หญิงไทยเป็น มะเร็งเต้านม แซง มะเร็งปากมดลูก


มะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านมไทยแซงมะกัน (ไทยโพสต์)

          ผงะ! หญิงไทยอายุต่ำกว่า 40 ปีเป็นมะเร็งเต้านมร้อยละ 33.4 สูงกว่าหญิงมะกัน ที่ส่วนใหญ่เป็นในผู้สูงอายุ แถมจำนวนผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ยังสูงกว่ามะเร็งปากมดลูก ผอ.สถาบันมะเร็ง ระบุ เป็นเพราะพฤติกรรมการบริโภคคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป แนะออกกำลังกาย ตรวจแมมโมแกรม

          ศ.คลินิก พล.ต.นพ.สุรพงษ์ สุภาภรณ์ นายกสมาคมโรคมะเร็งเต้านมแห่งประเทศไทย กล่าวสรุปการทำงานของสมาคมในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาว่า ได้มีการให้ความรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์รักษาโรคมะเร็งเต้านมแนวใหม่ให้กับแพทย์ในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ อาทิ จ.เชียงราย, พิษณุโลก, นครสวรรค์, อุดรธานี, อุบลราชธานี, นครราชสีมา, สุราษฎร์ธานี และหาดใหญ่ สงขลา เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมสามารถเข้าถึงการรักษาอย่างมีมาตรฐานที่ดีอย่างเท่าเทียมกัน เนื่องจากขณะนี้มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทย

          อย่างไรก็ตาม มะเร็งเต้านมเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ 80-90% หากตรวจพบและทำการรักษาในระยะเริ่มแรก ด้วยการทำแมมโมแกรมในผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรทำปีละ 1 ครั้ง นอกจากนี้มีแพทย์จากสหรัฐอเมริกาพบว่า ผู้หญิงอเมริกันเป็นมะเร็งเต้านมลดลง ซึ่งมีการวิเคราะห์ว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแพทย์ลดการสั่งยารักษาวัยทองด้วย จึงสรุปว่า ยารักษาวัยทองน่าจะมีส่วนต่ออัตราการเกิดมะเร็งเต้านมในผู้หญิงด้วย

          นายกสมาคมโรคมะเร็งเต้านมแห่งประเทศไทย กล่าวต่อว่า การออกกำลังกายสม่ำเสมอจะทำให้ร่างกายมีภูมิป้องกันมะเร็งทุกชนิด ในผู้หญิงจะช่วยลดจำนวนประจำเดือนที่มีไข่ตก ควบคุมฮอร์โมนให้อยู่ระดับปกติ และทำควบคู่กับการลดการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง และอาหารจังก์ฟูด (Junk food) ซึ่งในประเทศนอร์เวย์มีการสำรวจพบว่า ประชากร 25,624 คน ออกกำลังกาย 4 ชั่วโมง/สัปดาห์ ทำให้ลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งได้ถึง 37%

          ทั้งนี้ทางสมาคมจะมีการจัดงานให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม เพื่อกระตุ้นให้ผู้หญิงไทยอายุ 35 ขึ้นไป หันมาใส่ใจเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหามะเร็งเต้านมทุกปี ในหัวข้อ "ร่วมพลังเอาชนะมะเร็งเต้านม" ในวันพุธที่ 18 ส.ค. ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค

          ด้าน นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า สถานการณ์ของโรคมะเร็งเต้านมในขณะนี้พบว่า อยู่ในอันดับ 1 แซงหน้ามะเร็งปากมดลูก และมีแนวโน้มสูงขึ้นตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO ) คาดการณ์ว่าไทยจะมีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในปี 2553 จำนวน 13,184 ราย ซึ่งตัวเลขของประเทศไทยขณะนี้อยู่ที่ 13,000 ราย เสียชีวิต 4,000 ราย และมีผู้ป่วยสะสมกว่า 30,000 ราย ใน กทม.เป็นจังหวัดที่พบผู้ป่วยมากที่สุดร้อยละ 34.1 และอยู่เขตพระโขนงสูงที่สุดถึงร้อยละ 81.1

          ผอ.สถาบันมะเร็งฯ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกได้คาดว่า ประเทศที่มีการพัฒนาเป็นโรคมะเร็งที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมเพิ่มขึ้น เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก และมะเร็งต่อมลูกหมาก เนื่องมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่กินอาหารดีขึ้น กินแต่เนื้อสัตว์ อาหารที่มีไขมันสูง อาหารที่ผลิตจากนมเนย อาหารฝรั่งมากขึ้น ออกกำลังกายน้อยลง WHO จึงหันมาให้ความสำคัญกับประเทศในเอเชียมากขึ้น เพราะถ้าปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้จะกลายเป็นภาระการรักษาพยาบาล

          นพ.ธีรวุฒิกล่าวต่อว่า มะเร็งเต้านมที่พบในผู้หญิงไทยขณะนี้มีแนวโน้มที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากพบในอายุน้อยกว่า 40 ปี ถึง 33.4% เมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกาที่อายุต่ำกว่า 40 จะพบเพียง 10% อย่างไรก็ตามสาเหตุที่มะเร็งเต้านมขึ้นมา แซงมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงไทยนั้น เนื่องจากขณะนี้ระบบการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของไทยดีขึ้น จึงทำให้รักษาได้อย่างรวดเร็ว แต่การคัดกรองมะเร็งเต้านมทำได้ยากกว่า ต้องใช้เครื่องแมมโมแกรมที่มีราคาแพง

          อีกทั้งไม่ใช่แพทย์ทางรังสีรักษาทุกคนจะอ่านค่าแมมโมแกรม แต่เครื่องแมมโมแกรมแบบดิจิตอลของไทยยังมีน้อย ซึ่งตั้งเป้าว่าควรจะมีเครื่องแมมโมแกรมแบบดิจิตอล 110 เครื่อง แบบฟิล์ม 700 เครื่อง แต่ทั่วประเทศมีเครื่องแบบฟิล์ม 150 เครื่อง ส่วนเครื่องแบบดิจิตอลก็ยังไม่มากเท่าที่ควร


  เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย

        คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก



เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
หญิงไทยเป็น มะเร็งเต้านม แซง มะเร็งปากมดลูก โพสต์เมื่อ 15 กรกฎาคม 2553 เวลา 11:25:22 452 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: หญิงไทยเป็น มะเร็งเต้านม แซง มะเร็งปากมดลูก ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP