เปิดแอร์นอนในรถ อันตรายจริงไหม
ทำไมก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จึงอันตราย
ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide หรือ CO) เป็นก๊าซที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง มีลักษณะไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง จึงทำให้คนที่สูดดมเข้าไปมักไม่รู้ตัว
ความอันตรายของก๊าซชนิดนี้คือ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปจับกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงได้ดีกว่าออกซิเจน ทำให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนไปยังอวัยวะต่าง ๆ ได้ตามปกติ โดยเฉพาะสมองและหัวใจ หากได้รับในปริมาณมาก อาจทำให้หมดสติ หยุดหายใจ และเสียชีวิตได้
เช็กอาการเมื่อรับก๊าซพิษ
เนื่องจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น เราจึงอาจสูดดมเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ในช่วงแรกมักเริ่มมีอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย หรือรู้สึกง่วงผิดปกติ แต่หากยังได้รับก๊าซอย่างต่อเนื่อง อาการจะค่อย ๆ รุนแรงขึ้น เช่น สับสน หายใจลำบาก หมดสติ และอาจหัวใจหยุดเต้นหรือเสียชีวิตได้ ดังนั้น ถ้าอยู่ในรถแล้วมีอาการเหล่านี้ ควรรีบออกจากรถไปยังบริเวณที่อากาศถ่ายเท และรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว
ส่วนในกรณีที่พบคนหมดสติอยู่ภายในรถ ให้รีบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกมายังที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ พร้อมโทรแจ้งสายด่วนฉุกเฉิน 1669 แต่ถ้าผู้ป่วยไม่หายใจหรือไม่มีชีพจร และเรามีความรู้ในการช่วยชีวิต สามารถทำ CPR ระหว่างรอทีมแพทย์หรือกู้ชีพได้
กรณีไหนที่เสี่ยงอันตรายมากขึ้น
ความเสี่ยงจากการนอนเปิดแอร์ในรถขณะติดเครื่องยนต์จะเพิ่มขึ้นอีกในกรณีต่อไปนี้
- จอดรถในพื้นที่อับอากาศหรือพื้นที่ปิด เช่น โรงรถ อาคารจอดรถ หรือบริเวณที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เพราะก๊าซไอเสียอาจสะสมอยู่รอบรถและเล็ดลอดกลับเข้าสู่ห้องโดยสารได้
- ระบบท่อไอเสียหรือเครื่องยนต์มีความผิดปกติ เช่น ท่อไอเสียรั่ว ซีลเสื่อม หรือรถเก่าที่ขาดการบำรุงรักษา ทำให้ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์รั่วเข้าสู่ห้องโดยสารได้ง่ายขึ้น
- ท่อไอเสียถูกปิดกั้น เช่น ถูกโคลน น้ำท่วม หรือสิ่งของอุดตัน ทำให้ไอเสียระบายออกได้ไม่ดี และอาจย้อนกลับเข้ามาในตัวรถ
- รถที่ติดตั้งระบบแก๊ส LPG หรือ NGV ก็มีความเสี่ยงไม่ต่างจากรถใช้น้ำมัน เพราะยังอาศัยการเผาไหม้เชื้อเพลิง จึงสามารถเกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้หากเครื่องยนต์เผาไหม้ไม่สมบูรณ์หรือระบบไอเสียรั่ว นอกจากนี้ หากระบบแก๊สเกิดการรั่ว ก็อาจทำให้ปริมาณออกซิเจนในอากาศลดลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดอากาศหายใจได้อีก
เปิดกระจกแง้มไว้ ช่วยลดความเสี่ยงได้ไหม
เปิดแอร์นอนในรถไฟฟ้า ปลอดภัยกว่าหรือไม่
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงและไม่มีท่อไอเสีย จึงไม่มีความเสี่ยงจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในลักษณะเดียวกับรถเครื่องยนต์สันดาป อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าสามารถนอนในรถได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีความเสี่ยง
เพราะหากเปิดระบบปรับอากาศเป็นเวลานาน ระดับแบตเตอรี่อาจลดลงจนระบบบางอย่างของรถหยุดทำงาน รวมถึงระบบปรับอากาศด้วย ซึ่งถ้าเกิดขึ้นขณะจอดรถกลางแดดหรือในช่วงอากาศร้อน อุณหภูมิภายในรถอาจสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะฮีตสโตรกและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้เช่นกัน
ดังนั้น แม้รถ EV จะไม่มีความเสี่ยงจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เหมือนรถใช้น้ำมัน แต่ก็ไม่ควรใช้รถเป็นสถานที่นอนเป็นประจำ และไม่ควรปล่อยให้เด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยงอยู่ภายในรถเพียงลำพัง
ทำอย่างไร ถ้าจำเป็นต้องนอนในรถ
หากมีความจำเป็นต้องพักในรถจริง ๆ ควรปฏิบัติดังนี้เพื่อลดความเสี่ยง
- ควรดับเครื่องยนต์และปิดแอร์ก่อนนอนพักเสมอ เพราะเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงได้มากที่สุด แต่ถ้าจำเป็นต้องเปิดแอร์จริง ๆ ควรหลีกเลี่ยงการนอนหลับเป็นเวลานาน โดยอาจตั้งนาฬิกาปลุกไว้ หรือบอกให้คนโทรศัพท์มาปลุกหลังผ่านไป 15-20 นาที เพื่อป้องกันการเผลอหลับยาว
- เลือกจอดรถในบริเวณที่ปลอดภัยและอากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงพื้นที่ปิดหรืออับอากาศ เช่น โรงรถ ลานจอดรถใต้ดิน ลานจอดรถบนอาคาร
- หากรู้สึกเวียนศีรษะ ง่วงผิดปกติ หรือคลื่นไส้ ให้รีบออกจากรถและไปยังบริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์ทันที
- ถ้าอ่อนเพลียมาก ไม่อยากขับรถต่อ ควรเลือกพักในจุดพักรถหรือสถานที่พักที่เหมาะสม แทนการนอนในรถ






