โฟลิก คืออะไร ต่างกับโฟเลตหรือไม่
หลายคนอาจจะสับสนระหว่างสองคำนี้ แต่จริง ๆ แล้วทั้งคู่คือ วิตามินบี 9 เหมือนกัน โดยแตกต่างกันในเรื่องที่มาค่ะ
-
โฟเลต (Folate) คือวิตามินบี 9 ที่พบตามธรรมชาติในอาหาร เช่น ผักใบเขียว ถั่ว หรือผลไม้
-
โฟลิก (Folic acid) คือวิตามินบี 9 ในรูปแบบสังเคราะห์ ที่มักอยู่ในอาหารเสริมหรือการเติมลงในอาหารแปรรูป เช่น ในซีเรียล หรือแป้งที่เขียนว่า Fortified ข้อดีคือมีความคงตัวสูงและร่างกายดูดซึมได้ง่ายกว่าแบบธรรมชาติ
โฟเลตพบในอาหารชนิดไหนบ้าง
อาหารที่มีโฟเลต (วิตามินบี 9) สูง พบได้ในหลายกลุ่ม เช่น
-
ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น เนื้อแดง ตับ ไต ไข่ นม
-
ผัก โดยเฉพาะผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ผักโขม บรอกโคลี กะหล่ำดอก รวมถึงหน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดหวาน ขึ้นฉ่าย พริก ฟักทอง และมะเขือเทศ
-
ธัญพืชและถั่ว เช่น ถั่วลันเตา ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วฝักยาว และเมล็ดทานตะวัน
-
ผลไม้ เช่น ส้ม อะโวคาโด ฝรั่ง แคนตาลูป และสตรอว์เบอร์รี
อย่างไรก็ตาม โฟเลตในอาหารค่อนข้างสูญเสียได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อแช่น้ำหรือต้มเป็นเวลานาน ดังนั้น หากต้องการคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ แนะนำให้เลือกวิธีปรุงอย่างนึ่ง ย่าง หรือใช้ไมโครเวฟ แทน จะช่วยรักษาปริมาณวิตามินได้ดีกว่า
โฟลิกช่วยเรื่องอะไร บํารุงเลือดได้ไหม
กรดโฟลิก (Folic acid) หรือวิตามินบี 9 เป็นสารอาหารสำคัญที่มีบทบาทต่อการทำงานของร่างกายในหลายระบบ โดยเฉพาะกระบวนการสร้างเซลล์และการพัฒนาเนื้อเยื่อ ประโยชน์ของโฟลิกที่สำคัญ ๆ อย่างเช่น
-
ช่วยให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงได้ตามปกติ จึงมีบทบาทในการป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดโฟเลต เท่ากับว่าการรับประทานอาหารที่มีโฟเลตหรือโฟลิกมีส่วนช่วยบำรุงเลือดได้
-
ช่วยในการสังเคราะห์สารพันธุกรรม (DNA และ RNA) ซึ่งจำเป็นต่อการแบ่งตัวและการเจริญเติบโตของเซลล์ หากขาดโฟลิกอาจส่งผลให้การสร้างเซลล์ผิดปกติ โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายต้องการการเจริญเติบโตสูง เช่น ระยะตั้งครรภ์
-
มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาท่อประสาทของทารกในครรภ์ ซึ่งจะพัฒนาไปเป็นสมองและไขสันหลัง จึงช่วยลดความเสี่ยงของความผิดปกติ เช่น ภาวะหลอดประสาทไม่ปิด (Neural tube defects)
-
สนับสนุนการสร้างสารสื่อประสาทบางชนิด และการทำงานของระบบประสาทโดยรวม
-
ช่วยควบคุมระดับโฮโมซิสเทอีน (Homocysteine) ซึ่งหากมีระดับสูงอาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด
โฟลิก คนท้องกินได้ไหม
โฟลิกเป็นวิตามินที่คนท้องควรกินค่ะ โดยเฉพาะในช่วงก่อนตั้งครรภ์ 1-3 เดือน และระยะแรกของการตั้งครรภ์ (12 สัปดาห์แรก) เนื่องจากมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างเซลล์ เม็ดเลือด และการพัฒนาระบบประสาทของทารก โดยช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดโฟเลต และมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของความผิดปกติของทารกในครรภ์ อย่างภาวะหลอดประสาทไม่ปิด (Neural tube defects) ซึ่งเป็นความผิดปกติของสมองและไขสันหลังที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกของการตั้งครรภ์
ดังนั้น ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์หรือกำลังตั้งครรภ์จึงควรได้รับโฟเลตในปริมาณที่เพียงพอ โดยทั่วไปแนะนำประมาณ 600 ไมโครกรัมต่อวัน ซึ่งมากกว่าคนทั่วไป
อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานโฟลิกนะคะ เพื่อให้ได้ปริมาณที่เหมาะสมและปลอดภัย โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาอื่นร่วมด้วย
โฟลิก เหมาะกับใครบ้าง
กรดโฟลิกเป็นวิตามินพื้นฐานที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ จึงจำเป็นสำหรับคนหลายกลุ่ม ดังนี้
-
ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์หรือกำลังตั้งครรภ์ เป็นกลุ่มที่สำคัญที่สุด เพราะโฟลิกเป็นหัวใจหลักในการสร้างระบบประสาทและสมองของทารก จึงช่วยลดความเสี่ยงความพิการแต่กำเนิด และช่วยในการแบ่งตัวของเซลล์ทารก
-
คนที่มีปัญหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ต้องการดูแลระบบภายในให้แข็งแรง
-
คนที่มีภาวะซีดหรือโลหิตจางจากการขาดโฟเลต เพื่อให้โฟลิกช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงที่มีคุณภาพ
-
คนที่เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
-
วัยทำงานที่เผชิญความเครียดและพักผ่อนน้อย
-
ผู้สูงอายุ
-
คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ซึ่งมักขาดวิตามินบี 9 โดยไม่รู้ตัว
ปริมาณโฟเลตที่ควรได้รับต่อวัน
กระทรวงสาธารณสุขแนะนำปริมาณโฟเลตที่เหมาะสมในแต่ละวันตามช่วงอายุ ดังนี้
- เด็กอายุ 1-3 ขวบ : 150 ไมโครกรัม/วัน
- เด็กอายุ 4-8 ขวบ : 200 ไมโครกรัม/วัน
- เด็กอายุ 9-12 ปี : 300 ไมโครกรัม/วัน
- ผู้ใหญ่อายุ 13 ปีขึ้นไป : 400 ไมโครกรัม/วัน
- หญิงตั้งครรภ์ : 600 ไมโครกรัม/วัน
- หญิงให้นมบุตร : 500 ไมโครกรัม/วัน
อย่างไรก็ตาม หากร่างกายได้รับโฟเลตไม่เพียงพอในแต่ละวัน อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง และมีอาการต่าง ๆ เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ ลิ้นอักเสบ เบื่ออาหาร ท้องเสีย รวมถึงอาจมีปัญหาด้านความจำหรือสมาธิในบางราย ดังนั้น บางคนจึงเลือกรับประทานโฟเลตในรูปแบบอาหารเสริมเพิ่มเติม
วิธีเลือกซื้ออาหารเสริมโฟลิก
การเลือกซื้อโฟลิกไม่ใช่แค่ดูที่ราคาสบายกระเป๋า แต่ต้องดูให้ลึกถึงรูปแบบและความต้องการของร่างกายด้วย
-
เลือกรูปแบบของโฟลิกให้เหมาะกับตัวเอง : โฟลิกในอาหารเสริมมีหลายรูปแบบ แต่ที่พบบ่อยคือ
-
Folic Acid : รูปแบบสังเคราะห์ที่ใช้ในอาหารเสริมทั่วไป ราคาย่อมเยา แต่ต้องผ่านกระบวนการเปลี่ยนรูปในร่างกายก่อนจึงจะนำไปใช้ได้ เหมาะกับคนที่สุขภาพปกติ
-
Methylfolate หรือ 5-MTHF : เป็นรูปแบบ Active ที่ร่างกายนำไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอตับเปลี่ยนรูป เหมาะสำหรับคนที่ต้องการการดูดซึมที่รวดเร็ว หรือมีปัญหาด้านพันธุกรรมในการเปลี่ยนรูปวิตามิน แต่ราคามักจะสูงกว่าแบบแรก
-
-
เช็กปริมาณต่อเม็ด : ควรเลือกปริมาณให้เหมาะกับความต้องการ
-
สูตรเดี่ยว (โฟลิกล้วน) : มักให้ความเข้มข้นสูง ประมาณ 200-500 ไมโครกรัมต่อเม็ด เหมาะสำหรับว่าที่คุณแม่มือใหม่หรือผู้ที่ต้องการเสริมโฟลิกเน้น ๆ ตามคำแนะนำแพทย์ สามารถควบคุมปริมาณได้ง่าย
-
สูตรวิตามินรวม : มักมีโฟลิกผสมอยู่ประมาณ 100-200 ไมโครกรัมต่อเม็ด เหมาะสำหรับคนทั่วไปที่อยากดูแลสุขภาพองค์รวม และได้สารอาหารอื่น ๆ ไปพร้อมกัน
-
-
พิจารณาสารอาหารอื่น ๆ ร่วมด้วย : บางสูตรมีส่วนผสมของวิตามิน-แร่ธาตุหรือสารสกัดอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย เช่น
-
วิตามินบี 12 เหมาะกับการรับประทานร่วมกับโฟลิก เพราะทำงานร่วมกันในการสร้างเม็ดเลือดแดงให้สมบูรณ์ และช่วยป้องกันไม่ให้โฟลิกไปกลบอาการขาดบี 12 ในร่างกาย
-
สูตรที่มีส่วนผสมของธาตุเหล็ก สังกะสี หรือสมุนไพร อาจไม่ได้เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะคนที่ได้รับสารอาหารเหล่านี้จากแหล่งอื่นอยู่แล้ว ต้องระวังไม่ให้ปริมาณแร่ธาตุเกินขนาดที่ร่างกายต้องการ
-
-
อ่านคำเตือนและคำเตือนให้ละเอียด : ไม่ใช่โฟลิกทุกยี่ห้อที่คนท้องรับประทานได้ เพราะบางสูตรอาจมีการผสมวิตามิน แร่ธาตุ หรือสารสกัดอื่น ๆ ที่ไม่แนะนำสำหรับสตรีมีครรภ์ เด็ก หรือผู้ป่วยบางโรค ดังนั้นก่อนซื้อควรเช็กข้อห้ามบนฉลากเสมอ
-
เปรียบเทียบความคุ้มค่าจากราคาและวิธีรับประทาน : ควรเทียบปริมาณเม็ดที่ต้องกินต่อวัน เช่น ขวด 90 เม็ด แต่ต้องกินวันละ 2 เม็ด (กินได้ 45 วัน) อาจแพงกว่าขวด 60 เม็ดที่กินวันละ 1 เม็ด (กินได้ 60 วัน)
-
เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน : มีเลขจดแจ้ง อย. ชัดเจน ผลิตภายใต้มาตรฐานระดับสากล เช่น GMP หรือ HACCP
-
เลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ร้านขายยาที่มีเภสัชกรให้คำแนะนำ หรือ Official Store ของแบรนด์โดยตรง
ทีนี้เรามาดูกันว่า โฟลิก ยี่ห้อไหนดี ที่เหมาะกับคนต้องการดูแลสุขภาพค่ะ
โฟลิก ยี่ห้อไหนดี ปี 2026
1. โฟลิก Blackmores Bio Folic
ภาพจาก : blackmores
"แบลคมอร์ส ไบโอ โฟลิค" อาหารเสริมแบรนด์ดังจากออสเตรเลีย ขวดนี้ให้กรดโฟลิก 500 ไมโครกรัมต่อเม็ด มีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันตามปกติ เหมาะสำหรับผู้ที่ได้รับโฟลิกไม่เพียงพอ รวมถึงผู้หญิงที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ โดยสามารถเริ่มรับประทานได้ล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน และรับประทานต่อเนื่องในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์
-
วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด พร้อมอาหารหรือรับประทานตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
-
ปริมาณ : 1 ขวด บรรจุ 90 แคปซูล
-
ราคาปกติ : 399 บาท
2. Swisse Ultivite Multivitamin With Folic Acid
ภาพจาก : Swisse_Thailand
สำหรับใครที่มองหามัลติวิตามินที่มีกรดโฟลิกรวมอยู่ด้วย Swisse Ultivite Multivitamin With Folic Acid เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะอัดแน่นด้วยสารอาหารสำคัญกว่า 30 ชนิด เช่น แคลเซียม วิตามินดี วิตามินซี ไบโอติน สังกะสี และธาตุเหล็ก โดยมีโฟลิกประมาณ 100 ไมโครกรัมต่อเม็ด นอกจากนี้ยังมีสารสกัดจากธรรมชาติที่ออกแบบมาเพื่อดูแลสุขภาพผู้หญิงโดยเฉพาะ เช่น คาโมมายล์ เกรปซีด โสมไซบีเรีย กรีนที และจิงเจอร์ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูแลร่างกายโดยรวม ทั้งนี้ ไม่แนะนำให้เด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้ที่มีภาวะนิ่วรับประทานนะคะ
-
วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด หลังอาหาร
-
ปริมาณ : 1 ขวด บรรจุ 30 เม็ด
-
ราคาปกติ : 650 บาท
3. LIVMORE Methyl Folate
ภาพจาก : Livmore_thailand
“ลิฟมอร์ เมทิล โฟเลต (InnoLife Solution)” เป็นวิตามินบี 9 ในรูปแบบพร้อมใช้ (Active Form) ชนิด Metafolin® Methylfolate นำเข้าจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้ทันที แตกต่างจากกรดโฟลิกทั่วไปที่ต้องผ่านกระบวนการเปลี่ยนรูปก่อน เหมาะสำหรับคนที่มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ต้องการดูแลระบบเลือด สมอง และระบบประสาท รวมถึงผู้ที่มียีน MTHFR บกพร่องและต้องการเสริมโฟเลตในรูปแบบที่ร่างกายนำไปใช้ได้ทันที โดย 1 แคปซูล ให้โฟเลต 200 ไมโครกรัมค่ะ
-
วิธีรับประทาน : วันละ 2 แคปซูล ก่อนอาหารเช้าและอาหารเย็น
-
ปริมาณ : 1 ขวด บรรจุ 90 แคปซูล
-
ราคาปกติ : 1,100 บาท
4. Folic Vitamin+
ภาพจาก : Vitamin plus
โฟลิกจากแบรนด์ Vitamin+ ให้กรดโฟลิก 0.2083 มิลลิกรัม (208.3 ไมโครกรัม) เสริมด้วยซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต 37.5 มิลลิกรัม และวิตามินบี 12 ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบเลือด อย่างไรก็ตาม บนฉลากระบุว่า เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทานนะคะ
-
วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล หลังมื้ออาหาร
-
ปริมาณ : 1 ขวด บรรจุ 30 แคปซูล
-
ราคาปกติ : 240 บาท
5. Nutriall Folic plus Calcium
ภาพจาก : Nutriall นิวทริออล
"นิวทริออล โฟลิก พลัส แคลเซียม" เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ให้กรดโฟลิก 0.1041 มิลลิกรัมต่อเม็ด (104.1 ไมโครกรัม) เสริมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต 300 มิลลิกรัม โดยจากฉลากก็แนะนำให้รับประทานวันละ 2 เม็ด เพื่อให้ร่างกายได้รับโฟลิกอย่างเพียงพอ
-
วิธีรับประทาน : วันละ 2 แคปซูล หลังมื้ออาหาร
-
ปริมาณ : 1 ขวด บรรจุ 30 แคปซูล
-
ราคาปกติ : 160 บาท
6. Giffarine Nutri Folic
ภาพจาก : Giffarine_OfficialShop
“กิฟฟารีน นูทริ โฟลิค” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ให้กรดโฟลิก 200 ไมโครกรัมต่อเม็ด โดยใช้วัตถุดิบนำเข้าจาก DSM ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เสริมด้วยวิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 6 และวิตามินบี 12 ที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบสมองและระบบประสาท ผลิตภายใต้มาตรฐาน GMP และได้รับการรับรองฮาลาล
-
วิธีรับประทาน : วันละ 1 -2 แคปซูล พร้อมอาหาร
-
ปริมาณ : 1 ขวด บรรจุ 60 แคปซูล
-
ราคาปกติ : 180 บาท
โฟลิกควรกินตอนไหน
การรับประทานโฟลิกในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการดูแลสุขภาพพื้นฐาน มักแนะนำให้รับประทาน วันละ 1 ครั้ง หลังอาหารมื้อใดก็ได้ค่ะ แต่นิยมเป็นมื้อเช้า เพราะในช่วงเช้าระบบเผาผลาญและดูดซึมของร่างกายจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และการรับประทานหลังอาหารจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารไปใช้พร้อมกับมื้อหลัก อีกทั้งช่วยลดอาการคลื่นไส้หรือระคายเคืองกระเพาะอาหารในบางรายได้ด้วย ทั้งนี้ปริมาณอาจปรับเปลี่ยนเป็น 1-2 ครั้ง ตามความเข้มข้นของแต่ละยี่ห้อ จึงควรสังเกตคำแนะนำบนฉลากเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ในกรณีเฉพาะทาง เช่น ใช้โฟลิกเพื่อรักษาภาวะโลหิตจางจากการขาดโฟเลต หรือเพื่อดูแลสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ ปริมาณและช่วงเวลาในการรับประทานอาจแตกต่างกัน จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด
ใครไม่ควรรับประทานโฟลิก
แม้ว่าโฟลิกจะเป็นวิตามินที่มีประโยชน์ แต่ก็มีกลุ่มเฉพาะที่ควรระวัง หรือหลีกเลี่ยงการซื้อมากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ดังนี้
-
คนที่มีประวัติแพ้กรดโฟลิก
-
คนที่มีภาวะขาดวิตามินบี 12 เนื่องจากการกินโฟลิกในปริมาณสูงสามารถกลบอาการขาดวิตามินบี 12 ได้ ทำให้ตรวจไม่เจอความผิดปกติ
-
ผู้ป่วยโรคมะเร็งบางชนิด เพราะโฟลิกมีหน้าที่ช่วยในการแบ่งตัวของเซลล์ อาจไปส่งผลต่อการเติบโตของเซลล์เนื้องอกหรือเซลล์มะเร็งได้
-
ผู้ป่วยโรคไตที่ต้องฟอกเลือด
-
คนที่รับประทานยารักษาโรคลมชักหรือยามะเร็งบางตัว เพราะโฟลิกอาจไปลดประสิทธิภาพของยาบางชนิด ทำให้คุมโรคได้ยากขึ้น
-
ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ โดยเฉพาะผู้ที่เคยรับการผ่าตัดใส่สายสวนหัวใจ ใส่ขดลวด หรือทำบอลลูน
ข้อควรระวังในการรับประทานโฟลิก
-
ในบางรายอาจมีอาการไม่สบายท้อง เช่น ท้องอืด คลื่นไส้ หรืออาเจียน หลังรับประทาน
-
ไม่ควรรับประทานพร้อมยาลดกรดที่มีอะลูมิเนียมหรือแมกนีเซียม เพราะอาจรบกวนการดูดซึม ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
-
ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ หากกำลังรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาเมโธเทรกเซต (methotrexate) ยารักษาโรคลมชัก ยาปฏิชีวนะบางชนิด ยาลดคอเลสเตอรอล ผลิตภัณฑ์ที่มีสังกะสี เช่น ยาอมแก้เจ็บคอหรือยาแก้หวัด
-
หลีกเลี่ยงการรับประทานร่วมกับอาหารเสริมหรือสมุนไพรหลายชนิดพร้อมกันโดยไม่จำเป็น เพื่อลดความเสี่ยงของการได้รับสารอาหารซ้ำซ้อน
-
สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์ทุกครั้งว่า สามารถรับประทานได้หรือไม่ เนื่องจากโฟลิกบางชนิดอาจอยู่ในรูปแบบวิตามินรวมที่มีส่วนผสมอื่นซึ่งไม่เหมาะสมในช่วงนี้ และควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้เพื่อความปลอดภัย
-
ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือใช้ยาต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
-
ไม่ควรรับประทานเกินขนาด เพราะการได้รับโฟลิกในปริมาณสูงต่อเนื่อง อาจบดบังอาการขาดวิตามินบี 12 ทำให้ตรวจพบความผิดปกติได้ช้าลง
-
หากรับประทานต่อเนื่องแล้วมีอาการท้องอืด รสชาติในปากผิดปกติ หรือนอนไม่หลับ อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายได้รับปริมาณที่มากเกินความจำเป็น
-
หากมีอาการแพ้ เช่น ผื่น ลมพิษ บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก แน่นหน้าอก หรือหายใจลำบาก ควรหยุดใช้และรีบพบแพทย์ทันที
-
โฟลิกเป็นเพียงอาหารเสริม ไม่สามารถใช้รักษาหรือป้องกันโรคได้ ควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย ครบ 5 หมู่ เพื่อสุขภาพที่ดี
บทความที่เกี่ยวข้องกับอาหารเสริม
- แมกนีเซียมฟอร์มไหนดี แต่ละแบบช่วยอะไร ก่อนตัดสินใจเลือกยี่ห้อไหนดี ปี 2569
- โปรตีนใส ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 เติมโปรตีนเน้น ๆ แบบสดชื่น แคลต่ำ ดื่มง่ายเหมือนน้ำผลไม้
- คอลลาเจนสูตรกระดูกและข้อ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 สำหรับวัย 30+ ที่อยากเริ่มดูแลตัวเอง
- โพรไบโอติก ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ตัวช่วยดูแลระบบขับถ่าย เสริมการทำงานให้ลำไส้และภูมิคุ้มกัน
- โปรตีนถั่วเหลือง ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 มัดรวมโปรตีนพืช อร่อย ดื่มง่าย ได้กรดอะมิโนจำเป็นครบ
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : blackmores, Livmore_thailand, Giffarine_OfficialShop, Vitamin plus, Nutriall นิวทริออล, Swisse_Thailand, nhs.uk (1), (2), กระทรวงสาธารณสุข, กรมอนามัย, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่





