ยอดผู้ติดเชื้อโควิด 19 ที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้หลายคนที่ยังรอการรักษาอยู่ที่บ้านอาจมีอาการทรุดลง และเริ่มหายใจไม่สะดวก มาดูวิธีประคับประคองอาการช่วงรอเตียง พร้อมแชร์เคล็ดลับฟื้นฟูประสิทธิภาพปอดให้หายใจได้ดีขึ้นกัน โควิด 19 เป็นโรคที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจโดยตรง หากเชื้อลงปอด การทำงานก็จะยิ่งแย่ลง ส่งผลต่อการแลกเปลี่ยนและลำเลียงออกซิเจนในปอด จะหายใจเหนื่อยมากขึ้น ซึ่งเคสเหล่านี้ควรต้องได้รับยาฟาวิพิราเวียร์รักษาอาการ ส่วนในผู้ป่วยอาการหนักก็ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจประคองอาการไปด้วย ทว่าตอนนี้สถานการณ์ค่อนข้างวิกฤต เนื่องจากมีผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล ไม่มีเตียงรองรับได้ บางส่วนจึงต้องรอการรักษาอยู่ที่บ้าน ทำให้หลายคนเริ่มมีอาการหายใจติดขัด ดังนั้นจำเป็นต้องหาวิธีช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้น ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปอดที่จะช่วยให้หายใจได้คล่องขึ้น ดังต่อไปนี้ ผู้ป่วยโควิด 19 ที่เริ่มมีอาการหายใจเหนื่อย และยังไม่ได้เข้ารับการรักษา ในระหว่างที่รอเตียงสามารถประคองอาการตัวเองด้วยการจัดท่านอนและท่านั่งเพื่อช่วยให้ปอดรับอากาศได้สะดวกกว่าเดิม ซึ่งจะช่วยให้หายใจได้ดีขึ้น ตามนี้ ท่าที่ 1 นอนคว่ำบนหมอนหนุน โดยตะแคงหน้าไปด้านข้าง นาน 30 นาที - 2 ชั่วโมง ท่าที่ 2 นอนตะแคงขวา 30 นาที - 2 ชั่วโมง ท่าที่ 3 นั่งเอนหลัง ตั้งศีรษะสูง นาน 30 นาที - 2 ชั่วโมง ท่าที่ 4 นอนตะแคงซ้าย 30 นาที - 2 ชั่วโมง ท่าที่ 5 กลับมาทำท่านอนคว่ำ แล้ววนเปลี่ยนท่าตามลำดับไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้ หากหายใจแล้วรู้สึกเจ็บหน้าอกมาก สามารถนอนกอดหมอนเพื่อช่วยประคองซี่โครงไว้ อาการเจ็บเมื่อหายใจจะทุเลาลง กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้แนะนำ 6 ท่าบริหารปอด ที่สามารถบรรเทาความรุนแรงของโรค โดยช่วยลดอาการเหนื่อย ขับเสมหะ และช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพปอดของผู้ป่วย รวมไปถึงประชาชนทุกคนก็สามารถทำด้วยตัวเองได้ที่บ้าน เพื่อให้ปอดขยายตัว ยืดเหยียดกล้ามเนื้อทรวงอกและกล้ามเนื้อกระบังลม ซึ่งมีวิธีฝึกดังนี้ ท่าที่ 1 พุงป่อง นั่งตัวตรง วางมือทั้ง 2 ข้างที่หน้าท้อง หายใจเข้าท้องป่อง แต่อกไม่ขยาย หายใจออกท้องแฟบ ท่าที่ 2 อกนิ่ง นั่งตัวตรง วางมือซ้ายบริเวณหน้าอก มือขวาวางบริเวณใต้ลิ้นปี่ หายใจเข้าท้องป่อง แต่อกไม่ขยาย หายใจออกท้องแฟบ ท่าที่ 3 ขยับซี่โครง นั่งตัวตรง มือทั้ง 2 ข้างวางบริเวณตำแหน่งชายโครงด้านข้าง หายใจเข้าทางจมูกให้ซี่โครงบานออก หายใจออกช้า ๆ ทางปากให้ซี่โครงหุบลง ท่าที่ 4 ชูมือ ยืดอก หายใจเข้าทางจมูกพร้อมยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้นด้านหน้า และหายใจออกทางปากยาว ๆ พร้อมผ่อนแขนลง ท่าที่ 5 กางปีก ขยายปอด ยกแขนขึ้นประสานกันด้านหน้า หายใจเข้าทางจมูก พร้อมกางแขนออกด้านข้างทั้ง 2 ข้าง และหายใจออกทางปากยาว ๆ กลับสู่ท่าเดิม ท่าที่ 6 ยืดสะบัก ขยับศอก มือทั้ง 2 ข้างประสานท้ายทอย หายใจเข้าทางจมูก พร้อมกางข้อศอกออก และหายใจออกทางปากยาว ๆ พร้อมกับหุบศอกและโก่งหลัง ทั้งนี้ การหายใจเข้า-ออกแต่ละครั้งใช้เวลาครั้งละประมาณ 5 วินาที 1 รอบ ทำ 10 ครั้ง แล้วพัก 30-60 วินาที และควรทำต่อเนื่อง 3-5 รอบ ปอดเป็นอวัยวะที่สำคัญยิ่งและเชื่อว่าทุกคนตระหนักรู้กันแล้ว ดังนั้น หากอาการโควิดดีขึ้นก็พยายามฟื้นฟูบำรุงปอดกันต่อ หรือแม้แต่ผู้ที่ไม่ได้ติดเชื้อก็สามารถทำได้ โดยนอกจากการฝึกหายใจตามที่แนะนำไปข้างต้น ก็ยังมีวิธีฟื้นฟูปอดที่ทำได้ง่าย ๆ ทุกวัน ดังนี้ รับประทานอาหารบำรุงปอด เช่น ขิง พริกหวาน ขมิ้น ฟักทอง มะเขือเทศ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี ธัญพืชเต็มเมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสี น้ำมันมะกอก หอยนางรม หรือชาเขียว เพราะสารสำคัญจากอาหารเหล่านี้สามารถเสริมการทำงานของปอดได้ดี หมั่นออกกำลังกาย อย่างการคาร์ดิโอหรือเล่นโยคะ เช่น โยคะท่าสุนัขเหยียดลง (Downward Dog) โยคะท่าอุตตานาสนะ (Standing Forward Bend) หรือโยคะท่านั่งบิดลำตัว (Seated Twist) เพื่อเพิ่มการทำงานของปอด สูดอากาศบริสุทธิ์ เราควรเติมออกซิเจนจากอากาศบริสุทธิ์ให้ปอดบ้าง เพื่อให้ร่างกายแลกเปลี่ยนก๊าซที่ดี แล้วส่งเลือดที่มีออกซิเจนเข้าสู่หัวใจให้สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น วันนี้เรามีสถานที่แนะนำเป็นป่าใกล้ ๆ กรุงเทพฯ เก็บไว้เผื่อเป็นทางเลือกให้ทุกคนได้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์หลังจากวิกฤตโควิด 19 ในประเทศเริ่มคลี่คลายขึ้น ซึ่งในกรุงเทพฯ ก็มี “ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง” พื้นที่ป่าสีเขียวขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติให้ฟื้นฟูปอดได้อย่างเต็มที่ และยังมีพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ใกล้ ๆ กับกรุงเทพฯ อย่าง “ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์” จังหวัดระยอง และ “ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี” จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ดำเนินการโดย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นพื้นที่ฟื้นฟูปอดแบบใกล้ชิดธรรมชาติ และยังได้เรียนรู้เรื่องระบบนิเวศป่าไปในตัวด้วย ที่สำคัญศูนย์เรียนรู้ทั้ง 3 แห่ง ยังได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย Amazing Thailand Safety & Health Administration : SHA จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เรียบร้อยแล้วด้วย ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง พื้นที่ป่าสีเขียวขนาดใหญ่ 12 ไร่ ย่านอ่อนนุช-ลาดกระบัง ที่จัดสรรพื้นที่ให้กลายเป็นป่าขนาดย่อมที่สมบูรณ์ และยังเป็นศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับป่าที่สำคัญของประเทศด้วย สามารถชื่นชมความงามของพรรณไม้หลากหลายชนิด เดินบนสกายวอล์กสัมผัสกับต้นไม้ได้อย่างใกล้ชิด ชมวิวป่าแบบพาโนรามาบนหอชมป่า เพลิดเพลินไปกับการชมผืนป่า และทัศนียภาพต้นไม้ชนิดต่าง ๆ ได้รอบทิศทาง 360 องศา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง โดยสถาบันปลูกป่าเเละระบบนิเวศ ปตท. ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ มีพื้นที่กว่า 351 ไร่ อยู่ในอำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ที่สร้างขึ้นเพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำคลองขุนอินทร์ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ และเปิดพื้นที่ให้เข้ามาเรียนรู้เรื่องการปลูกและฟื้นฟูป่า สัมผัสบรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติและขุนเขา มีสภาพอากาศที่ดีช่วยให้หายใจได้อย่างเต็มปอด ไม่ต้องกังวลเรื่องมลพิษและได้เดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติไปด้วย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ โดยสถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท. ป่าชายเลนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กับผืนป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ สามารถมาสูดอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มปอด และยังสามารถสนุกสนานไปกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ล่องเรือชมธรรมชาติ หรือศึกษาวิถีชีวิตชาวประมงปากน้ำปราณ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี การระบาดของโควิด 19 ในตอนนี้ยังน่าเป็นห่วง ก็ขอให้ทุกคนดูแลตัวเองให้ปลอดภัย ร่วมใจสู้วิกฤตนี้ไปด้วยกัน และเมื่อไรที่สถานการณ์คลี่คลายลง ก็อย่าลืมหาเวลาว่างไปเปลี่ยนบรรยากาศ ท่องเที่ยวพักผ่อน เดินชมธรรมชาติที่ศูนย์เรียนรู้ทั้ง 3 ป่า เปิดโอกาสให้ปอดได้ออกกำลัง อีกทั้งยังได้พักผ่อนสมอง คลายความเครียดและความเหนื่อยล้าจากการอุดอู้อยู่ในที่เดิม ๆ มานานด้วยขอบคุณข้อมูลจาก สถาบันปลูกป่า ปตท., กรมอนามัย, กรมการแพทย์แผนไทยฯ, โรงพยาบาลกรุงเทพ, American Lung Association, โรงพยาบาลพญาไท, นิตยสารชีวจิต, เฟซบุ๊ก PR รพ.กลาง, เฟซบุ๊ก สมุนไพรอภัยภูเบศร, Disthai, สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯ, เฟซบุ๊ก ห้องฉุกเฉินต้องรู้, hindustantimes.com