ความจริงและความเชื่อ เกี่ยวกับการออกกำลังกาย


การออกกำลังกาย

ความจริงและความเชื่อเกี่ยวกับการออกกำลังกาย  (Lisa)

          เราเคยได้ยิน "เขาว่า" เกี่ยวกับการออกกำลังกายมากมาย...การเคลื่อนไหวช่วยให้ผอมแต่ต้องวอร์มอัพด้วย หากออกกำลังกายนาน ๆ ครั้งจะไม่ช่วยอะไรเลย ทั้งหมดนี้เรื่องจริงหรือหลอก เรานำคำถามคาใจ 10 ข้อเกี่ยวกับการเล่นกีฬามาเฉลยให้ฟัง เพื่อคุณจะได้ไม่หลงเข้าใจผิด

          คุณอาจเห็นคนบางคน ทั้งยกน้ำหนัก เล่นอุปกรณ์ออกกำลังกาย และเครื่องเล่นอีกสารพัด แต่น้ำหนักไม่ลดลงสักกิโล แล้วก็สงสัยเหลือเกินว่าทำไมเป็นอย่างนั้น นั่นอาจเป็นเพราะคุณเชื่อเรื่องที่ "เขาว่า" เกี่ยวกับการออกกำลังกาย แต่สิ่งที่เคยใช่เมื่อวาน วันนี้อาจจะไม่ใช่แล้วก็ได้ เวลาผ่านไป คนเราก็ค้นพบความจริงที่แตกต่างไปจากเดิม ผู้เชี่ยวชาญของเราได้แก่ เจนนิเฟอร์ วาเดอ ซึ่งเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวจากชตาร์มแบร์ก กับศาสตราจารย์ ดร.อุลริคซ์  ฮาร์ตมันน์ นักวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งมหาวิทยาลัยมิวนิก จะมาบอกให้ทราบถึงความจริงเบื้องหลังคำพูดที่คุณเคยได้ยิน รวมทั้งแนะนำเคล็ดลับการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี เพื่อให้ได้ผลกับแรงที่ลงไป

          1. เล่นกีฬาแล้วทำให้หิว ทั้งใช่และไม่ใช่ คนที่ปั่นจักรยานเป็นครั้งคราว หรือเล่นสเก็ตทุกวันอาทิตย์จะไม่มีปัญหาความหิวโหยฉับพลัน แต่คนที่สวมชุดฟิตเนสเข้ายิมอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ครั้งละครึ่งชั่วโมง จะใช้แคลอรีมากกว่า ไม่ต้องแปลกใจถ้าท้องร้องหลังจากที่ออกกำลังกายแล้วราว 30 นาที ตอนนี้ความหิวจะจู่โจมเพื่อให้ร่างกายคุณไม่อ่อนเพลียเกินไป แหล่งพลังงานที่เหมาะสม กล้ามเนื้อที่ตึงเครียด ควรจะมีทั้งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน เช่น มันเผากับซาวร์ครีมใส่สมุนไพร

          2. เล่นกีฬาเป็นคอร์สยาว ๆ ในวันหยุดก็พอ ผิดถนัด พลังงานที่เผาผลาญในสปอร์ตคลับของโรงแรมหรู ๆ ที่คุณไปพักผ่อนวันหยุด จะกลับคืนมาอย่างความเร็วหลังสี่สัปดาห์ผ่านไป กล้ามเนื้อที่เคยกระชับก็จะเริ่มย้อย ร่างกายก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเหมือนทุกวัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการออกกำลังในวันหยุดจะเป็นอันตราย  เพราะกีฬาแนวใหม่อย่างทัวร์จักรยานที่คอร์ซิกา หรือการเดินออกกำลังที่ทะเลบอลติก อาจกระตุ้นความสดชื่นได้อย่างวิเศษ แม้หลังจากวันหยุดผ่านไป คุณอาจยังกระปรี้ประเปร่าในการเล่นกีฬาต่อไป

          3. หากไม่วอร์มก็ไม่เกิดประโยชน์ มีส่วนถูกอยู่บ้าง การวอร์มอัพเป็นการเพิ่มออกซิเจนให้กับกล้ามเนื้อ และช่วยให้กล้ามเนื้อปรับตัวเข้ากับการออกกำลังกายในช่วยต่อไป นักวิ่งหรือนักว่ายน้ำสมัครเล่นจะต้องเริ่มอย่างช้า ๆ ในช่วง 10 นาทีแรก สำหรับกีฬาบางประเภทที่เริ่มอย่างรุนแรงในทันที หรือมีการกระทบกระเทือนสูง โปรแกรมวอร์มอัพพิเศษจะจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อมิให้เกิดการบาดเจ็บ ตัวอย่างเช่นจักรยานภูเขาที่ขี่บนเขาชัน การเล่นสกีบนเนินสูง ๆ ต่ำ ๆ หรือการเล่นวอลเลย์บอลที่วิ่ง ๆ หยุด ๆ กะทันหัน

          4. การยืดคลายกล้ามเนื้อเป็นเรื่องจำเป็น แล้วแต่กรณี เหมือนกับเวลาเรานั่งเล่นตามสบายในตอนเช้า การยืดแขนยืดขาจะช่วยรักษาความยืดหยุ่น หลังจากออกกำลังกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ หากไม่ยืดกล้ามเนื้อ อาจทำให้ข้อต่อและเส้นเอ็นเสียหาย และเกิดอาการบาดเจ็บได้ แต่ควรระวังด้วย ก่อนการเล่นกีฬาที่ต้องใช้แรงมากไม่ควรยืดคลายกล้ามเนื้อ เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อเสียพลังงานที่จำเป็นต่อการเล่นให้ได้ประโยชน์สูงสุด เช่น ในการยกน้ำหนักหรือเครื่องเล่นแบบเคเบิล

          5. กีฬาช่วยลดน้ำหนัก ใช่ แต่มีเงื่อนไขว่าคุณจะต้องไม่เติมแคลอรีที่เสียไปด้วยเฟรนซ์ฟรายด์ หรือมันฝรั่งกรอบในปริมาณสองเท่าเป็นอันขาด การวิ่ง 30 นาทีจะเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 300 กิโลแคลอรี การปั่นจักรยาน 1 ชั่วโมงด้วยความเร็ว 15 กม./ชม. จะเผาผลาญ 400 กิโลแคลอรี ในขณะที่เฟรนซ์ฟรายด์หนึ่งชิ้นให้พลังงานถึง 320 กิโลแคลอรี โดยยังไม่นับซอสมะเขือเทศและมายองเนสด้วยซ้ำ ใครที่อยากประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักได้มากและรวดเร็ว และไม่กลับขึ้นมาในเวลาอันรวดเร็ว ก็ต้องอาศัยวิธีการออกกำลังกายและรับประทานอาหารอย่างพอเหมาะ

          6. นักกีฬาต้องดื่มน้ำมาก ๆ ถูกต้อง คนที่ชอบกีฬากลางแจ้ง เช่น วิ่งขณะแดดร่มลมตก อุณหภูมิประมาณ 25 องศา จะเสียน้ำประมาณ 2 ลิตร ภายในเวลาครึ่งชั่วโมง จึงควรระวังด้วยเพราะถ้าคุณรู้สึกกระหาย แปลว่าร่างกายเริ่มขาดน้ำแล้ว  ก่อนเล่นกีฬาครึ่งชั่วโมงและในระหว่างเล่น จึงควรดื่มน้ำเกลือแร่หรือน้ำแอปเปิ้ล 1/4 ลิตร เพื่อทดแทนน้ำที่เสียไปกับเหงื่อ และในระหว่างวัน ควรดื่มน้ำประมาณ 3 ลิตร หรืออาจดื่มชา สมุนไพรหรือน้ำผลไม้แทนก็ได้

          7. ไม่มีคำว่าสายสำหรับการออกกำลังกาย แน่นอนที่สุด ไม่ว่าจะอายุ 15 หรือ 45 หรือแม้จะมากกว่านั้นก็ตาม กีฬาเป็นสิ่งที่เริ่มได้ทุกวัย แต่ไม่ควรหักโหมเกินไป แม้แต่กล้ามเนื้อของผู้ใหญ่ที่เจริญเต็มที่ ยังต้องใช้เวลาถึง 3 อาทิตย์กว่าจะเริ่มเห็นผลว่ากระชับขึ้น มีกำลังมากขึ้น และแข็งแรงขึ้น ผลดีกว่านั้นคือ ร่างกาย จิตใจ และสติปัญญาของคุณจะปราดเปรียวขึ้นและพัฒนาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คนที่อยู่เฉยมานาน ควรไปให้แพทย์ตรวจร่ายกายก่อนออกเดินสักรอบ

          8. การออกกำลังในแต่ละครั้งมีการเผาผลาญไขมัน ทั้งใช่และไม่ใช่ ไขมันในร่างกายสามารถเผาผลาญได้ก็ต่อเมื่อได้รับออกซิเจนเท่านั้น ซึ่งรวมถึงการออกกำลังแบบแอโรบิกด้วยห่วงรอบเอว จะสลายไขมันได้ดีที่สุดโดยการออกกำลังเบา ๆ แต่ใช้เวลานาน  เช่น การเดินหรือวิ่งเหยาะ ๆ โดยใช้เวลาอย่างน้อย 40 นาที ถ้าออกกำลังกายแบบอนาโรบิก เช่น การยกน้ำหนักก็จะยิ่งใช้เวลานานขึ้นแต่กล้ามเนื้อก็จะสวยด้วย

          9. เล่นกีฬาทั้งทีต้องเล่นให้หนัก ผิดอย่างแรง หลายคนเชื่อว่าต้องยกน้ำหนักเหงื่อโชก และหายใจหอบถึงจะเป็นการออกกำลังกายที่ได้ผล แต่ที่จริงแล้ว การออกกำลังหักโหมเกินไป รังแต่จะทำให้เจ็บปวดหรือเกิดปัญหาของระบบหัวใจ ควรออกกำลังแต่พอเหมาะจะดีกว่า เพียงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 30-40 นาที ก็เพียงพอ

          10.สัปดาห์ละครั้งน้อยเกินไป แน่นอนว่าเล่นแบบนี้ไปแข่งเอาเหรียญทองที่ไหนไม่ได้แน่ ๆ แต่ถ้าคุณไม่มีเวลามากนัก ก็สามารถเล่นกีฬาเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเสริมสุขภาพได้ หัวใจและโลหินจะได้สูบฉีด กล้ามเนื้อจะได้เคลื่อนไหว แถมยังได้เผาผลาญแคลอรีด้วย อีกอย่างหนึ่ง การออกกำลังเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกวัน เช่น เดินขึ้นบันไดแทนที่จะใช้ลิฟท์ หรือปั่นจักรยานแทนการขับรถจะช่วยให้คุณได้บริหารร่างกายบ่อยขึ้น

         
เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย

  คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก


คิดอย่างไรกับเรื่อง: ความจริงและความเชื่อ เกี่ยวกับการออกกำลังกาย ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
ความจริงและความเชื่อ เกี่ยวกับการออกกำลังกาย โพสต์เมื่อ 2 ตุลาคม 2552 เวลา 16:58:07 377 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP