
ผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก eartone.co.th , medicthai.com
ต้องยอมรับว่า วิวัฒนาการทางการแพทย์ปัจจุบันนี้ก้าวหน้าไปอย่างมาก เพราะด้วยเทคโนโลยี และวิทยาการสมัยใหม่สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีอาการบกพร่องต่าง ๆ ให้มีอาการดีขึ้น หรือกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อย่างไม่น่าเชื่อ
อย่างเช่น การผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม ซึ่งสามารถช่วยให้คนที่สูญเสียการได้ยิน หรือหูหนวก กลับมาได้ยินเสียงอีกครั้ง กำลังเป็นนิยมในผู้ปกครองที่มีฐานะ และมีบุตรหลานที่มีความผิดปกติในการได้ยิน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ "การผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม" กันให้มากขึ้น
การผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม หรือ Cochlear Implants เป็นวิทยาการที่เกิดขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโดยเฉพาะ โดยประสาทหูเทียม คือ อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ช่วยในการได้ยิน ทำให้หน้าที่แทนเซลล์ประสาทในคอเคลีย (Cochlear) ในหูชั้นใน และแปลงพลังงานเสียงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า ไปกระตุ้นประสาทการได้ยินและสมองให้รับรู้ โดยประสาทหูเทียม จะประกอบไปด้วยอุปกรณ์ภายนอก และอุปกรณ์ภายใน

ผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม
ทั้งนี้ อุปกรณ์ภายนอก และอุปกรณ์ภายใน จะยึดแนบติดกันด้วยแม่เหล็ก ผ่านหนังศีรษะบริเวณหลังใบหู โดยแม่เหล็กชิ้นนอกอยู่ที่อุปกรณ์ติดศีรษะ (Head piece) และแม่เหล็กชิ้นในอยู่ที่ Implant ของอุปกรณ์ภายในกะโหลกศีรษะ
เครื่องช่วยฟังที่คนบกพร่องทางการได้ยินมักใช้กันอยู่บ่อย ๆ นั้น จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยขยายเสียงในได้ยินชัดเจนขึ้นเท่านั้น แต่ประสาทหูเทียมนี้ จะเข้าไปทดแทนส่วนของประสาทหูที่ถูกทำลาย และไปกระตุ้นประสาทรับเสียงที่หูชั้นใน ทำให้ผู้ป่วยกลับมาได้ยินที่ชัดเจน และถูกต้องมากขึ้น
ประสาทหูเทียม แบ่งออกเป็น 3 ประเภทได้แก่
ทั้งนี้ ในแต่ละแบบจะมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันไป รวมทั้งราคาก็แตกต่างกันด้วย แต่ในปัจจุบัน นิยมชนิด multiple electrodes ที่มีระบบปรับภายในให้เลือกตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
ผู้ที่จะได้รับการพิจารณาให้ผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม จะต้องมีคุณสมบัติ ต่อไปนี้
ไม่ใช่ว่า ทุกคนที่บกพร่องทางการได้ยินและมีคุณสมบัติดังข้างต้น จะสามารถผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมได้ เพราะยังมีข้อยกเว้นบางประการ ที่ทำให้ผู้ป่วยไม่เหมาะสมแก่การฝังประสาทหูเทียม คือ
เมื่อแพทย์พิจารณาว่า ผู้ป่วยมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมแล้ว จะต้องวินิจฉัยต่อไปตามขั้นตอนต่อไปนี้
ความเสี่ยงที่เกิดจากการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมนั้น เกิดขึ้นได้เหมือนการผ่าตัดอื่น ๆ เช่น อาจมีอาการชาบริเวณแผลผ่าตัด ชาที่ลิ้น หรือใบหน้า ปวดคอ มึนงง มีเสียงดังในหู ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดเพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่จะกลับมาเป็นปกติหลังแผลผ่าตัดหายสนิทแล้ว นอกจากนี้ ยังพบอาการน้ำในหูชั้นในรั่วได้ แต่สามารถรักษาให้หายได้ ส่วนการติดเชื้อที่แผลนั้นพบเพียง 5% เท่านั้น
หลังจากผ่าตัดแล้ว แผลผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมจะหายสนิทหลังผ่านไปได้ 3-5 สัปดาห์ จากนั้นนักตรวจการได้ยินจะทำการปรับแต่งเสียงให้ได้ระดับที่พอเหมาะ ซึ่งการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมนี้ จะมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ป่วยเอง เพราะหลังจากฝังประสาทหูเทียมแล้ว ผู้ป่วยจะต้องมารับการบำบัดฟื้นฟู และเรียนรู้การแปลความหมายของเสียงที่ได้ยินจากเครื่อง ซึ่งจะเป็นเหมือนกับหุ่นยนต์ ให้เกิดความเคยชิน โดยระยะเวลาการเรียนรู้จะแตกต่างไปในแต่ละบุคคล
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยสามารถเข้าร่วมกิจกรรม หรือเล่นกีฬาได้เหมือนคนปกติ แต่ต้องระมัดระวังให้มากขึ้น และห้ามเข้าไปในสนามแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น เครื่องตรวจจับโลหะที่สนามบิน ซึ่งผู้ป่วยจะต้องแสดงบัตรว่า ใส่ประสาทหูเทียมต่อเจ้าหน้าที่ก่อนขึ้นเครื่องบินแทน นอกจากนี้ต้องหมั่นดูแลรักษาเครื่องมือ ซึ่งก็เพียงแค่รักษาความสะอาด ไม่ให้เปียกชื้น หากชิ้นส่วนที่อยู่ภายนอกชำรุด ก็สามารถเปลี่ยนหรือซ่อมได้
กรณีเด็กเล็กที่ผ่าตัดประสาทหูเทียมมานั้น อาจจะไม่เคยได้รับการฝึกพัฒนาการทางภาษามาก่อน ทำให้ต้องมีคนในครอบครัว ครู เพื่อน ๆ หรือนักอรรถบำบัด ให้ความร่วมมือคอยกระตุ้นตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ป่วยแต่ละรายจะได้รับการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมแล้ว แต่ประสิทธิภาพการใช้งานไม่เท่ากัน โดยอาจเป็นเพราะปัจจัยต่าง ๆ ต่อไปนี้
ข้อจำกัดที่สำคัญก็คือ การผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมเช่นนี้ มีค่าใช้จ่ายสูงมาก คือราคามากกว่า 500,000 บาทขึ้นไปต่อ 1 ข้าง ซึ่งแตกต่างกันตามชนิดของประสาทหูเทียม รวมทั้งค่าบริการของโรงพยาบาลแต่ละแห่งด้วย ดังนั้นแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจึงต้องมีการพิจารณาคัดเลือกผู้ป่วย ที่น่าจะมีโอกาสใช้งานประสาทหูเทียมได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ก่อนทำการผ่าตัด เพื่อให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุด นอกจากนี้ผู้ป่วยไม่ควรตั้งความหวังในประสิทธิภาพมากเกินไป เพราะต้องขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัยประกอบกัน
เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย





