แอสต้าแซนทิน หาได้ทั้งจากอาหารทั่วไป และในรูปอาหารเสริมที่มีอยู่หลากหลายยี่ห้อ ทว่าจะเลือกกินแบบไหนดีให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกายอย่างเต็มที่ มาดูกัน อาหารเสริมแอสต้าแซนทิน (Astaxanthin) กำลังเป็นที่นิยมมาก ๆ เพราะมีกระแสบอกต่อกันว่าดีต่อสุขภาพอย่างนั้นอย่างนี้ ทว่าจริง ๆ แล้ว แอสต้าแซนทิน คืออะไร หาได้จากไหน และมีประโยชน์ต่อร่างกายยังไง วันนี้เราจะพามาดูข้อมูลไปพร้อมกัน แถมด้วยรีวิวแอสต้าแซนทิน ในรูปอาหารเสริม เพื่อให้เช็กด้วยว่า Astaxanthin ยี่ห้อไหนดี แอสต้าแซนทิน ภาษาอังกฤษคือ Astaxanthin เป็นหนึ่งในสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ หรือสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสร้างขึ้นเองไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหารและพืชที่มีสีแดง หรือสีชมพู-แดง เช่น สาหร่ายสีแดง ไข่ของสัตว์ทะเล กุ้ง ล็อบสเตอร์ ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ และกุ้งเคย (Krill) เป็นต้น มีคำกล่าวว่า แอสต้าแซนทิน คือ ราชินีแห่งสารต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้น ลองมาดูกันว่าประโยชน์ของสารตัวนี้ช่วยอะไรได้บ้าง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตามินอี 550 เท่า มากกว่าวิตามินซีถึง 6,000 เท่า จึงมีส่วนช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกสารอนุมูลอิสระทำลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีส่วนช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย ทั้งในระบบเลือด กล้ามเนื้อ จอประสาทตา ระบบสมอง และระบบประสาท มีส่วนช่วยป้องกันกระบวนการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังก่อนวัยอันควร ชะลอการเกิดริ้วรอย ลดรอยแผลเป็น เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ดีต่อสายตา มีส่วนช่วยบรรเทาอาการตาแห้ง และอาการเมื่อยล้าของสายตา มีส่วนช่วยต้านการอักเสบของข้อต่อ เอ็น และกล้ามเนื้อ และยังมีส่วนช่วยลดการสร้างสารก่อการอักเสบได้ มีส่วนช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และช่วยให้ฟื้นฟูร่างกายได้เร็วขึ้น มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด จากการลดอนุมูลอิสระที่ทำลายตับอ่อนหรือทำลายผนังหลอดเลือด การรับประทานแอสต้าแซนทินร่วมกับโคเอนไซม์คิวเท็น มีส่วนช่วยเพิ่มจำนวนอสุจิ ทำให้อสุจิแข็งแรง เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น เมื่อรับประทานเป็นอาหารเสริม ปริมาณแอสต้าแซนทินที่ร่างกายรับได้ค่อนข้างปลอดภัยอยู่ที่ประมาณ 4-12 มิลลิกรัมต่อวัน ทั้งนี้ ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรเป็นคนกำหนดปริมาณให้ เพื่อให้ได้ปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายของเราจริง ๆ หากต้องการรับประทานในรูปแบบอาหารเสริม แอสต้าแซนทินจะเหมาะกับกลุ่มคนต่อไปนี้ ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ ชะลอความเสื่อมของร่างกาย ผู้ที่ต้องการสารอาหารบำรุงผิวพรรณและช่วยชะลอริ้วรอยก่อนวัย ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดน้ำ ผิวขาดความชุ่มชื้น ผู้ที่ต้องการลดปัญหาจุดด่างดำ ฝ้า กระ หรือปัญหาผิวไม่กระจ่างใส ผู้ที่ต้องเผชิญกับมลภาวะต่าง ๆ เป็นประจำ เช่น แสงแดด ฝุ่น ควัน ผู้ที่ใช้สายตามาก ๆ ทั้งการอ่านหนังสือและการอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ นักกีฬาหรือคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ผู้ที่มีภาวะเครียดเป็นประจำ ผู้ป่วยโรคประจำตัวบางชนิด ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ประจำตัว แอสต้าแซนทินมีหลายยี่ห้อในท้องตลาด แต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นและราคาแตกต่างกันไป ดังนี้ ลูมินารี่ แอสต้าแซนทิน (Luminary Astaxanthin) จากแบรนด์ Nectapharma เป็นอาหารเสริมที่ผสานคุณค่าจากสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ได้แก่ แอสต้าแซนทินจากสาหร่ายสีแดง 6 มิลลิกรัม, สารสกัดเปลือกสนฝรั่งเศสที่ให้สาร Pycnogenol 60 มิลลิกรัม, โคเอนไซม์คิวเท็น 30 มิลลิกรัม และ Tocotrienol 30% ซึ่งทั้งหมดอยู่ในปริมาณสูงสุดที่สำนักงาน อย. อนุญาตให้ใช้ได้ พร้อมด้วยสารสำคัญอื่น ๆ ที่ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยดูแลผิวพรรณ วิธีรับประทาน : รับประทานวันละ 1-2 เม็ด หลังอาหาร ขนาดบรรจุ : 30 แคปซูล ราคาปกติ : 2,190 บาท Dr.Pong เป็นแบรนด์เวชสำอางและอาหารเสริมที่มาแรง โดยใช้จุดเด่นเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีงานวิจัยในระดับชั้นคลินิกรองรับ และสำหรับแอสต้าแซนทินของ Dr.Pong ก็มีส่วนผสมหลักคือสาหร่ายแดงญี่ปุ่น ที่จะมี MCT oil หรือกรดไขมันอิ่มตัวสายกลาง เป็นตัวช่วยในการดูดซึมโดยไม่เกิดไขมันสะสมในร่างกาย วิธีรับประทาน : รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร ขนาดบรรจุ : 30 แคปซูล ราคาปกติ : 600 บาท AstaReal ACT เป็นอาหารเสริมแอสต้าแซนทินแบรนด์ญี่ปุ่น ที่สกัดจากสาหร่ายแดง Haematococcus pluvialis จนได้แอสต้าแซนทิน 6 มิลลิกรัม ผสมกับวิตามินซี และวิตามินอีโทโคไตรอีนอล (Tocotrienol) ที่ออกฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระได้เข้มข้นกว่าวิตามินอีรูปแบบเดิม (โทโคฟีรอล) จึงมีส่วนช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากการถูกอนุมูลอิสระและมลพิษต่าง ๆ วิธีรับประทาน : รับประทานวันละ 1 เม็ด หลังอาหารเช้า ขนาดบรรจุ : 60 เม็ด ราคาปกติ : 3,500 บาท ก่อนตัดสินใจซื้อแอสต้าแซนทิน ควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ เช็กสารสกัดของแอสต้าแซนทิน ถ้าจะให้ดีควรได้มาจากสาหร่ายสีแดงสายพันธุ์ ฮีมาโตคอคคัส พลูวิเอลลิส (Haematococcus pluvialis) ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่มีแอสต้าแซนทินมากที่สุด พิจารณาความบริสุทธิ์และความเข้มข้นของแอสต้าแซนทินในสาหร่าย ซึ่งแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ กระบวนการเพาะและการสกัด เช่น หากเป็นสาหร่ายธรรมที่ยังไม่สกัดเข้มข้น จะมีแอสต้าแซนทินอยู่ประมาณ 1-3% แต่หากเป็นสาหร่ายเกรดพรีเมียมมักจะมีแอสต้าแซนทินมากกว่า เลือกปริมาณแอสต้าแซนทิน 4-6 มิลลิกรัมต่อวันก็เพียงพอต่อการดูแลสุขภาพ แต่ในกรณีใช้เพื่อบรรเทาภาวะอื่น ๆ สามารถใช้ได้ถึง 12 มิลลิกรัมต่อวัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ แอสต้าแซนทินมีทั้งรูปแบบแคปซูล เม็ดยา ซอฟต์เจล และชนิดผงชง สามารถเลือกได้ตามความสะดวกในการรับประทานของตัวเอง โดยหากเป็นชนิดซอฟต์เจลจะกลืนง่ายและดูดซึมได้ดีกว่า เพราะมีส่วนผสมของน้ำมัน แต่อาจจะมีราคาแพงกว่า เช็กว่ามีส่วนผสมอื่น ๆ เพิ่มมาไหม แล้วเราต้องการสารอาหารนั้น ๆ หรือไม่ เช่น คอลลาเจน, วิตามินอี, น้ำมัน MTC, น้ำมันมะกอก, น้ำมันรำข้าว, น้ำมันเมล็กแฟลกซ์, โคเอนไซม์คิวเท็น, วิตามินซี เป็นต้น ตรวจสอบข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ให้ถี่ถ้วน เช็กว่ามีเครื่องหมาย อย. หรือไม่ ผลิตและหมดอายุวันไหน ถ้าให้ดีควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากภาษาไทยชัดเจน ควรซื้อจากร้านขายยา หรือปรึกษาแพทย์ให้จ่ายยาให้ โดยเฉพาะในกรณีที่มีโรคประจำตัวหรือกินยาบางตัวเป็นประจำ แนะนำให้กินแอสต้าแซนทินตอนเช้าพร้อมอาหารหรือหลังอาหารเช้าทันที เพราะเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน การรับประทานอาหารในมื้อเช้าก่อนที่จะออกนอกบ้านก็จะช่วยปกป้องเราจากมลภาวะ แสงแดด รวมไปถึงภาวะตึงเครียดต่าง ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับวิธีรับประทานที่ระบุไว้บนฉลากของแต่ละแบรนด์ด้วยนะคะ และโดยส่วนใหญ่จะต้องรับประทานต่อเนื่อง 4-8 สัปดาห์ขึ้นไป ถึงจะเห็นผลอย่างชัดเจน จริง ๆ แล้วการรับประทานแอสต้าแซนทินตามที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยพอสมควร แต่หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไปอาจพบผลข้างเคียง เช่น ปวดท้อง และหากได้รับเกิน 48 มิลลิกรัมต่อวันอย่างต่อเนื่อง อาจจะทำให้อุจจาระเป็นสีแดง คนที่มีอาการแพ้อาหารควรระวัง เพราะแอสต้าแซนทินมีอาหารทะเลอย่างสาหร่าย กุ้ง แซลมอน ล็อบสเตอร์ รวมทั้งสารสกัดจากถั่วเหลืองผสมอยู่ด้วย ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี สตรีตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง แพ้ภูมิตัวเอง ไม่ควรรับประทาน แอสต้าแซนทินอาจไปลดระดับแคลเซียมในร่างกาย ดังนั้น ผู้ที่มีภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ ฮอร์โมนพาราไทรอยด์บกพร่อง โรคกระดูกพรุน ไม่ควรรับประทาน แอสต้าแซนทินอาจไปทำปฏิกิริยากับยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ยารักษาโรคเบาหวาน ยาลดไขมันในเลือด ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ยาสมุนไพร ยากดภูมิคุ้มกัน ยากลุ่ม 5-Alpha Reductase Inhibitor หรือยาที่มีฤทธิ์ต้านการทำงานของฮอร์โมนเพศชาย ดังนั้น ใครรับประทานยารักษาโรคประจำตัวอยู่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผู้ชายควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน เพราะแอสต้าแซนทินอาจส่งผลต่อฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน อาหารเสริมอาจเป็นตัวช่วยเสริมในการชะลอวัยและดูแลผิวพรรณ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกคน เพราะเพียงแค่เราดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ อย่างการทาครีมบำรุงผิว ทาครีมกันแดดเป็นประจำ ดื่มน้ำเยอะ ๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ก็ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ดูอ่อนกว่าวัยได้เช่นกัน วิตามินต่าง ๆ ควรกินตอนไหน กินคู่กับอะไรให้ร่างกายดูดซึมได้มากที่สุด วิตามินที่ไม่ควรกินตอนท้องว่าง มีอะไรบ้าง กินพร้อมหรือหลังอาหารดีกว่า เลี่ยงผลข้างเคียง วิตามินที่ไม่ควรกินก่อนนอนมีตัวไหนบ้าง เช็กให้ชัดแล้วกินให้ถูกเวลา วิตามินหรืออาหารเสริมผู้หญิงวัย 40 ปี ยี่ห้อไหนดี ช่วยเข้าสู่วัยทองอย่างเฮลธ์ตี้ กาแฟห้ามกินกับอะไร ยาคุม วิตามิน กินพร้อมกาแฟได้ไหม หรือไม่ควรกินคู่กับอะไรบ้าง ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : Dr. Pong shop, Nectapharma, astarealact-th.com, blackmores.co.th, MizuMi&Bomi Official Shop, vistra.co.th, สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, webmd.com