รู้ไว้ห่างไกลไข้หวัดใหญ่ (กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข) โรคไข้หวัด 2009 ปัจจุบันกลายมาเป็น "ไข้หวัดใหญ่ประจำฤดูกาล" แล้ว และกลับมาระบาดอีกครั้งหนึ่ง วันนี้เรามีข้อมูลดี ๆ จากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มาแนะนำ เพื่อให้พวกเราเฝ้าสังเกตอาการ และป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ได้ทันท่วงทีค่ะ
โรคไข้หวัดใหญ่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 
อยู่ในฝอยละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย

ช่วงป่วย 3 วันแรก มีโอกาสแพร่เชื้อได้มากสุด
เราติดเชื้อได้อย่างไร 
ถูกผู้ป่วยไอจามรด ในระยะ 1 ช่วงแขน

จับต้องสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อจากผู้ป่วย เช่น โทรศัพท์ แป้นคอมพิวเตอร์ผ้าเช็ดมือ ลูกบิดประตู แล้วใช้มือมาแคะจมูกขยี้ตา จับปาก
อาการป่วย หลังได้รับเชื้อ 2-3 วัน (มักไม่เกิน 7 วัน) ผู้ป่วยจะมีไข้ ปวดศีรษะ หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไอ เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหลบางคนอาจมีอาเจียน ท้องเสียด้วย
หากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่...ใครบ้างต้องรีบไปโรงพยาบาล...?ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง 
ไข้สูง ไม่ลดลงภายใน 2 วัน

ไอมาก เจ็บหน้าอก หายใจถี่ หอบเหนื่อย

ซึม อ่อนเพลียมาก เด็กร้องไห้งอแงมาก

กินอาหารไม่ได้ หรือกินน้อยมาก

อาเจียน ท้องร่วงมาก มีภาวะขาดน้ำ เช่น ผิวแห้ง ริมฝีปากแห้ง ตาโหล

ปัสสาวะน้อย ปลายมือปลายเท้ามีสีม่วงคล้ำ
ผู้ป่วยที่เสี่ยงป่วยรุนแรง 
หญิงมีครรภ์ เสี่ยงป่วยรุนแรงกว่าคนทั่วไป 4 เท่า

ผู้มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอด หอบหืด หัวใจ ไต เบาหวาน โรคเลือด มะเร็ง เอดส์ ฯลฯ

ผู้พิการทางสมอง

คนอ้วนมาก (น้ำหนัก 100 กิโลกรัมขึ้นไป)

เด็กเล็ก อายุน้อยกว่า 2 ปี

ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
การดูแลรักษาผู้ป่วยที่บ้านอาการป่วยไม่รุนแรง คือ ไข้ไม่สูง ไม่อ่อนเพลียมาก และพอรับประทานอาหารได้ 
รับประทานยาลดไข้ เช่น พาราเซทามอล (ห้ามใช้ยาแอสไพริน) และยารักษาตามอาการ เช่น ยาแก้ไอ ยาละลายเสมหะ ยาลดน้ำมูก ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

หากติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ต้องรับประทานยาปฏิชีวนะให้หมดตามที่แพทย์สั่ง

เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำสะอาดอุ่นเล็กน้อยเป็นระยะ เช็ดแขนขาย้อนเข้าหาลำตัว เช็ดบริเวณหน้าผาก ซอกรักแร้ ขาหนีบข้อพับแขนขา และใช้ผ้าห่มปิดหน้าอกไว้ เพื่อไม่ให้หนาวเย็นจนเสี่ยงเกิดปอดบวม หากผู้ป่วยมีอาการหนาวสั่น ต้องหยุดเช็ดตัวและห่มผ้าให้อบอุ่นทันที

ดื่มน้ำสะอาดและน้ำผลไม้มาก ๆ งดดื่มน้ำเย็นจัด

รับประทานอาหารอ่อน ๆ รสไม่จัด เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ไข่ ผัก และผลไม้ให้พอเพียง

ทำจิตใจให้สบาย นอนพักผ่อนให้เพียงพอในห้องที่อากาศไม่เย็นเกินไป และ
อากาศถ่ายเทสะดวก
"อาการจะค่อย ๆ ทุเลา และหายป่วยภายใน 5 ถึง 7 วัน แต่...ห้ามออกกำลังกายหรือทำงานหนักเพราะอาการอาจทรุดลงได้!" ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
กรมควบคุมโรค