น้ำตาลในเลือดสูง อาการเป็นอย่างไร เราเข้าใกล้โรคเบาหวานเท่าไรแล้ว คำถามนี้สามารถตอบได้ไม่ยาก ด้วยการเช็กสัญญาณเตือนสุขภาพเบื้องต้น น้ำตาลในเลือดสูง ภาวะนี้หากร่างกายเป็นขึ้นมาเมื่อไร หรือมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน อาจเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน และจะมีสัญญาณเตือนให้เราพอจับอาการของร่างกายได้ค่ะ ดังนั้น ถ้าช่วงนี้รู้สึกหนักของหวานมากไปหน่อย ทั้งน้ำชง เบเกอรี่ ขนมปัง หรืออาหารที่มีน้ำตาลชนิดอื่น ๆ ก็ลองมาเช็กภาวะน้ำตาลในเลือดสูงกันแต่เนิ่น ๆ ดีกว่า ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง หรือภาษาทางการแพทย์เรียกว่า Hyperglycemia คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินเกณฑ์ปกติ โดยหากปล่อยให้น้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง ไม่ได้รับการรักษาหรือปรับพฤติกรรมให้ระดับน้ำตาลในเลือดกลับมาเป็นปกติ ก็จะเพิ่มความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน เช่น อาการทางระบบประสาท หลอดเลือด รวมไปถึงอวัยวะต่าง ๆ อาจถูกทำลายจนมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้ โดยปกติแล้วการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดควรตรวจหลังงดอาหารเป็นเวลา 8-10 ชั่วโมง ซึ่งเกณฑ์ระดับน้ำตาลในเลือดที่บ่งชี้ความเสี่ยงโรคเบาหวานได้ คือ ระดับน้ำตาลในเลือดปกติ : 70-100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน : 100-125 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ควรปรับพฤติกรรมเพื่อป้องกันการเป็นเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ถือว่าเป็นโรคเบาหวาน : 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป ลองมาเช็กอาการน้ำตาลในเลือดสูงกันดู ซึ่งโดยปกติแล้วอาการมักจะแสดงเมื่อมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกิน 180 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป และในเบื้องต้นก็พอสังเกตอาการได้ ดังนี้ หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดศีรษะ ปากแห้ง แตก เบลอ อ่อนเพลียง่าย เริ่มมีอาการชา โดยเฉพาะที่เท้า ติดเชื้อง่าย แผลหายช้ากว่าเดิม หย่อนสมรรถภาพทางเพศ สายตาเริ่มพร่ามัว มองเห็นไม่ค่อยชัด สำหรับใครที่รู้สึกว่ามีอาการเหล่านี้ ร่วมกับมีพฤติกรรมชอบรับประทานอาหารน้ำตาลสูงบ่อยครั้ง หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน ควรไปตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดให้ชัด ๆ อีกที พร้อมปรึกษาแพทย์เพื่อเช็กสุขภาพตัวเองไปด้วย การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เกิดได้ทั้งปัจจัยภายในร่างกายและปัจจัยภายนอก ดังนี้ ร่างกายมีฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ หรือมีภาวะดื้ออินซูลิน จนทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ ความเครียดสะสม จนมีระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลในเลือดมากเกินไป การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงหรืออาหารคาร์โบไฮเดรตสูงมากเกินไป ขาดการออกกำลังกาย การรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด ยากลุ่มสเตียรอยด์ ยากดภูมิคุ้มกัน ยา Prednisone, Beta Blocker หรือ Glucagon โรคบางอย่าง เช่น โรคตับอ่อนอักเสบ มะเร็งตับ ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ หัวใจวาย รวมไปถึงโรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก เป็นต้น กรรมพันธุ์ มีประวัติคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคเบาหวาน หากสงสัยว่าตัวเองเริ่มมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ลองปรับพฤติกรรมตามนี้ดูได้เลย ควบคุมอาหาร โดยลดปริมาณการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตสูง รับประทานผัก-ผลไม้ให้มากขึ้น เพราะไฟเบอร์พืชจะช่วยชะลอการย่อยและดูดซึมน้ำตาล ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ เพื่อช่วยขับน้ำตาลส่วนเกินออกจากร่างกาย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รักษาสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรง พยายามไม่เครียด พักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ วิธีลดระดับน้ำตาลในเลือดข้างต้นจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของคนที่ยังไม่ป่วยเป็นโรคเบาหวานได้ แต่หากป่วยด้วยโรคเบาหวานแล้ว ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาด้วยยาหรือการฉีดอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลตามระดับความรุนแรงของโรค ร่วมกับปรับพฤติกรรมข้างต้นไปพร้อมกันด้วย อาการโรคเบาหวาน 10 สัญญาณควรระวัง เช็กได้ง่ายนิดเดียว เมนูอาหารผู้ป่วยเบาหวาน กินอะไรได้บ้างเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือด 13 ผักพื้นบ้านลดน้ำตาลในเลือด กินสบายไม่ทำลายตับ 14 วิธีลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมเบาหวานให้อยู่หมัด วิธีออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวาน อยากลดน้ำตาลในเลือด ออกกำลังยังไงดี คนเป็นเบาหวานห้ามกินอะไร ไม่อยากเสี่ยงตายต้องเลี่ยง ! มดขึ้นผ้าเช็ดตัว มดขึ้นผ้าอนามัย เสี่ยงเป็นเบาหวานไหม ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลกรุงเทพ เชียงใหม่ (1), (2), โรงพยาบาลสมิติเวช, โรงพยาบาลเพชรเวช