กินคลีนแบบไทย ใคร ๆ ก็ทำได้

กินคลีนแบบไทย

          กระแสของการกินอาหารคลีนมาแรงอย่างต่อเนื่อง หลาย ๆ คนคิดว่าอาหารคลีนที่ดีต้องมีราคาแพง หรือการกินอาหารที่ปราศจากไขมัน แต่จริง ๆ แล้วการกินคลีนในแบบไทย คือ "การกินให้เป็นธรรมชาติ" นั่นเอง

กินให้เป็นแบบธรรมชาติด้วย 3 อ. 2 ส.


          ที่ปรึกษากรมอนามัย และผู้ทรงคุณวุฒิด้านโภชนาการ สสส. อ.สง่า ดามาพงษ์ เล่าว่า หลาย ๆ คนใช้ชีวิตอย่างประมาทในด้านการกินและการออกกำลังกาย ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมามากมาย โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้องรัง (NCDs) ซึ่งได้แก่ โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ (Cardiovascular & Cerebrovascular Diseases ) โรคถุงลมโป่งพอง (Emphysema) โรคมะเร็ง (Cancer) โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) โรคอ้วนลงพุง (Obesity) สำหรับประเทศไทย สถิติล่าสุดพบว่ามีถึง 14 ล้านคน ที่เป็นโรคในกลุ่มโรค NCDs และที่สำคัญเป็นสาเหตุหลักการเสียชีวิตของประชากรทั้งประเทศ

กินคลีนแบบไทย

          นอกจากเรื่องการกินและการออกกำลังกายแล้ว ภาวะด้านอารมณ์เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลย เพราะมนุษย์ที่ชอบเอาชนะ เครียด ด่าเก่ง เอาแต่โทษคนอื่น ปล่อยวางไม่เป็น นั่นเรียกว่า ภาวะมะเร็งอารมณ์ สิ่งที่มนุษย์ควรทำคือ การตั้งสติ เพื่อเกิดปัญญาและหาทางดับทุกข์นั้นโดยเร็ว เพราะพฤติกรรมแย่ ๆ ทั้งหมดนั้น ไม่ว่าจะขี้เกียจออกกำลังกาย กินอาหารไม่มีประโยชน์ พยายามหาข้ออ้างทั้งหลาย จะนำมาสู่การมีอายุร่างกายสั้น ซึ่งอายุร่างกายนี่เองจะเป็นหมอดูทำนายชีวิตที่เหลืออยู่ ซึ่งที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้ความสำคัญมาก ๆ ในการเผยแพร่ความรู้และความเข้าใจด้านสุขภาพ 4 มิติ เพื่อลดภาวะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

กินคลีนแบบไทย

กินคลีนแบบไทย ให้ถูกต้องยุคออนไลน์


          อ.สง่า เล่าต่อว่า คนกินไม่เป็น คือ คนที่ไม่กินอาหารไทย เพราะอาหารไทยนี่เองที่เป็นภูมิปัญญาของคนไทย เป็นมรดกจากบรรพบุรุษที่สรรค์สร้างขึ้น เช่น แกงเขียวหวาน ที่ใส่มะเขือพวงลงไป เพราะเมื่อรสเฝื่อนจากมะเขือพวงกระทบกับรสของกะทิจะมีความเข้ากันพอดี และมะเขือพวงนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระมาก ป้องกันความเสื่อมและช่วยชะลอความแก่ ฯลฯ

          สำหรับช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ ดอกแค คนโบราณนิยมนำมาทำแกงส้มดอกแค เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยป้องกันและรักษาอาการหวัด และนี่คือตัวอย่างเคล็ดลับของอาหารไทยและผักพื้นบ้านของไทย

          นอกจากการรู้จักกินอาหารไทยแล้วนั้น อ.สง่า ยังให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเป็นที่น่าห่วงเรื่องการกินอาหารรสหวานของคนไทย เพราะคนไทยกินน้ำตาลเฉลี่ย 29 ช้อนชาต่อวัน ทั้ง ๆ ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้กินน้ำตาลเพียง 6 ช้อนชาต่อวัน ซึ่งน้ำตาลที่เกินมานั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันในร่างกาย เกิดการสะสมและเกิดโรคอ้วนตามมา นอกจากนี้แล้วต้องกินไขมันไม่เกิน 6 ช้อนชา และเกลือ 1 ช้อนชาต่อวัน หรือจำตัวเลขง่าย ๆ ว่า 6 : 6 : 1

กินคลีนแบบไทย

กินคลีนอย่างไร


          เคล็ดไม่ลับการกินคลีนง่าย ๆ คือ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ อย่างพอเพียงและพอดีในแต่ละมื้อ ไม่ควรอดอาหารหรือกินอาหารเกินกว่าความต้องการของร่างกาย นอกจากนี้แล้วควรเน้นกินปลาเป็นหลัก กินผักเป็นพื้น ในบรรดาเนื้อสัตว์ทั้งหมด อ.สง่า แนะนำว่า กินเนื้อปลาดีที่สุดเพราะย่อยง่าย มีไขมันที่ดี และมีประโยชน์กับร่างกาย และเน้นกินผักในทุกมื้ออาหาร โดยให้สัดส่วนของผักเป็น 2 ส่วน คาร์โบไฮเดรต 1 ส่วน และโปรตีนอีก 1 ส่วน (หลัก 2:1:1) ปรุงแต่งอาหารจากวัตถุดิบธรรมชาติ และ ไม่หนักรสชาติเค็ม หวาน และปรุงให้ใกล้เคียงกับรสชาติแบบธรรมชาติที่สุด

          การไม่ยึดติดรสชาติ หรือการกินอาหารรสชาติใกล้เคียงธรรมชาตินั้นอาจดูเหมือนไม่ถูกปากคนไทยเท่าที่ควร แต่ถ้าหากลองพยายามทำ และค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินทีละนิด ๆ เชื่อว่า สุขภาพดีทีมาจากการกินอาหารที่ดีอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

โดย อาภาวรรณ โสภณธรรมรักษ์ team content www.thaihealth.or.th

กินคลีนแบบไทย ใคร ๆ ก็ทำได้ โพสต์เมื่อ 13 ตุลาคม 2559 เวลา 09:32:55 8,211 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP

คิดอย่างไรกับเรื่อง: กินคลีนแบบไทย ใคร ๆ ก็ทำได้ ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !