
เติมรัก ชูรส อย่างปลอดภัยรับวันวาเลนไทน์
วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก อาจเป็นอีกหนึ่งวันพิเศษของคนมีคู่ที่อยากจูงมือคนรักไปเติมรัก กันให้หวานชื่นกว่าวันอื่น ๆ แต่ไม่ว่าจะโรแมนติกกันอย่างไร ก็ไม่ควรละเลยเรื่องความปลอดภัยในกิจกรรมรักนะ
ก้าวเข้าสู่เดือนแห่งความรักแบบนี้ คู่รักหลายคนคงรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายแห่งรักอบอวลอยู่ หลายคนคงวางแผนจะพาคนรักไปเซอร์ไพรส์ เพิ่มระดับความหวานให้มากขึ้นจนคนรอบข้างต้องอิจฉา แต่ก็อย่าเพิ่งคิดจะหวานชื่นกันอย่างเดียว ต้องใส่ใจเรื่องโรคที่อาจมากับกิจกรรมรักด้วย ซึ่งทางเว็บไซต์โรงพยาบาลปิยะเวท ก็มีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับอันตรายของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาฝากเหล่าบรรดาคู่รัก เพื่อช่วยย้ำเตือนให้หนุ่มสาวรู้จักวิธีแสดงความรักกันแบบปลอดภัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวาเลนไทน์ปีนี้หรือปีไหน ๆ
นพ.พิเชฐ ผนึกทอง สูติ-นรีแพทย์ประจำโรงพยาบาลปิยะเวท กล่าวว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ก็คือโรคที่ส่งผ่านทางเพศสัมพันธ์ เรียกย่อ ๆ ว่าโรคเอสทีดี (Sexually transmitted disease; STD) หรือที่คนไทยเรียกว่า กามโรค ซึ่งโรคนี้สามารถติดต่อกันได้จากการร่วมเพศทางช่องคลอด ทางปาก ทางทวารหนัก เชื้อจะปะปนมากับเลือด น้ำอสุจิ สารคัดหลั่งทางช่องคลอด หรือสารคัดหลั่งจากส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย
การแสดงอาการของโรคก็มีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การแสดงอาการผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ออกมาให้รู้ตัวบ้าง ไปจนถึงการแสดงอาการอย่างชัดเจนเมื่อเป็นหนักมากแล้ว โดยในผู้ชายอาจจะมีอาการปัสสาวะแสบขัด ขาหนีบบวม เป็นฝี เจ็บปวดอวัยวะเพศ มีผื่น ตุ่ม แผล บริเวณอวัยวะเพศ มีเมือกใส หรือหนองไหลออกมา ส่วนในผู้หญิงอาจจะเจ็บ เสียดท้อง ขาหนีบบวม หรือฝี เจ็บคันอวัยวะเพศ มีผื่น ตุ่ม แผลบริเวณอวัยวะเพศ มีตกขาวสีเหลืองและมีกลิ่นเหม็









นอกจากนี้แล้ว นพ.พิเชฐ ผนึกทอง ยังแนะนำเพิ่มเติมอีกว่า หากตรวจพบว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรรีบรักษาให้เร็วที่สุด อย่าปล่อยให้เป็นหนักแล้วค่อยไปรักษา เพราะในกรณีที่ติดเชื้อแบคทีเรียก็สามารถรักษาหายได้ แต่กรณีถ้าเป็นเชื้อไวรัสนั้น แม้จะสามารถรักษาและควบคุมได้ก็จริง แต่อาจรักษาไม่หายขาด สำหรับในผู้หญิงมีครรภ์ที่ติดเชื้อ ก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีเช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสถ่ายทอดไปสู่ลูก
อย่างไรก็ตาม วิธีป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ดีที่สุดคือ ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย หรือในกรณีที่จะมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนใหม่ ทั้งตัวคุณเองและคู่รักก็ควรเข้ารับการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ ที่สำคัญคือ ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเพื่อลดโอกาสติดโรค และไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ขณะมีประจำเดือน เพราะจะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย
นอกจากนี้แล้ว ทั้งตัวคุณเองและคู่รักก็ควรจะใส่ใจเรื่องความสะอาดอวัยวะเพศด้วย และเมื่อสงสัยว่าตัวเองติดโรคควรรีบปรึกษาแพทย์และงดมีเพศสัมพันธ์ทันที เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไปยังบุคคลอื่น
ขอบขอบคุณข้อมูลจาก
โรงพยาบาลปิยะเวท
เรื่องโดย : นพ.พิเชฐ ผนึกทอง แผนกสูติ-นรีแพทย์