชัดก่อนทำธุรกรรม

แต่เมื่อตกเป็นเหยื่อไปแล้วต้องทำอย่างไร ?
หากรู้ตัวว่าพลาดโอนเงินไปแล้ว อย่าเพิ่งหมดหวัง ให้ โทร. - อายัด - แจ้ง ทันที
• โทร. : กด 1441 หน่วยงาน AOC ทันทีภายใน 1 ชั่วโมงแรก (โทร. ฟรี 24 ชม.)
• อายัด : สั่งระงับบัญชีโจร (หยุดเงินหนี)
• แจ้ง : แจ้งความออนไลน์หรือโรงพัก (ภายใน 72 ชม.)
เพราะเรื่องราวที่เราแชร์มาทั้งหมดนี้อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลโกงที่มิจฉาชีพขุดขึ้นมาหลอกล่อ... แต่ความจริงที่มากกว่านั้นเป็นอย่างไร ? ลองไปดูเรื่องราวนี้ที่จะทำให้คุณเห็นว่า เพียงแค่พริบตาเดียวที่ขาดสติ ความสูญเสียอาจมากกว่าที่คุณคิด ผ่านสื่อรณรงค์ชุดล่าสุด

● คลิปวิดีโอออนไลน์ "ป้าข้างบ้านอวดลูก" : https://www.youtube.com/watch?v=95NtmiqttBU
เพราะ สสส. อยากให้คุณมีเกราะป้องกันที่เข้มแข็ง และไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพได้ง่าย ๆ มาเสริมภูมิคุ้มกันดิจิทัลให้ตัวเองได้ที่ "คู่มือรู้ทันสู้ภัยมิจ"

ติดตามข่าวสารสุขภาพจากทาง สสส. ได้ที่
Facebook : Social Marketing Thaihealth by สสส.
Line : @thaihealththailand
TikTok : @thaihealth
YouTube : SocialMarketingTH
Website : Social Marketing Thaihealth
*(ข้อมูลอ้างอิงจากสถิติความเสียหายสะสม ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2568 ถึง 22 ม.ค. 2569)*





