หมอเตือน คนที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2535 อาจไม่เคยได้รับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี เสี่ยงติดเชื้อ โดยไม่รู้ตัว แนะควรตรวจเลือด รู้เร็วลดโอกาสลุกลามเป็นมะเร็งตับ

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์
หมอเด็กเฉพาะทางโรคทางเดินหายใจและผู้ป่วยวิกฤต
โพสต์ให้ความรู้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า แนะนำคนที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2535 ควรไปตรวจเลือดเช็กไวรัสตับอักเสบบี
เพราะเป็นกลุ่มที่อาจไม่เคยได้รับวัคซีนและติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว
เนื่องจากไวรัสสามารถแฝงอยู่ในร่างกายได้นานหลายสิบปีโดยไม่แสดงอาการ
ก่อนพัฒนาไปสู่ภาวะตับแข็งหรือมะเร็งตับ
จึงแนะนำให้ผู้ที่ไม่แน่ใจประวัติการฉีดวัคซีนหรือไม่เคยตรวจมาก่อน
เข้ารับการตรวจคัดกรองด้วยการเจาะเลือด
เพื่อประเมินความเสี่ยงและรับการดูแลรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
โพสต์ดังกล่าว ระบุว่า คนที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 ควรไปตรวจเลือดดูไวรัสตับอักเสบบีสักครั้ง รู้เร็ว ป้องกันมะเร็งตับได้
เพราะประเทศไทยเพิ่งเริ่มฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีในเด็กแรกเกิดแบบทั่วประเทศอย่างจริงจังในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2535 นั่นแปลว่า คนที่เกิดก่อนหน้านั้นจำนวนมาก อาจไม่เคยได้รับวัคซีนตั้งแต่เกิด และบางคนอาจติดเชื้อมาโดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญคือ ไวรัสตับอักเสบบีสามารถอยู่ในร่างกายได้นานหลายสิบปี โดยไม่มีอาการเลย หลายคนตรวจเจออีกทีตอนเริ่มมีตับแข็งหรือมะเร็งตับแล้ว
ดังนั้น ถ้าเกิดก่อน พ.ศ. 2535 โดยเฉพาะถ้าไม่แน่ใจประวัติการฉีดวัคซีน หรือไม่เคยตรวจมาก่อนเลย แนะนำว่า ควรตรวจคัดกรองสักครั้ง ซึ่งตรวจด้วยการเจาะเลือด ถ้าติดเชื้ออยู่ ปัจจุบันมียาต้านไวรัสดี ๆ มากมายที่ช่วยคุมเชื้อได้ ลดโอกาสเกิดตับแข็งและมะเร็งตับได้มาก
แต่ถ้ายังไม่ติดเชื้อ แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไว้ เพราะวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี เป็นหนึ่งในวัคซีนไม่กี่ชนิดบนโลกที่ช่วยป้องกันมะเร็งได้ด้วย
มะเร็งตับจากไวรัสตับอักเสบบี โรคที่เด็กรุ่นใหม่จะค่อย ๆ รู้จักน้อยลงเรื่อย ๆ เพราะ วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี คือหนึ่งในวัคซีนที่ช่วยป้องกันมะเร็งได้จริง เด็กไทยทุกคนได้รับฟรีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 และปัจจุบัน หลังลูกคลอดก็จะได้รับวัคซีนนี้พร้อมกับวัคซีนบีซีจีที่ป้องกันวัณโรคเลย
ไวรัสตับอักเสบบี คืออะไร ?
เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดตับอักเสบ บางคนโชคดี ติดแล้วหายเอง มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ แต่บางคนเชื้อจะอยู่ในร่างกายไปตลอด จะเรียกว่าเป็นพาหะนั่นเอง ยิ่งติดเชื้อตั้งแต่อายุน้อย โอกาสเป็นพาหะก็ยิ่งสูง
คนที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการอะไรเลย แต่ปัญหาคือ ไวรัสนี้ไม่ได้อยู่ในร่างกายเฉย ๆ วันหนึ่ง มันอาจพัฒนาไปเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับได้
แล้วทำไมวัคซีนถึงสำคัญมาก ?
เพราะเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กแรกเกิด ถ้าติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีขึ้นมา โอกาสกลายเป็นพาหะเรื้อรังสูงมาก ยิ่งติดเชื้อตั้งแต่อายุน้อย ยิ่งมีโอกาสเกิดตับแข็งและมะเร็งตับในอนาคตมากขึ้น
ดังนั้น ถ้าป้องกันการติดเชื้อได้ตั้งแต่แรก ก็เท่ากับลดความเสี่ยงมะเร็งตับไปได้มหาศาล
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า วัคซีนตับอักเสบบีถูกจัดเป็นหนึ่งในวัคซีนที่ช่วยป้องกันมะเร็งได้
วัคซีนนี้ฉีดตอนไหนบ้าง ?
เด็กทั่วไป จะได้รับตอน
- แรกเกิด
- อายุ 2 เดือน
- อายุ 6 เดือน
แต่ถ้าคุณแม่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี ลูก จะต้องฉีดเพิ่มอีก 1 เข็ม ตอนอายุ 1 เดือน รวมถึงต้องได้รับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปหลังคลอดด้วย เพื่อลดโอกาสติดเชื้อจากแม่สู่ลูก
กรณีผู้ใหญ่ที่ไม่เคยฉีด ?
สามารถฉีดได้ แต่แนะนำให้ตรวจเลือดก่อน เพราะบางคนอาจเคยติดเชื้อมาแล้วโดยไม่รู้ตัว ซึ่งผลตรวจอาจแบ่งได้คร่าว ๆ เป็น 3 แบบ
- เคยติดเชื้อมาแล้ว และหายเอง : ร่างกายมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติแล้วแบบนี้ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน
- ติดเชื้อมาแล้ว และยังมีเชื้ออยู่ : แปลว่ายังเป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี กลุ่มนี้ควรตรวจเพิ่มเติมและติดตามกับแพทย์ต่อ
- ไม่เคยติด และไม่มีภูมิ : แบบนี้แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกัน
โดยทั่วไปจะฉีดทั้งหมด 3 เข็ม
- เดือนที่ 0
- เดือนที่ 1
- เดือนที่ 6
ทุกวันนี้ เด็กยุคใหม่อาจไม่ค่อยรู้จักโรคนี้แล้ว ไม่ใช่เพราะโรคมันหายไปเอง แต่เพราะมีวัคซีนคอยปกป้องพวกเขามาตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก
และนี่คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดที่สุดว่า วัคซีนไม่ได้แค่ป้องกันโรคติดเชื้อ แต่ช่วยป้องกันมะเร็งได้จริง
หากไม่แน่ใจว่าเคยได้รับวัคซีนหรือเคยติดเชื้อมาก่อนหรือไม่ สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเลือดและประเมินเพิ่มเติมได้เลย
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า





