กินโยเกิร์ตตอนท้องว่างได้ไหม หรือควรเลี่ยง ? ชวนไขข้อสงสัย พร้อมเผยเคล็ดลับกินโยเกิร์ตยังไง ให้ได้ประโยชน์มากขึ้น โยเกิร์ต คือหนึ่งในอาหารยอดฮิตสำหรับคนรักสุขภาพ เพราะเต็มไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่เพื่อให้ได้รับประโยชน์ของโยเกิร์ตสูงสุด หลายคนมักสงสัยว่าควรกินโยเกิร์ตเวลาไหนดี โดยเฉพาะการรับประทานในช่วงเช้าหรือกินโยเกิร์ตตอนท้องว่างนั้นจะให้ผลดีจริงหรือเปล่า วันนี้ชวนทุกวันมาค้นหาคำตอบเรื่องนี้กันค้ะ สำหรับคำถามนี้ก็ต้องตอบว่า กินได้ค่ะ โดยหัวใจสำคัญของการกินโยเกิร์ตคือการทำให้โพรไบโอติกส์ (Probiotics) หรือจุลินทรีย์ตัวดีเดินทางไปถึงลำไส้ใหญ่โดยไม่ถูกกรดในกระเพาะอาหารทำลายเสียก่อน อย่างไรก็ตาม การกินโยเกิร์ตตอนท้องว่างอาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายด้วย ซึ่งต้องพิจารณาทั้งข้อดีและข้อควรระวังประกอบกัน การกินโยเกิร์ตตอนท้องว่าง อาจช่วยให้จุลินทรีย์ดีเดินทางผ่านกระเพาะอาหารไปถึงลำไส้เล็กได้รวดเร็วขึ้น เพราะช่วงที่กระเพาะว่างจะมีอาหารอยู่น้อย ระดับกรดจึงไม่สูงมากนัก ส่งผลให้จุลินทรีย์มีโอกาสรอดจากกรดในกระเพาะได้มากขึ้น สอดคล้องกับงานวิจัยที่พบว่า จุลินทรีย์กลุ่มแล็กโทบาซิลลัส (Lactobacillus) มีแนวโน้มอยู่รอดได้ดีกว่า หากรับประทานก่อนมื้ออาหารประมาณ 30 นาที ซึ่งเป็นช่วงที่กระเพาะว่างและการเคลื่อนตัวของอาหารทำได้เร็วที่สุด การกินโยเกิร์ตในช่วงเช้า (ประมาณ 06.00-07.00 น.) เป็นช่วงเวลาที่ลำไส้เริ่มเคลื่อนตัวตามนาฬิกาชีวิต จุลินทรีย์และน้ำในโยเกิร์ตจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างราบรื่น เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง โปรตีนคุณภาพดีในโยเกิร์ต โดยเฉพาะกรีกโยเกิร์ต มีส่วนช่วยลดระดับฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) หรือฮอร์โมนความหิว ทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้นานขึ้น การกินโยเกิร์ตก่อนมื้ออาหารจึงอาจช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือด ลดโอกาสกินจุบจิบ และช่วยควบคุมปริมาณอาหารในมื้อถัดไปได้ อย่างไรก็ตาม ควรเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ไม่เติมน้ำตาล เพราะน้ำตาลส่วนเกินอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแกว่งและหิวเร็วขึ้นแทนได้ แม้การกินโยเกิร์ตตอนท้องว่างอาจช่วยให้โพรไบโอติกเคลื่อนผ่านกระเพาะอาหารได้เร็วขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง สภาวะท้องว่างมักมีความเป็นกรดสูง ซึ่งอาจส่งผลให้จุลินทรีย์บางส่วนถูกทำลายก่อนจะไปถึงลำไส้ได้ โดยเฉพาะหากจุลินทรีย์สายพันธุ์นั้นไม่ทนต่อกรด หรือโยเกิร์ตยี่ห้อนั้นไม่มีเทคโนโลยีช่วยปกป้องจุลินทรีย์ สำหรับผู้ที่มีภาวะกระเพาะอาหารไวต่อการระคายเคือง หรือมีอาการของโรคกระเพาะ โรคกรดไหลย้อน การกินโยเกิร์ตตอนท้องว่างอาจทำให้เกิดอาการไม่สบายท้อง เช่น แสบท้อง จุกเสียด หรือมวนท้องได้ เนื่องจากในช่วงท้องว่าง กระเพาะจะมีกรดอยู่ตามธรรมชาติอยู่แล้ว แม้โยเกิร์ตจะมีปริมาณน้ำตาลแล็กโทสน้อยกว่านมทั่วไป และหลายคนสามารถรับประทานได้โดยไม่เกิดอาการ แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะแพ้แล็กโทส (Lactose Intolerance) อาจยังคงมีอาการท้องอืด มีแก๊สในกระเพาะอาหาร หรือท้องเสียได้ง่ายกว่าการรับประทานโยเกิร์ตร่วมกับอาหารชนิดอื่น โดยเฉพาะในกรณีที่ร่างกายไวต่อแล็กโทสมาก ๆ หากสะดวกกินโยเกิร์ตในช่วงท้องว่าง เช่น ตอนเช้าหรือระหว่างมื้ออาหาร ลองปรับพฤติกรรมเล็กน้อยเพื่อให้ได้ประโยชน์มากขึ้น ควรเลือกกรีกโยเกิร์ตหรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ไม่เติมน้ำตาล หรือมีน้ำตาลน้อยมาก ๆ เพื่อลดการแกว่งของระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยให้อิ่มได้นานขึ้น ก่อนกินโยเกิร์ตลองดื่มน้ำเปล่า 1 แก้ว เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี และเจือจางความเป็นกรดในกระเพาะชั่วคราว ซึ่งอาจช่วยลดอาการระคายเคืองกระเพาะในบางคน เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของโพรไบโอติกในโยเกิร์ตได้ โดยกินคู่กับอาหารที่มีพรีไบโอติก เช่น กล้วย แอปเปิล ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ถั่ว หรือธัญพืช อย่างข้าวโอ๊ต เมล็ดเจีย ถั่วอัลมอนด์ ซึ่งช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ สรุปแล้ว สามารถกินโยเกิร์ตตอนท้องว่างได้ แต่สำหรับคนที่มีปัญหาโรคกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน หรือมีภาวะแพ้แล็กโทส การรับประทานโยเกิร์ตคู่กับผลไม้หรือธัญพืช หรือเลือกกินหลังมื้ออาหารเบา ๆ ในช่วงที่กระเพาะไม่ว่างมากนัก อาจเป็นทางเลือกที่สบายท้องและเหมาะกับร่างกายมากกว่านะคะ กินโยเกิร์ตตอนไหนดี ดึงประโยชน์จากโยเกิร์ตให้ตอบโจทย์ ต้องกินให้ถูกเวลา โยเกิร์ต ประโยชน์สุดจึ้งต่อสุขภาพผู้หญิง ดีจริงทั้งภายในและภายนอก ! โยเกิร์ตหมดอายุกินได้ไหม ดูยังไงว่าบูดแล้ว หรือนำมาพอกหน้าจะเป็นอะไรไหม 6 ข้อดีของการกินโยเกิร์ตก่อนนอน ช่วยดีท็อกซ์ ควบคุมน้ำหนักได้ 3 ประโยชน์สุดเริด ที่ได้จากการกินโยเกิร์ตตอนเช้า ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเชียงใหม่ ฮอสพิทอล, verywellhealth.com, eatingwell.com