หลอดเลือดขอดที่ขา โรคเรื้อรังของคนชอบนั่ง-ยืนนาน ๆ


เส้นเลือดขอด

          เส้นเลือดขอดที่ขา หรือหลอดเลือดขอดที่ขา เป็นแล้วอันตรายหรือไม่ และใครคือกลุ่มเสี่ยง มาติดตามกัน

          หลอดเลือดขอดที่ขา เป็นโรคที่พบบ่อยในคนทั่วไป โดยเฉพาะในคนสูงอายุ ผู้หญิง หญิงตั้งครรภ์ คนอ้วน และผู้ที่นั่งหรือยืนนาน ๆ โรคนี้มักเป็นเรื้อรังตลอดชีวิต โดยไม่มีอันตรายร้ายแรงใด ๆ แต่บางรายที่เป็นรุนแรงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ ผู้ที่เป็นโรคนี้ ควรหมั่นปฏิบัติตัวเพื่อบรรเทาอาการและความรุนแรง หากจำเป็น แพทย์สามารถให้การบำบัดรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ ให้หายขาดได้
 
         
นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ ได้อธิบายถึงโรคหลอดเลือดขอดที่ขาไว้ในนิตยสารหมอชาวบ้าน เพื่อให้คนที่สงสัยได้ทำความเข้าใจกัน

          ชื่อภาษาไทย : หลอดเลือดขอดที่ขา

          ชื่อภาษาอังกฤษ : Varicose vein
เส้นเลือดขอด

เส้นเลือดขอดที่ขา สาเหตุเกิดจากอะไร


          หลอดเลือดดำที่บริเวณขา มีหน้าที่นำเลือดดำออกจากเท้ากลับสู่หัวใจ โดยอาศัยแรงบีบของกล้ามเนื้อบริเวณขาส่วนล่าง บีบเลือดต้านแรงโน้มถ่วงของโลกให้ไหลกลับขึ้นสู่หัวใจ โดยมีลิ้นเล็ก ๆ อยู่ภายในหลอดเลือดดำช่วยเปิดให้เลือดไหลขึ้นไปที่หัวใจ และปิดกั้นป้องกันไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับลงไปที่เท้า

          บางรายอาจมีความผิดปกติของลิ้นเล็ก ๆ ภายในหลอดเลือดดำดังกล่าว ไม่สามารถปิดกั้นการไหลย้อนกลับของเลือดได้ ทำให้เลือดไหลย้อนลงมาคั่งอยู่ในหลอดเลือดดำส่วนปลาย โดยเฉพาะส่วนที่อยู่ใกล้ผิวหนัง ทำให้เห็นเป็นหลอดเลือดที่โป่งพอง สีคล้ำ ๆ เรียกว่า "หลอดเลือดขอด"


ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดขอด
ได้แก่

          - อายุที่มากขึ้น ทำให้ผนังหลอดเลือดดำขาดความยืดหยุ่น (เกิดการยืดตัว) และลิ้นเล็ก ๆ ภายในหลอดเลือดเสื่อม ไม่สามารถปิดกั้นการไหลย้อนกลับของเลือดได้

          - เพศ ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่าผู้ชาย 3 เท่า เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในผู้หญิงระหว่างการตั้งครรภ์ ระยะก่อนมีประจำเดือน หรือหลังวัยหมดประจำเดือน

          - การกินยาเม็ดคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนเพศหญิงก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้

          - การตั้งครรภ์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย และมดลูกที่โตขึ้น ส่งผลกระทบให้เกิดแรงดันภายในหลอดเลือดที่ขาสูงขึ้น จึงทำให้เกิดหลอดเลือดขอดที่ขา ซึ่งมักจะหายได้เองภายใน 3 เดือนหลังคลอด

          - น้ำหนักเกิน ทำให้เกิดแรงดันสูงขึ้นภายในหลอดเลือดที่ขา เป็นเหตุให้เกิดหลอดเลือดขอดที่ขาได้

          - การยืนหรือนั่งนาน ๆ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี เกิดแรงดันภายในหลอดเลือดดำ

          - การมีประวัติว่ามีพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคนี้

หลอดเลือดขอดที่ขา

เส้นเลือดขอด อาการเป็นอย่างไร

          อาการที่พบในระยะแรกเริ่ม จะเห็นหลอดเลือดโป่งพองสีคล้ำ ๆ ที่ขาเวลายืน โดยไม่มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด ตำแหน่งที่พบบ่อย ได้แก่ บริเวณน่อง (แต่อาจพบตรงบริเวณใดก็ได้ ระหว่างตาตุ่มขึ้นไปถึงสะโพก)

          ในหญิงตั้งครรภ์อาจพบหลอดเลือดขอดที่บริเวณช่องคลอด

          เมื่อเป็นมากขึ้นอาจมีอาการปวดหน่วงหรือปวดเมื่อยในบริเวณนั้น หรือเท้าบวมหลังจากยืนได้สักพัก อาการเหล่านี้จะเป็นมากขึ้นในผู้หญิงขณะมีประจำเดือน หรือก่อนมีประจำเดือน 2-3 วัน

          ถ้าเป็นรุนแรงอาจมีผื่นคันขึ้นในบริเวณที่เป็นหลอดเลือดขอด โดยเฉพาะตรงบริเวณใกล้ ๆ ข้อเท้า ผิวหนังในบริเวณนั้นอาจออกเป็นสีคล้ำ ๆ


การแยกโรคเส้นเลือดขอดออกจากโรคอื่น ๆ

          ถ้ามีอาการปวดหน่วงที่บริเวณขา อาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น

          - หลอดเลือดแดงที่ขาตีบ เกิดจากผนังหลอดเลือดแดงแข็ง (ตกตะกรัน) ซึ่งมักพบในคนสูงอายุ หรือเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือคนอ้วน สูบบุหรี่ หรือขาดการออกกำลังกาย มักมีอาการปวดน่องเป็นพัก ๆ หลังจากเดินได้พักหนึ่ง และทุเลาได้ทันทีเมื่อหยุดเดิน

          - หลอดเลือดดำอักเสบมีลิ่มเลือด ถ้าเกิดที่ส่วนผิวจะพบลักษณะหลอดเลือดเป็นเส้นแข็ง ออกแดง ร้อน และเจ็บ แต่ถ้าพบที่ส่วนลึก จะพบว่ามีอาการปวดหน่วง ๆ ตึง ๆ หรือเจ็บบริเวณน่องหรือขาข้างหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเดินซึ่งเกิดขึ้นเฉียบพลันอาจมีอาการบวมที่ข้อเท้าหรือต้นขาร่วมด้วย

          - ถ้ามีอาการเท้าบวม อาจต้องแยกสาเหตุจากโรคไต โรคตับหรือโรคหัวใจ

          - ถ้ามีแผลเปื่อยที่บริเวณขา อาจต้องแยกสาเหตุจากแผล เบาหวาน หรือโรคเกาต์

การวินิจฉัยโรคเส้นเลือดขอดที่ขา

           แพทย์มักจะวินิจฉัยจากอาการแสดงและการตรวจพบลักษณะหลอดเลือดขอด ในบางรายแพทย์อาจทำการตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ดูว่าลิ้นเล็ก ๆ ภายในหลอดเลือดทำหน้าที่ได้เป็นปกติหรือไม่ หรือทำการตรวจพิเศษอื่น ๆ

ไขว่ห้าง

การดูแลตนเอง

          ผู้ที่เป็นหลอดเลือดขอดที่ขา ควรปฏิบัติตัว เพื่อบรรเทาความรุนแรงและอาการปวด ดังนี้

          - ออกกำลังกาย การเคลื่อนไหวขา (เช่น การเดิน) จะช่วยให้การไหลเวียนเลือดดี ช่วยลดหรือป้องกันหลอดเลือดขอดได้

          - ลดน้ำหนัก ถ้าน้ำหนักเกิน

          - ลดอาหารเค็ม ป้องกันหรือลดอาการบวม

          - หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้ารัดเอวหรือขา (ลดแรงดันของหลอดเลือดดำที่ขา) และรองเท้าส้นสูง (รองเท้าส้นต่ำ ช่วยให้กล้ามเนื้อขาบีบตัวดีกว่า ซึ่งมีผลดีต่อหลอดเลือดดำ)

          - ยกขาสูง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือดที่ขา โดยหมั่นนั่งหรือนอนพัก และยกเท้าให้สูงกว่าระดับหัวใจ วันละหลาย ๆ ครั้ง

          - อย่ายืนหรือนั่งติดต่อกันนาน ๆ อย่างน้อยทุก ๆ 30 นาที ควรเปลี่ยนอิริยาบถโดยการเดิน เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด

          - ถ้าเป็นมาก ให้หมั่นดูแลตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น การใส่ถุงเท้ายืด (compression stocking) ระหว่างที่ต้องยืนทำงานนาน ๆ

          - ควรรีบไปพบแพทย์ ถ้ามีอาการปวดมาก บวมมาก หลอดเลือดอักเสบ (เส้นแข็ง ออกแดง ร้อน และเจ็บ) เป็นแผล หรือมีเลือดออก

เส้นเลือดขอด

เส้นเลือดขอด รักษาได้อย่างไร

          เมื่อตรวจพบว่าเป็นหลอดเลือดดำขอด แพทย์จะแนะนำการปฏิบัติตัวดังกล่าว (ดูหัวข้อ "การดูแลตนเอง")

          แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยสวมใส่ถุงเท้ายืด (compression stocking) ตลอดทั้งวัน ช่วยให้กล้ามเนื้อและหลอดเลือดทำงานได้ดีบีบให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

          ในรายที่เป็นมาก หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วยังไม่ได้ผล แพทย์อาจเลือกให้การบำบัดรักษาเพิ่มเติม เช่น

          - การฉีดยาเข้าไปในหลอดเลือดดำที่ขอด ทำให้เกิดการแข็งตัว และตีบตัน ตัดการไหลเวียนของเลือด เรียกวิธีบำบัดนี้ว่า "sclerotherapy" มักจะได้ผลภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่บางครั้งอาจจำเป็นต้องฉีดซ้ำ

          - การบำบัดด้วยเลเซอร์ (laser surgery) ทำให้หลอดเลือดขอดถูกทำลาย ค่อย ๆ จางหายไปในที่สุด

          - การบำบัดตามความร้อนผ่านสายสอด (Catheter assisted procedure) โดยการแยกสายสอดเข้าไปในหลอดเลือดขอด แล้วใช้ความร้อนที่ปลายสายสอด ทำให้หลอดเลือดขอดถูกทำลาย

          - การผ่าตัดดึงหลอดเลือดขอดออกไป (vein stripping) หลอดเลือดที่ถูกดึงทิ้งมักจะเป็นส่วนผิว ไม่กระทบต่อการไหลเวียนเลือดที่ขาด เนื่องเพราะการไหลเวียนส่วนใหญ่ อาศัยหลอดเลือดดำส่วนลึก

ภาวะแทรกซ้อนเส้นเลือดขอด

          ส่วนใหญ่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน นอกจากอาการปวดน่องหรือบวม

          ในรายที่เป็นรุนแรง ผิวหนังในบริเวณหลอดเลือดขอดอาจแตก กลายเป็นแผลเรื้อรัง เรียกว่า "แผลจากหลอดเลือดขอด (varicose ulcer)" ส่วนใหญ่มักเกิดที่บริเวณข้อเท้า

          บางรายอาจเกิดการอักเสบของหลอดเลือดดำ (thrombophlebitis)

          ถ้าหกล้ม หรือถูกของมีคมบาดตรงบริเวณที่มีหลอดเลือดขอด อาจทำให้เกิดแผลเลือดออกรุนแรงได้


เส้นเลือดขอด

การดำเนินโรค ของโรคเส้นเลือดขอด

          โรคนี้มักเป็นเรื้อรังตลอดชีวิต ยกเว้นเป็นเฉพาะขณะตั้งครรภ์ ก็มักจะหายไปได้เอง ภายใน 3 เดือนหลังคลอด แต่ในรายที่เป็นรุนแรง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมาได้


เส้นเลือดขอด ป้องกันได้ด้วยวิธีนี้

          โรคนี้มักจะไม่มีหนทางป้องกันได้เต็มที่ แต่ก็อาจลดความเสี่ยง หรือความรุนแรงลงด้วยการปฏิบัติตัว ดังนี้

          - หมั่นออกกำลังกาย

          - ควบคุมน้ำหนัก

          - กินผักและผลไม้ให้มาก ๆ ลดอาหารเค็ม

          - หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้ารัดเอว และขา และรองเท้าส้นสูง

          - หมั่นยกเท้าให้สูงกว่าระดับหัวใจ

          - อย่านั่งหรือยืนนาน ๆ ควรเดินสลับบ่อย ๆ

ความชุกของโรค

          โรคนี้พบได้บ่อยในคนทั่วไป

          พบมากในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิง หญิงตั้งครรภ์ คนอ้วน ผู้ที่มีอาชีพที่ต้องยืนหรือนั่งนาน ๆ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก


คิดอย่างไรกับเรื่อง: หลอดเลือดขอดที่ขา โรคเรื้อรังของคนชอบนั่ง-ยืนนาน ๆ ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
หลอดเลือดขอดที่ขา โรคเรื้อรังของคนชอบนั่ง-ยืนนาน ๆ โพสต์เมื่อ 11 มกราคม 2556 เวลา 15:06:34 145,120 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP