โฟลิก ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 พร้อมไขข้อสงสัย Folic ช่วยเรื่องอะไร บำรุงเลือดได้จริงไหม ?

          โฟลิก ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ทำไมถึงเป็นสารอาหารที่คนท้อง หรือมีร่างกายอ่อนเพลียหลายคนให้ความสนใจ มาเจาะลึกประโยชน์ของโฟลิกกัน
โฟลิค คืออะไร

          ทุกวันนี้สารอาหารบำรุงเลือด ไม่ได้มีแค่ธาตุเหล็กเท่านั้น แต่ยังมีกรดโฟลิกที่ถูกพูดถึงมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ หรือคนที่อยากดูแลสุขภาพ ร่างกายให้แข็งแรงจากภายใน อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจยังสงสัยว่า โฟลิกบำรุงเลือดได้จริงไหม มีประโยชน์ด้านไหนบ้าง และจำเป็นต้องกินเสริมหรือเปล่า วันนี้เราสรุปข้อมูลพร้อมรวบรวมลิสต์โฟลิกยี่ห้อต่าง ๆ มาเปรียบเทียบให้ทราบแล้ว เพื่อช่วยให้ตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายขึ้นค่ะ

โฟลิก คืออะไร ต่างกับโฟเลตหรือไม่

          หลายคนอาจจะสับสนระหว่างสองคำนี้ แต่จริง ๆ แล้วทั้งคู่คือ วิตามินบี 9 เหมือนกัน โดยแตกต่างกันในเรื่องที่มาค่ะ 

  • โฟเลต (Folate) คือวิตามินบี 9 ที่พบตามธรรมชาติในอาหาร เช่น ผักใบเขียว ถั่ว หรือผลไม้

  • โฟลิก (Folic acid) คือวิตามินบี 9 ในรูปแบบสังเคราะห์ ที่มักอยู่ในอาหารเสริมหรือการเติมลงในอาหารแปรรูป เช่น ในซีเรียล หรือแป้งที่เขียนว่า Fortified ข้อดีคือมีความคงตัวสูงและร่างกายดูดซึมได้ง่ายกว่าแบบธรรมชาติ

โฟเลตพบในอาหารชนิดไหนบ้าง

โฟลิค อาหาร

          อาหารที่มีโฟเลต (วิตามินบี 9) สูง พบได้ในหลายกลุ่ม เช่น

  • ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น เนื้อแดง ตับ ไต ไข่ นม

  • ผัก โดยเฉพาะผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ผักโขม บรอกโคลี กะหล่ำดอก รวมถึงหน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดหวาน ขึ้นฉ่าย พริก ฟักทอง และมะเขือเทศ

  • ธัญพืชและถั่ว เช่น ถั่วลันเตา ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วฝักยาว และเมล็ดทานตะวัน

  • ผลไม้ เช่น ส้ม อะโวคาโด ฝรั่ง แคนตาลูป และสตรอว์เบอร์รี

          อย่างไรก็ตาม โฟเลตในอาหารค่อนข้างสูญเสียได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อแช่น้ำหรือต้มเป็นเวลานาน ดังนั้น หากต้องการคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ แนะนำให้เลือกวิธีปรุงอย่างนึ่ง ย่าง หรือใช้ไมโครเวฟ แทน จะช่วยรักษาปริมาณวิตามินได้ดีกว่า

โฟลิกช่วยเรื่องอะไร บํารุงเลือดได้ไหม

โฟลิค บํารุงเลือด

          กรดโฟลิก (Folic acid) หรือวิตามินบี 9 เป็นสารอาหารสำคัญที่มีบทบาทต่อการทำงานของร่างกายในหลายระบบ โดยเฉพาะกระบวนการสร้างเซลล์และการพัฒนาเนื้อเยื่อ ประโยชน์ของโฟลิกที่สำคัญ ๆ อย่างเช่น

  • ช่วยให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงได้ตามปกติ จึงมีบทบาทในการป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดโฟเลต เท่ากับว่าการรับประทานอาหารที่มีโฟเลตหรือโฟลิกมีส่วนช่วยบำรุงเลือดได้

  • ช่วยในการสังเคราะห์สารพันธุกรรม (DNA และ RNA) ซึ่งจำเป็นต่อการแบ่งตัวและการเจริญเติบโตของเซลล์ หากขาดโฟลิกอาจส่งผลให้การสร้างเซลล์ผิดปกติ โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายต้องการการเจริญเติบโตสูง เช่น ระยะตั้งครรภ์

  • มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาท่อประสาทของทารกในครรภ์ ซึ่งจะพัฒนาไปเป็นสมองและไขสันหลัง จึงช่วยลดความเสี่ยงของความผิดปกติ เช่น ภาวะหลอดประสาทไม่ปิด (Neural tube defects)

  • สนับสนุนการสร้างสารสื่อประสาทบางชนิด และการทำงานของระบบประสาทโดยรวม 

  • ช่วยควบคุมระดับโฮโมซิสเทอีน (Homocysteine) ซึ่งหากมีระดับสูงอาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด

โฟลิก คนท้องกินได้ไหม

โฟลิค คนท้อง

          โฟลิกเป็นวิตามินที่คนท้องควรกินค่ะ โดยเฉพาะในช่วงก่อนตั้งครรภ์ 1-3 เดือน และระยะแรกของการตั้งครรภ์ (12 สัปดาห์แรก) เนื่องจากมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างเซลล์ เม็ดเลือด และการพัฒนาระบบประสาทของทารก โดยช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดโฟเลต และมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของความผิดปกติของทารกในครรภ์ อย่างภาวะหลอดประสาทไม่ปิด (Neural tube defects) ซึ่งเป็นความผิดปกติของสมองและไขสันหลังที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกของการตั้งครรภ์

          ดังนั้น ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์หรือกำลังตั้งครรภ์จึงควรได้รับโฟเลตในปริมาณที่เพียงพอ โดยทั่วไปแนะนำประมาณ 600 ไมโครกรัมต่อวัน ซึ่งมากกว่าคนทั่วไป  

          อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานโฟลิกนะคะ เพื่อให้ได้ปริมาณที่เหมาะสมและปลอดภัย โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาอื่นร่วมด้วย

โฟลิก เหมาะกับใครบ้าง

          กรดโฟลิกเป็นวิตามินพื้นฐานที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ จึงจำเป็นสำหรับคนหลายกลุ่ม ดังนี้  

  • ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์หรือกำลังตั้งครรภ์ เป็นกลุ่มที่สำคัญที่สุด เพราะโฟลิกเป็นหัวใจหลักในการสร้างระบบประสาทและสมองของทารก จึงช่วยลดความเสี่ยงความพิการแต่กำเนิด และช่วยในการแบ่งตัวของเซลล์ทารก

  • คนที่มีปัญหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ต้องการดูแลระบบภายในให้แข็งแรง 

  • คนที่มีภาวะซีดหรือโลหิตจางจากการขาดโฟเลต เพื่อให้โฟลิกช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงที่มีคุณภาพ

  • คนที่เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย 

  • วัยทำงานที่เผชิญความเครียดและพักผ่อนน้อย

  • ผู้สูงอายุ

  • คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ซึ่งมักขาดวิตามินบี 9 โดยไม่รู้ตัว

ปริมาณโฟเลตที่ควรได้รับต่อวัน

          กระทรวงสาธารณสุขแนะนำปริมาณโฟเลตที่เหมาะสมในแต่ละวันตามช่วงอายุ ดังนี้

  • เด็กอายุ 1-3 ขวบ : 150 ไมโครกรัม/วัน
  • เด็กอายุ 4-8 ขวบ : 200 ไมโครกรัม/วัน
  • เด็กอายุ 9-12 ปี : 300 ไมโครกรัม/วัน
  • ผู้ใหญ่อายุ 13 ปีขึ้นไป : 400 ไมโครกรัม/วัน
  • หญิงตั้งครรภ์ : 600 ไมโครกรัม/วัน
  • หญิงให้นมบุตร : 500 ไมโครกรัม/วัน

          อย่างไรก็ตาม หากร่างกายได้รับโฟเลตไม่เพียงพอในแต่ละวัน อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง และมีอาการต่าง ๆ เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ ลิ้นอักเสบ เบื่ออาหาร ท้องเสีย รวมถึงอาจมีปัญหาด้านความจำหรือสมาธิในบางราย ดังนั้น บางคนจึงเลือกรับประทานโฟเลตในรูปแบบอาหารเสริมเพิ่มเติม

วิธีเลือกซื้ออาหารเสริมโฟลิก

          การเลือกซื้อโฟลิกไม่ใช่แค่ดูที่ราคาสบายกระเป๋า แต่ต้องดูให้ลึกถึงรูปแบบและความต้องการของร่างกายด้วย

  • เลือกรูปแบบของโฟลิกให้เหมาะกับตัวเอง : โฟลิกในอาหารเสริมมีหลายรูปแบบ แต่ที่พบบ่อยคือ

    • Folic Acid : รูปแบบสังเคราะห์ที่ใช้ในอาหารเสริมทั่วไป ราคาย่อมเยา แต่ต้องผ่านกระบวนการเปลี่ยนรูปในร่างกายก่อนจึงจะนำไปใช้ได้ เหมาะกับคนที่สุขภาพปกติ

    • Methylfolate หรือ 5-MTHF : เป็นรูปแบบ Active ที่ร่างกายนำไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอตับเปลี่ยนรูป เหมาะสำหรับคนที่ต้องการการดูดซึมที่รวดเร็ว หรือมีปัญหาด้านพันธุกรรมในการเปลี่ยนรูปวิตามิน แต่ราคามักจะสูงกว่าแบบแรก

  • เช็กปริมาณต่อเม็ด : ควรเลือกปริมาณให้เหมาะกับความต้องการ

    • สูตรเดี่ยว (โฟลิกล้วน) : มักให้ความเข้มข้นสูง ประมาณ 200-500 ไมโครกรัมต่อเม็ด เหมาะสำหรับว่าที่คุณแม่มือใหม่หรือผู้ที่ต้องการเสริมโฟลิกเน้น ๆ ตามคำแนะนำแพทย์ สามารถควบคุมปริมาณได้ง่าย

    • สูตรวิตามินรวม : มักมีโฟลิกผสมอยู่ประมาณ 100-200 ไมโครกรัมต่อเม็ด เหมาะสำหรับคนทั่วไปที่อยากดูแลสุขภาพองค์รวม และได้สารอาหารอื่น ๆ ไปพร้อมกัน

  • พิจารณาสารอาหารอื่น ๆ ร่วมด้วย : บางสูตรมีส่วนผสมของวิตามิน-แร่ธาตุหรือสารสกัดอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย เช่น 

    • วิตามินบี 12 เหมาะกับการรับประทานร่วมกับโฟลิก เพราะทำงานร่วมกันในการสร้างเม็ดเลือดแดงให้สมบูรณ์ และช่วยป้องกันไม่ให้โฟลิกไปกลบอาการขาดบี 12 ในร่างกาย

    • สูตรที่มีส่วนผสมของธาตุเหล็ก สังกะสี หรือสมุนไพร อาจไม่ได้เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะคนที่ได้รับสารอาหารเหล่านี้จากแหล่งอื่นอยู่แล้ว ต้องระวังไม่ให้ปริมาณแร่ธาตุเกินขนาดที่ร่างกายต้องการ

  • อ่านคำเตือนและคำเตือนให้ละเอียด : ไม่ใช่โฟลิกทุกยี่ห้อที่คนท้องรับประทานได้ เพราะบางสูตรอาจมีการผสมวิตามิน แร่ธาตุ หรือสารสกัดอื่น ๆ ที่ไม่แนะนำสำหรับสตรีมีครรภ์ เด็ก หรือผู้ป่วยบางโรค ดังนั้นก่อนซื้อควรเช็กข้อห้ามบนฉลากเสมอ 

  • เปรียบเทียบความคุ้มค่าจากราคาและวิธีรับประทาน : ควรเทียบปริมาณเม็ดที่ต้องกินต่อวัน เช่น ขวด 90 เม็ด แต่ต้องกินวันละ 2 เม็ด (กินได้ 45 วัน) อาจแพงกว่าขวด 60 เม็ดที่กินวันละ 1 เม็ด (กินได้ 60 วัน)  

  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน : มีเลขจดแจ้ง อย. ชัดเจน ผลิตภายใต้มาตรฐานระดับสากล เช่น GMP หรือ HACCP

  • เลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ร้านขายยาที่มีเภสัชกรให้คำแนะนำ หรือ Official Store ของแบรนด์โดยตรง

ทีนี้เรามาดูกันว่า โฟลิก ยี่ห้อไหนดี ที่เหมาะกับคนต้องการดูแลสุขภาพค่ะ

โฟลิก ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

1. โฟลิก Blackmores Bio Folic

โฟลิก Blackmores Bio Folic

ภาพจาก : blackmores

          "แบลคมอร์ส ไบโอ โฟลิค" อาหารเสริมแบรนด์ดังจากออสเตรเลีย ขวดนี้ให้กรดโฟลิก 500 ไมโครกรัมต่อเม็ด มีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันตามปกติ เหมาะสำหรับผู้ที่ได้รับโฟลิกไม่เพียงพอ รวมถึงผู้หญิงที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ โดยสามารถเริ่มรับประทานได้ล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน และรับประทานต่อเนื่องในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด พร้อมอาหารหรือรับประทานตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

  • ปริมาณ : 1 ขวด บรรจุ 90 แคปซูล

  • ราคาปกติ : 399 บาท
     

พิกัดช้อป Blackmores Bio Folic

2. Swisse Ultivite Multivitamin With Folic Acid

Swisse Ultivite Multivitamin With Folic Acid

ภาพจาก : Swisse_Thailand

          สำหรับใครที่มองหามัลติวิตามินที่มีกรดโฟลิกรวมอยู่ด้วย Swisse Ultivite Multivitamin With Folic Acid เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะอัดแน่นด้วยสารอาหารสำคัญกว่า 30 ชนิด เช่น แคลเซียม วิตามินดี วิตามินซี ไบโอติน สังกะสี และธาตุเหล็ก โดยมีโฟลิกประมาณ 100 ไมโครกรัมต่อเม็ด นอกจากนี้ยังมีสารสกัดจากธรรมชาติที่ออกแบบมาเพื่อดูแลสุขภาพผู้หญิงโดยเฉพาะ เช่น คาโมมายล์ เกรปซีด โสมไซบีเรีย กรีนที และจิงเจอร์ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูแลร่างกายโดยรวม ทั้งนี้ ไม่แนะนำให้เด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้ที่มีภาวะนิ่วรับประทานนะคะ

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด หลังอาหาร

  • ปริมาณ : 1 ขวด บรรจุ 30 เม็ด

  • ราคาปกติ : 650 บาท
     

พิกัดช้อป Swisse Ultivite Multivitamin With Folic Acid

3. LIVMORE Methyl Folate

โฟลิก LIVMORE Methyl Folate

ภาพจาก : Livmore_thailand

          “ลิฟมอร์ เมทิล โฟเลต (InnoLife Solution)” เป็นวิตามินบี 9 ในรูปแบบพร้อมใช้ (Active Form) ชนิด Metafolin® Methylfolate นำเข้าจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้ทันที แตกต่างจากกรดโฟลิกทั่วไปที่ต้องผ่านกระบวนการเปลี่ยนรูปก่อน เหมาะสำหรับคนที่มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ต้องการดูแลระบบเลือด สมอง และระบบประสาท รวมถึงผู้ที่มียีน MTHFR บกพร่องและต้องการเสริมโฟเลตในรูปแบบที่ร่างกายนำไปใช้ได้ทันที โดย 1 แคปซูล ให้โฟเลต 200 ไมโครกรัมค่ะ 

  • วิธีรับประทาน : วันละ 2 แคปซูล ก่อนอาหารเช้าและอาหารเย็น  

  • ปริมาณ : 1 ขวด บรรจุ 90 แคปซูล

  • ราคาปกติ : 1,100 บาท
     

พิกัดช้อป LIVMORE Methyl Folate

4. Folic Vitamin+

Folic Vitamin+

ภาพจาก : Vitamin plus

          โฟลิกจากแบรนด์ Vitamin+ ให้กรดโฟลิก 0.2083 มิลลิกรัม (208.3 ไมโครกรัม) เสริมด้วยซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต 37.5 มิลลิกรัม และวิตามินบี 12 ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบเลือด อย่างไรก็ตาม บนฉลากระบุว่า เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทานนะคะ  

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล หลังมื้ออาหาร

  • ปริมาณ : 1 ขวด บรรจุ 30 แคปซูล

  • ราคาปกติ : 240 บาท
     

พิกัดช้อป Folic Vitamin+

5. Nutriall Folic plus Calcium

Nutriall Folic plus Calcium

ภาพจาก : Nutriall นิวทริออล

          "นิวทริออล โฟลิก พลัส แคลเซียม" เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ให้กรดโฟลิก 0.1041 มิลลิกรัมต่อเม็ด (104.1 ไมโครกรัม) เสริมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต 300 มิลลิกรัม โดยจากฉลากก็แนะนำให้รับประทานวันละ 2 เม็ด เพื่อให้ร่างกายได้รับโฟลิกอย่างเพียงพอ

  • วิธีรับประทาน : วันละ 2 แคปซูล หลังมื้ออาหาร

  • ปริมาณ : 1 ขวด บรรจุ 30 แคปซูล

  • ราคาปกติ : 160 บาท
     

พิกัดช้อป Nutriall Folic plus Calcium

6. Giffarine Nutri Folic

โฟลิก Giffarine Nutri Folic

ภาพจาก : Giffarine_OfficialShop

          “กิฟฟารีน นูทริ โฟลิค” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ให้กรดโฟลิก 200 ไมโครกรัมต่อเม็ด โดยใช้วัตถุดิบนำเข้าจาก DSM ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เสริมด้วยวิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 6 และวิตามินบี 12 ที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบสมองและระบบประสาท ผลิตภายใต้มาตรฐาน GMP และได้รับการรับรองฮาลาล

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 -2 แคปซูล พร้อมอาหาร

  • ปริมาณ : 1 ขวด บรรจุ 60 แคปซูล

  • ราคาปกติ : 180 บาท
     

พิกัดช้อป Giffarine Nutri Folic

โฟลิกควรกินตอนไหน

          การรับประทานโฟลิกในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการดูแลสุขภาพพื้นฐาน มักแนะนำให้รับประทาน วันละ 1 ครั้ง หลังอาหารมื้อใดก็ได้ค่ะ แต่นิยมเป็นมื้อเช้า เพราะในช่วงเช้าระบบเผาผลาญและดูดซึมของร่างกายจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และการรับประทานหลังอาหารจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารไปใช้พร้อมกับมื้อหลัก อีกทั้งช่วยลดอาการคลื่นไส้หรือระคายเคืองกระเพาะอาหารในบางรายได้ด้วย ทั้งนี้ปริมาณอาจปรับเปลี่ยนเป็น 1-2 ครั้ง ตามความเข้มข้นของแต่ละยี่ห้อ จึงควรสังเกตคำแนะนำบนฉลากเป็นหลัก

          อย่างไรก็ตาม ในกรณีเฉพาะทาง เช่น ใช้โฟลิกเพื่อรักษาภาวะโลหิตจางจากการขาดโฟเลต หรือเพื่อดูแลสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ ปริมาณและช่วงเวลาในการรับประทานอาจแตกต่างกัน จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด

ใครไม่ควรรับประทานโฟลิก

          แม้ว่าโฟลิกจะเป็นวิตามินที่มีประโยชน์ แต่ก็มีกลุ่มเฉพาะที่ควรระวัง หรือหลีกเลี่ยงการซื้อมากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ดังนี้

  • คนที่มีประวัติแพ้กรดโฟลิก

  • คนที่มีภาวะขาดวิตามินบี 12 เนื่องจากการกินโฟลิกในปริมาณสูงสามารถกลบอาการขาดวิตามินบี 12 ได้ ทำให้ตรวจไม่เจอความผิดปกติ  

  • ผู้ป่วยโรคมะเร็งบางชนิด เพราะโฟลิกมีหน้าที่ช่วยในการแบ่งตัวของเซลล์ อาจไปส่งผลต่อการเติบโตของเซลล์เนื้องอกหรือเซลล์มะเร็งได้ 

  • ผู้ป่วยโรคไตที่ต้องฟอกเลือด

  • คนที่รับประทานยารักษาโรคลมชักหรือยามะเร็งบางตัว เพราะโฟลิกอาจไปลดประสิทธิภาพของยาบางชนิด ทำให้คุมโรคได้ยากขึ้น

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ โดยเฉพาะผู้ที่เคยรับการผ่าตัดใส่สายสวนหัวใจ ใส่ขดลวด หรือทำบอลลูน

ข้อควรระวังในการรับประทานโฟลิก

โฟลิกควรกินตอนไหน

  • ในบางรายอาจมีอาการไม่สบายท้อง เช่น ท้องอืด คลื่นไส้ หรืออาเจียน หลังรับประทาน 

  • ไม่ควรรับประทานพร้อมยาลดกรดที่มีอะลูมิเนียมหรือแมกนีเซียม เพราะอาจรบกวนการดูดซึม ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

  • ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ หากกำลังรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาเมโธเทรกเซต (methotrexate) ยารักษาโรคลมชัก ยาปฏิชีวนะบางชนิด ยาลดคอเลสเตอรอล ผลิตภัณฑ์ที่มีสังกะสี เช่น ยาอมแก้เจ็บคอหรือยาแก้หวัด

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานร่วมกับอาหารเสริมหรือสมุนไพรหลายชนิดพร้อมกันโดยไม่จำเป็น เพื่อลดความเสี่ยงของการได้รับสารอาหารซ้ำซ้อน

  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์ทุกครั้งว่า สามารถรับประทานได้หรือไม่ เนื่องจากโฟลิกบางชนิดอาจอยู่ในรูปแบบวิตามินรวมที่มีส่วนผสมอื่นซึ่งไม่เหมาะสมในช่วงนี้ และควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้เพื่อความปลอดภัย

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือใช้ยาต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

  • ไม่ควรรับประทานเกินขนาด เพราะการได้รับโฟลิกในปริมาณสูงต่อเนื่อง อาจบดบังอาการขาดวิตามินบี 12 ทำให้ตรวจพบความผิดปกติได้ช้าลง

  • หากรับประทานต่อเนื่องแล้วมีอาการท้องอืด รสชาติในปากผิดปกติ หรือนอนไม่หลับ อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายได้รับปริมาณที่มากเกินความจำเป็น 

  • หากมีอาการแพ้ เช่น ผื่น ลมพิษ บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก แน่นหน้าอก หรือหายใจลำบาก ควรหยุดใช้และรีบพบแพทย์ทันที

  • โฟลิกเป็นเพียงอาหารเสริม ไม่สามารถใช้รักษาหรือป้องกันโรคได้ ควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย ครบ 5 หมู่ เพื่อสุขภาพที่ดี

          สำหรับคนที่ได้รับโฟเลตจากอาหารไม่เพียงพอในแต่ละวัน การเสริมโฟลิกถือเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มได้ อย่างไรก็ตาม ควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้องกับอาหารเสริม

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
โฟลิก ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 พร้อมไขข้อสงสัย Folic ช่วยเรื่องอะไร บำรุงเลือดได้จริงไหม ? โพสต์เมื่อ 24 เมษายน 2569 เวลา 12:50:32 3,761 อ่าน
TOP
x close