Zinc ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 เลือกอาหารเสริมสังกะสีให้ได้ประโยชน์ ต้องเช็กก่อนซื้อ !

          Zinc ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 เลือกให้ถูกชนิด กินให้ตรงจุด ถึงได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ มาเช็กลิสต์กันเลยว่าสังกะสีสูตรไหนเหมาะกับเรา พร้อมพิกัดช้อปของแท้
zinc สังกะสี

          สังกะสี หรือ ซิงก์ (Zinc) เป็นแร่ธาตุจำเป็นชนิดหนึ่งที่ร่างกายของเราไม่สามารถสร้างขึ้นเองหรือกักเก็บไว้ได้ จึงต้องได้รับผ่านการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวัน อย่างอาหารทะเล เนื้อแดง ไข่ นม ถั่ว เมล็ดพืช เห็ด เป็นต้น รวมถึงในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทว่าเมื่อลองเดินเข้าไปเลือกซื้อตามร้านค้าหรือร้านขายยาก็จะเจอกับสารพัดแบรนด์และรูปแบบฟอร์มที่หลากหลายจนเลือกไม่ถูกว่า Zinc ยี่ห้อไหนดี เอาเป็นว่าเรามาศึกษาประโยชน์ของแร่ธาตุสังกะสี พร้อมหลักเกณฑ์การเลือกซื้ออย่างถูกวิธีกันดีกว่า จะได้ตัดสินใจเลือกสูตรที่ตรงกับความต้องการมากที่สุดค่ะ  

Zinc ช่วยอะไร 
ลดสิว บำรุงผิวได้จริงไหม

อาหารที่มี zinc สังกะสี

          หลายคนอาจรู้จักและเข้าใจว่า Zinc (สังกะสี) เป็นอาหารเสริมที่ช่วยลดสิว แต่จริง ๆ แล้วสังกะสีเป็นแร่ธาตุจำเป็นที่มีบทบาทต่อการทำงานของร่างกายในหลายด้าน ลองมาดูว่า ประโยชน์ของ Zinc มีอะไรบ้าง   

1. อาจช่วยลดการอักเสบของสิว

          สังกะสีมีบทบาทในการแบ่งตัวของเซลล์ การซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และการสมานแผล รวมถึงเกี่ยวข้องกับการควบคุมกระบวนการอักเสบในร่างกาย จึงมีงานวิจัยบางส่วนที่พบว่า การเสริมสังกะสีอาจช่วยลดการอักเสบของสิวในบางคน โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะขาดสังกะสี

2. ดูแลผิว เส้นผม และเล็บ

          ภาวะขาดสังกะสีอาจสัมพันธ์กับอาการผมร่วง ผิวหนังอักเสบ ผิวแห้ง หรือเล็บเปราะได้ ดังนั้น หากอาการดังกล่าวเกิดจากการขาดสังกะสี การได้รับสังกะสีอย่างเพียงพออาจช่วยให้อาการดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม หากผมร่วงเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมน หรือโรคบางชนิด การรับประทาน Zinc เพียงอย่างเดียวอาจไม่ช่วยแก้ปัญหาได้

3. ช่วยสมานแผลและสนับสนุนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

          สังกะสีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างโปรตีน การแบ่งตัวของเซลล์ การสังเคราะห์ DNA รวมถึงการแข็งตัวของเลือด ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและการสมานแผล จึงเป็นหนึ่งในสารอาหารที่จำเป็นต่อการรักษาบาดแผลในร่างกาย

4. ช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

          สังกะสีเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยให้เซลล์ภูมิคุ้มกันทำงานได้เป็นปกติ และมีส่วนช่วยในการป้องกันร่างกายจากเชื้อโรค หากร่างกายได้รับสังกะสีไม่เพียงพอ อาจทำให้ภูมิคุ้มกันลดลงและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

5. อาจช่วยลดระยะเวลาของอาการหวัด

          มีงานวิจัยบางส่วนพบว่า การใช้ยาอมที่มีส่วนผสมของสังกะสี (Zinc lozenges) ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการหวัด อาจช่วยให้ระยะเวลาการเป็นหวัดสั้นลงเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ใช้ แต่ทั้งนี้ ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่า Zinc ช่วยป้องกันโรคหวัด หรือช่วยลดความรุนแรงของอาการได้

6. มีบทบาทต่อการเจริญเติบโตและการทำงานของร่างกาย

          สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการสร้าง DNA, RNA และโปรตีน รวมถึงการแบ่งตัวของเซลล์ การเจริญเติบโต และการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ อีกทั้งยังเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์หลายชนิดที่ช่วยให้กระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายดำเนินไปอย่างเป็นปกติ นอกจากนี้ ยังมีบทบาทต่อการทำงานของฮอร์โมนบางชนิด เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ และมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกในครรภ์ จึงถือเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสุขภาพในทุกช่วงวัย

7. ช่วยให้การรับรสและการรับกลิ่นเป็นปกติ

          สังกะสีมีความสำคัญต่อการทำงานของประสาทรับรสและรับกลิ่น คนที่มีภาวะขาดสังกะสีอาจมีอาการรับรสหรือรับกลิ่นลดลงได้ และอาจรู้สึกเบื่ออาหาร

8. ช่วยดูแลสุขภาพดวงตา

          ในจอประสาทตาก็พบอยู่สังกะสีอยู่ไม่น้อย โดยมีงานวิจัยบางส่วนพบว่า การเสริมสังกะสีร่วมกับวิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆ อาจช่วยชะลอการดำเนินของโรคจอประสาทตาเสื่อมจากอายุ (AMD) ในผู้ป่วยบางราย แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าสังกะสีเพียงอย่างเดียวช่วยป้องกันโรคนี้ในคนทั่วไปได้

9. สนับสนุนภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ชาย

          มีงานวิจัยบางส่วนพบว่า ผู้ชายที่มีภาวะขาดสังกะสีอาจมีคุณภาพของอสุจิและระดับฮอร์โมนเพศชายลดลง เพราะสังกะสีมีส่วนช่วยในการทำงานของระบบสืบพันธุ์ รวมถึงการสร้างและการเจริญเติบโตของอสุจิ  

Zinc เหมาะกับใคร

          แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะได้รับสังกะสีจากการรับประทานอาหาร แต่บางคนอาจได้รับไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 8-11 มิลลิกรัม (ขึ้นอยู่กับเพศและวัย) 

          หากขาดสังกะสีอาจทำให้เกิดอาการ เช่น เบื่ออาหาร แผลหายช้า ผมร่วง ปัญหาผิวหนัง และเจ็บป่วยได้ง่าย ดังนั้น กลุ่มคนต่อไปนี้จึงอาจมีความเสี่ยงต่อภาวะขาดสังกะสีมากกว่าคนทั่วไป และควรรับประทานสังกะสีให้มากขึ้น 

  • คนที่เป็นสิวอักเสบหรือมีปัญหาผิวมัน
  • คนที่รับประทานอาหารไม่หลากหลาย หรือรับประทานโปรตีนจากสัตว์น้อย
  • ผู้สูงอายุ ซึ่งอาจได้รับสารอาหารไม่เพียงพอจากการรับประทานอาหารที่ลดลง
  • คนที่รับประทานมังสวิรัติหรือวีแกน เนื่องจากอาจได้รับสังกะสีจากอาหารน้อยกว่าคนทั่วไป และสังกะสีจากพืชดูดซึมได้น้อยกว่าจากเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเล
  • คนที่มีภาวะดูดซึมสารอาหารผิดปกติ
  • คนที่มีแผลหายช้าหรือได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะขาดสังกะสีจากแพทย์
  • ผู้ชายที่ต้องการดูแลสุขภาพโดยรวม โดยสังกะสีเป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทต่อการทำงานของฮอร์โมนและระบบสืบพันธุ์ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะขาดสังกะสี
          อย่างไรก็ตาม หากได้รับสังกะสีจากอาหารตามธรรมชาติไม่เพียงพอ การเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสีก็ถือเป็นอีกทางเลือกที่ทำได้

วิธีเลือกอาหารเสริม Zinc

อาหารเสริม zinc สังกะสี

          ก่อนเลือกซื้อ Zinc มาดูกันว่ามีอะไรที่ต้องพิจารณาบ้าง
  • เลือกรูปแบบของ Zinc ให้เหมาะกับความต้องการ : แต่ละชนิดมีคุณสมบัติด้านการดูดซึมและความเหมาะสมในการใช้งานแตกต่างกัน ดังนี้
               - Zinc Sulfate : เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในผลิตภัณฑ์ยา มีราคาไม่สูง แต่บางคนอาจมีอาการคลื่นไส้หรือระคายเคืองกระเพาะอาหารได้มากกว่ารูปแบบอื่น
               - Zinc Picolinate : เป็นสังกะสีในรูปแบบ Amino Acid Chelate ที่ได้รับความนิยม เนื่องจากดูดซึมได้ดี จึงมักพบในผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเสริมสังกะสีเป็นประจำ
               - Zinc Gluconate : เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในอาหารเสริมและยาอมแก้เจ็บคอ หาซื้อง่าย ราคาไม่สูง เหมาะกับคนที่เริ่มรับประทาน Zinc เพื่อเสริมสังกะสีทั่วไป
               - Zinc Citrate : เป็นอีกรูปแบบที่ดูดซึมได้ดี เหมาะกับคนที่มักมีอาการระคายเคืองกระเพาะอาหารจากการรับประทานอาหารเสริม
               - Zinc Bisglycinate : เป็นสังกะสีในรูปแบบ Amino Acid Chelate เช่นกัน จึงมีแนวโน้มดูดซึมได้ดี และอาจช่วยลดโอกาสระคายเคืองทางเดินอาหารเมื่อเทียบกับสังกะสีบางรูปแบบ
               - Zinc L-Methionine : เป็นสังกะสีในรูปแบบ Amino Acid Chelate ที่จับกับกรดอะมิโนแอล-เมไธโอนีน มีจุดเด่นด้านการดูดซึมที่ดี และมักพบในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อดูแลผิว เส้นผม และเล็บ
  • พิจารณาส่วนผสมอื่นร่วมด้วย และเลือกให้ตรงกับวัตถุประสงค์ในการรับประทาน
               - ต้องการดูแลปัญหาผิวพรรณและสิว : อาจเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินและสารอาหารที่มีบทบาทต่อสุขภาพผิว เช่น วิตามินซี วิตามินอี วิตามินเอ วิตามินบี 3 (ไนอะซินาไมด์) หรือคอลลาเจน
               - ต้องการดูแลเส้นผมและเล็บ : อาจเลือกสูตรที่มีส่วนผสมของไบโอติน ซีลีเนียม หรือคอลลาเจน ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีบทบาทต่อการบำรุงเส้นผมและเล็บ
               - ต้องการดูแลระบบภูมิคุ้มกัน : อาจเลือกสูตรที่มีวิตามินซี วิตามินดี หรือซีลีเนียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
               - ต้องการดูแลสุขภาพโดยรวม : สามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสังกะสีเพียงอย่างเดียว หรือเลือกสูตรที่มีวิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆ เช่น วิตามินบีรวม แมกนีเซียม หรือซีลีเนียม เพื่อช่วยเสริมการได้รับสารอาหารที่หลากหลาย 
  • ตรวจสอบปริมาณ Zinc ให้เหมาะสม : ควรพิจารณาปริมาณสังกะสีบริสุทธิ์ (Elemental Zinc) ที่ร่างกายจะได้รับจริง มากกว่าปริมาณของสารประกอบสังกะสีที่ระบุบนฉลาก เนื่องจากสังกะสีแต่ละรูปแบบให้ปริมาณสังกะสีบริสุทธิ์ไม่เท่ากัน ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุญาตให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีสังกะสีได้ไม่เกิน 15 มิลลิกรัมต่อหน่วยบริโภค  
  • ตรวจสอบส่วนผสมอื่น ๆ : หากมีประวัติแพ้อาหารหรือแพ้ส่วนประกอบบางชนิด เช่น แล็กโทส อาหารทะเล หรือสารเติมแต่งต่าง ๆ ควรตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์ให้ละเอียดก่อนเลือกซื้อ
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน : ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเลขสารบบอาหาร (อย.) พร้อมระบุข้อมูลผู้ผลิต เลขที่ผลิต วันผลิต และวันหมดอายุอย่างชัดเจน รวมถึงผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยในการบริโภค
  • เลือกซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ : ควรเลือกซื้อจากร้านขายยา ร้านค้าชั้นนำ ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ หรือช่องทางออนไลน์ที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการได้รับสินค้าปลอมหรือสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน

Zinc ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

          ชวนทุกคนที่อยากรับประทาน Zinc มาเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์แต่ละแบรนด์กัน ลองเลือกสูตรที่ตรงกับความต้องการของเราได้เลยค่ะ

1. FITWHEY Zinc + B3

FITWHEY Zinc + B3

ภาพจาก : FITWHEY

          ฟิตเวย์ ซิงค์ พลัส ไนอะซินาไมด์ (FITWHEY ZINC + NIACINAMIDE) อาหารเสริมสังกะสีในรูปแบบซิงค์บิสไกลซิเนต 15 มิลลิกรัม ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องการดูดซึมง่ายและมีความอ่อนโยนต่อระบบทางเดินอาหาร โดยสูตรนี้มีการเติมวิตามินบี 3 (Niacinamide) เข้ามาทำงานร่วมกัน เพื่อให้มีส่วนช่วยคงสภาพปกติของผิวหนัง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูแลสมดุลของร่างกายและใส่ใจเรื่องสุขภาพผิวพรรณในชีวิตประจำวัน

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล ตอนท้องว่าง หรือระหว่างมื้ออาหาร
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 30 แคปซูล 600 บาท

2. Blackmores Bio Zinc A Chelate

Blackmores Bio Zinc A Chelate

ภาพจาก : Blackmores Official Shop

          แบลคมอร์ส ไบโอ ซิงค์ เอ คีเลต (Blackmores Bio Zinc A Chelate) ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแบรนด์ดังจากออสเตรเลียที่เลือกใช้ซิงค์ในรูปแบบอะมิโน แอซิด คีเลต ซึ่งช่วยเรื่องการดูดซึมของร่างกาย ผสานการทำงานร่วมกับวิตามินเอ แมกนีเซียม และแมงกานีส โดยวิตามินเอมีส่วนช่วยคงสภาพปกติของผิวหนังและเยื่อบุต่าง ๆ พร้อมเสริมการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับการดูแลสุขภาพผิวและร่างกายโดยรวมค่ะ
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด พร้อมอาหาร
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 90 เม็ด 565 บาท

3. PRIME MAX ZINC PLUS

PRIME MAX ZINC PLUS

ภาพจาก : superdrug

          ไพร์ม แม็กซ์ ซิ้งค์ พลัส (PRIME MAX ZINC PLUS) สูตรนี้สำหรับคนที่มองหาการดูแลแบบครบ ๆ ในเม็ดเดียว เพราะเลือกใช้ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต 75 มิลลิกรัม (ให้ปริมาณสังกะสีแท้ 15 มิลลิกรัม) ความพิเศษคือการรวมกลุ่มวิตามินบีรวม (B Complex) และดี-ไบโอติน เข้ามาไว้ด้วยกันอย่างครบครัน ซึ่งช่วยสนับสนุนการทำงานตามปกติของระบบประสาท ร่างกาย และช่วยคงสภาพปกติของผิวหนังและเส้นผมได้อย่างลงตัว 
  • วิธีรับประทาน : ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 60 เม็ด 340 บาท

4. Life Zinc Plus Vitamin C

Life Zinc Plus Vitamin C

ภาพจาก : Life Supplements

          ไลฟ์ ซิงค์ พลัส วิตามินซี (Life Zinc Plus Vitamin C) ออกแบบมาเพื่อการดูแลผิวพรรณและร่างกาย โดยรวมเอาซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต และซิงค์ แอล-เมทิโอนีน มาทำงานร่วมกับวิตามินซี และสารสกัดซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์ ซึ่งวิตามินซีมีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระและมีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน จุดเด่นสำคัญคือการใช้เทคโนโลยีแคปซูลที่ช่วยปกป้องสารอาหารจากกรดในกระเพาะอาหาร เพื่อให้เกิดการแตกตัวและดูดซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพในทางเดินอาหารส่วนลำไส้เล็กค่ะ
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร  
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 30 แคปซูล 390 บาท

5. Zenji Zinc Bisglycinate

Zenji Zinc Bisglycinate

ภาพจาก : Zenji Official

          สำหรับใครที่มองหาซิงค์ในรูปแบบบิสไกลซิเนต ลองดู “เซนจิ ซิงค์บิสไกลซิเนต” (Zenji Zinc Bisglycinate) สูตรนี้ให้ปริมาณสังกะสี 15 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นฟอร์มที่ร่างกายดูดซึมได้ง่าย และค่อนข้างอ่อนโยนต่อระบบทางเดินอาหาร จึงช่วยลดโอกาสการเกิดความรู้สึกไม่สบายท้องหรือพะอืดพะอมได้ดี นอกจากนี้ตัวแคปซูลยังทำจากพืช สายวีแกน-มังสวิรัติ จึงรับประทานได้หายห่วง
  • วิธีรับประทาน : เพื่อดูแลสุขภาพทั่วไป 1 แคปซูล ก่อนอาหาร วันละ 1 ครั้ง / เพื่อดูแลภูมิคุ้มกัน 2 แคปซูล ก่อนอาหาร วันละ 1 ครั้ง
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 30 แคปซูล 199 บาท

6. CUphar Biotin Zinc

CUphar Biotin Zinc

ภาพจาก : ThaithonMall

          ซียู ฟาร์ ไบโอติน ซิงค์ (CU Phar Biotin Zinc) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจับคู่สารอาหารเพื่อการดูแลเส้นผมและผิวพรรณ ได้แก่ ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต ที่ให้ปริมาณสังกะสีแท้ 15 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ง่ายและอ่อนโยนต่อระบบทางเดินอาหาร ผสานการทำงานร่วมกับ ดี-ไบโอติน 150 ไมโครกรัม เพื่อร่วมกันสนับสนุนความแข็งแรงและคงสภาพปกติของเส้นผมและผิวหนังอย่างลงตัว บรรจุมาในขนาดสุดคุ้ม 90 เม็ด
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร  
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 90 เม็ด 390 บาท

7. DHC Zinc

DHC Zinc

ภาพจาก : BEAUTRIUM Official Store

          ดีเอชซี ซิงค์ (DHC Zinc) แบรนด์ยอดนิยมจากญี่ปุ่น ในรูปแบบซองขนาดพกพา 20 แคปซูล (สำหรับ 20 วัน) สูตรนี้ให้แร่ธาตุสังกะสีในปริมาณ 10 มิลลิกรัมต่อแคปซูล ซึ่งเป็นปริมาณที่พอเหมาะสำหรับการเสริมสร้างร่างกายในแต่ละวัน เสริมด้วยโครเมียม 60 ไมโครกรัม และซีลีเนียม 50 ไมโครกรัม ที่ทำงานร่วมกันเพื่อช่วยดูแลระบบการทำงานภายในร่างกาย รับประทานง่าย เม็ดเล็ก และพกพาสะดวกด้วยนะ

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร
  • ราคาปกติ : 1 ซอง 20 แคปซูล 98 บาท

Zinc กินตอนไหนดี

          โดยทั่วไป แนะนำให้รับประทาน Zinc หลังอาหารหรือพร้อมอาหารค่ะ เพื่อลดโอกาสเกิดอาการคลื่นไส้หรือระคายเคืองกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร 
          ที่สำคัญ ควรรับประทานตามปริมาณที่ระบุบนฉลากหรือคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ควรเพิ่มขนาดรับประทานเอง เพราะการได้รับสังกะสีมากเกินไปอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพได้

ข้อควรระวังในการกิน Zinc

          ก่อนรับประทานอาหารเสริมสังกะสี ควรศึกษาข้อควรระวังเหล่านี้ไว้ด้วย เพื่อความปลอดภัย
  • อ่านคำเตือนบนฉลากและรับประทานตามคำแนะนำทุกครั้ง
  • ไม่ควรรับประทาน Zinc พร้อมกับแคลเซียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก ธาตุทองแดง ชา หรือกาแฟ เพราะอาจลดการดูดซึมของสังกะสี ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
  • ไม่ควรรับประทานสังกะสีเกินปริมาณแนะนำโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เนื่องจากการได้รับสังกะสีในปริมาณสูงต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ปวดศีรษะ ตะคริว หรือท้องเสีย และอาจรบกวนการดูดซึมทองแดงและธาตุเหล็ก จนเกิดภาวะขาดสารอาหารดังกล่าวได้
  • หากเลือกสูตรที่มีส่วนผสมของ Zinc กับสารอาหารชนิดอื่น ควรตรวจสอบปริมาณว่าไม่ซ้ำซ้อนกับอาหารเสริมตัวอื่นที่รับประทานอยู่
  • เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร ไม่ควรรับประทานอาหารเสริม Zinc เว้นแต่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
  • ผู้ที่มีโรคไต โรคที่เกี่ยวข้องกับการดูดซึมสารอาหาร ผู้ที่มีภาวะขาดธาตุทองแดง รวมถึงผู้ที่กำลังรับประทานยาหรืออาหารเสริมชนิดอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน
  • เก็บผลิตภัณฑ์ในที่แห้ง อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส โดยหลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน
  • อาหารเสริมไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย ครบ 5 หมู่ และได้สัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ
          Zinc หรือสังกะสี เป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทสำคัญต่อร่างกาย ทั้งดูแลระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยสมานแผล รวมถึงอาจช่วยลดการอักเสบของสิวในบางคนได้ อย่างไรก็ตาม อาหารเสริมไม่สามารถทดแทนการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ได้ ดังนั้น สำหรับคนที่ไม่มีภาวะขาดสังกะสี การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในแต่ละวันค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้องกับอาหารเสริม

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
Zinc ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 เลือกอาหารเสริมสังกะสีให้ได้ประโยชน์ ต้องเช็กก่อนซื้อ ! อัปเดตล่าสุด 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 10:25:12 8,356 อ่าน
TOP
x close