ไข้นกแก้ว คืออะไร
ไข้นกแก้ว เกิดจากอะไร
ไข้นกแก้ว ติดต่อกันได้อย่างไร
การสูดดม
การสัมผัสโดยตรง
การทำความสะอาด
ไข้นกแก้ว อาการเป็นอย่างไร
หลังจากได้รับเชื้อประมาณ 5-14 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ
-
มีไข้สูง หนาวสั่น
-
ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
-
ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและตามข้อ
-
ไอแห้ง ๆ เจ็บหน้าอก
-
ในรายที่รุนแรง อาจมีอาการปอดบวม ตับอักเสบ หรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ
ไข้นกแก้ว รักษาอย่างไร
การรักษาไข้นกแก้วจะให้ยาปฏิชีวนะในกลุ่มมาโครไลด์ (Macrolides) หรือเตตราไซคลิน (Tetracycline) โดยทั่วไปจะใช้เวลารักษาประมาณ 10-14 วัน เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
อย่างไรก็ตาม แม้โรคไข้นกแก้วจะสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่ความน่ากลัวอยู่ที่การวินิจฉัยที่ล่าช้าเนื่องจากอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายอย่างปอดอักเสบรุนแรงหรือภาวะหายใจล้มเหลว ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 20 แต่กรณีนี้มักพบในกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างผู้สูงวัย ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง หรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งร่างกายจะมีกลไกการต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียได้น้อยกว่าปกติ
ดังนั้น ถ้ามีอาการต้องสงสัยและมีประวัติใกล้ชิดสัตว์ปีกภายใน 1-2 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสสัตว์ให้แพทย์ทันที เพื่อการวินิจฉัยที่รวดเร็วและรักษาได้อย่างตรงจุด
ไข้นกแก้ว ป้องกันได้ไหม
สำหรับบุคคลทั่วไป
-
หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง : พยายามไม่เข้าใกล้ สัมผัสสัตว์ปีก หรือมูลนกโดยไม่จำเป็น หากต้องเข้าใกล้พื้นที่เสี่ยงควรสวมหน้ากากอนามัย N95 เสมอ
-
เว้นระยะห่างจากนก : ไม่ควรให้อาหารนกพิราบในระยะประชิด หรือคลุกคลีกับนกที่ดูป่วย รวมถึงนกที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
-
รักษาสุขอนามัย : สวมหน้ากากอนามัย N95 เมื่ออยู่ในแหล่งที่มีนกชุกชุม และล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งหลังสัมผัสสัตว์ปีกหรือสิ่งของในบริเวณนั้น
สำหรับผู้เลี้ยงนก
-
จัดการสภาพแวดล้อม : ตั้งกรงนกในบริเวณที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก หลีกเลี่ยงการเลี้ยงนกในพื้นที่ปิดหรือภายในห้องนอน
-
ลดพฤติกรรมเสี่ยง : งดการป้อนอาหารนกด้วยปาก หรือการใกล้ชิดในลักษณะที่อาจสัมผัสสารคัดหลั่งจากนกโดยตรง
-
ทำความสะอาดอย่างถูกวิธี :
-
หมั่นทำความสะอาดกรงนกเป็นประจำ โดยสวมหน้ากากอนามัย N95 และถุงมือทุกครั้ง
-
ห้ามกวาดมูลนกขณะแห้งสนิทเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของเชื้อ ควรฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำสบู่ให้มูลชื้นก่อนเช็ดทำความสะอาด โดยแนะนำให้ใช้น้ำยาฟอกขาวเจือจางในอัตราส่วน 1 : 32 หรือผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ
-
-
สังเกตอาการผิดปกติของนก : หากนกมีอาการซึม เบื่ออาหาร จาม หรือถ่ายเหลวเป็นสีเขียว/เหลือง ให้รีบคัดแยกนกออกจากกลุ่มและปรึกษาสัตวแพทย์ทันที
-
เฝ้าระวังสุขภาพตัวเอง : หากผู้เลี้ยงมีอาการไข้สูง หนาวสั่น หรือไอแห้ง ให้รีบพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการเลี้ยงนกหรือการสัมผัสสัตว์ปีกอย่างละเอียดเพื่อการวินิจฉัยที่รวดเร็ว
บทความที่เกี่ยวข้องกับนก
ขอบคุณข้อมูลจาก : คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สวพ.FM91, กรมควบคุมโรค, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, cdc.gov





