วิตามินดูแลภูมิคุ้มกัน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวมตัวช่วยดูแลสุขภาพในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

          วิตามินดูแลภูมิคุ้มกัน ยี่ห้อไหนดี ที่รวมสารอาหารเด็ด ๆ ไว้คอยดูแลร่างกายให้พร้อม รับมือหน้าฝนหรือช่วงอากาศแปรปรวนบ่อย
วิตามินเสริมภูมิคุ้มกัน

          อาการหวัด เจ็บคอ หรือไม่สบายจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ มักพบได้บ่อยในช่วงหน้าฝนหรือช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง ดังนั้น นอกจากการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้ว การได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นก็มีส่วนช่วยให้สุขภาพระบบภูมิคุ้มกันทำงานตามปกติได้เช่นกันค่ะ แล้วเราควรเลือกวิตามินดูแลภูมิคุ้มกันแบบไหนดี หรือควรมีสารอาหารชนิดไหนบ้าง วันนี้รวบรวมข้อมูลพร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมาไว้ให้แล้ว

สารอาหารและวิตามินดูแลภูมิคุ้มกัน มีอะไรบ้าง

          วิตามินและแร่ธาตุบางชนิดมีส่วนช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน จึงควรได้รับจากการรับประทานอาหารที่หลากหลายและครบถ้วน โดยเฉพาะ 8 ชนิดต่อไปนี้

1. วิตามินซี (Vitamin C)

วิตามินเสริมภูมิคุ้มกัน

          สารต้านอนุมูลอิสระตัวท็อปที่ช่วยเสริมการทำงานของภูมิคุ้มกัน พร้อมช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งการได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพออาจช่วยลดระยะเวลาไข้หวัดลงได้เล็กน้อย ดังนั้น จึงควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง, ส้ม, กีวี, สตรอว์เบอร์รี, พริกหวาน และบรอกโคลี เป็นต้น

2. วิตามินดี (Vitamin D)

         หลายคนรู้จักวิตามินดีในด้านการดูแลกระดูกและฟัน แต่จริง ๆ แล้ววิตามินดีมีบทบาทต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันด้วย โดยกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินชนิดนี้ได้เองจากการรับแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้า หรือเลือกรับประทานอาหารอย่างปลาแซลมอน ปลาทู ไข่แดง และนมเสริมวิตามินดี

3. วิตามินเอ (Vitamin A)

อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน

          วิตามินเอทำหน้าที่ดูแลรักษาเยื่อบุทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร ซึ่งเปรียบเสมือนปราการด่านแรกที่ช่วยดักจับสิ่งแปลกปลอม โดยแหล่งวิตามินเอที่หารับประทานได้ง่ายมีทั้งในตับ ไข่ นม รวมถึงผักสีส้มเหลืองอย่างฟักทอง แครอต และมันเทศ

4. วิตามินบี 6 (Vitamin B6)

          พบมากในปลา เนื้อสัตว์ กล้วย มันฝรั่ง และธัญพืชไม่ขัดสี เป็นวิตามินที่มีส่วนช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดี ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการทำงานของระบบประสาทและการสร้างเม็ดเลือดแดง

5. สังกะสี (Zinc)

          ซิงค์ เป็นแร่ธาตุจำเป็นที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานเป็นปกติ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการสังเคราะห์โปรตีน การแบ่งตัวของเซลล์ และดูแลผิวหนังเส้นผมให้แข็งแรง ซึ่งสามารถพบแร่ธาตุชนิดนี้ได้มากในหอยนางรม เนื้อวัว เนื้อไก่ เมล็ดฟักทอง และถั่วต่าง ๆ

6. ซีลีเนียม (Selenium)

อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน

          แม้ร่างกายจะต้องการในปริมาณน้อย แต่ก็ขาดสารต้านอนุมูลอิสระชนิดนี้ไม่ได้ เพราะมีส่วนช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายและสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน โดยสามารถเติมสารอาหารนี้ให้ร่างกายได้ง่าย ๆ จากการรับประทานปลา อาหารทะเล ไข่ เนื้อสัตว์ และถั่วบราซิล เป็นต้น

7. เบต้ากลูแคน (Beta-Glucan)

          เป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำที่นิยมนำมาใช้ในอาหารเสริมเพื่อช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน โดยในธรรมชาติมักจะพบสารชนิดนี้ได้มากในยีสต์ เห็ดชนิดต่าง ๆ และข้าวโอ๊ต

8. โพรไบโอติก (Probiotics)

          จุลินทรีย์มีชีวิตที่ช่วยปรับสมดุลในลำไส้ ซึ่งเป็นที่อยู่ของเซลล์ภูมิคุ้มกันส่วนใหญ่ในร่างกาย เราสามารถเติมจุลินทรีย์ดีเหล่านี้ได้จากการรับประทานอาหารหมักตามธรรมชาติ เช่น โยเกิร์ต คีเฟอร์ กิมจิ และมิโสะ
          อย่างไรก็ตาม หากได้รับสารอาหารจากอาหารในแต่ละวันไม่เพียงพอ หรือต้องการเสริมวิตามินและแร่ธาตุบางชนิด ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจค่ะ

วิธีเลือกวิตามินดูแลภูมิคุ้มกัน

วิตามินเสริมภูมิคุ้มกัน

          อาหารเสริมแต่ละสูตรมีส่วนประกอบแตกต่างกัน บางผลิตภัณฑ์เน้นวิตามินและแร่ธาตุ ขณะที่บางสูตรผสมสารสกัดจากธรรมชาติหรือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อควรพิจารณาข้อมูลด้านล่างนี้ประกอบการตัดสินใจค่ะ
  • เลือกจากสารอาหารที่ต้องการ : หากต้องการวิตามินพื้นฐาน อาจเลือกสูตรที่มีวิตามินซี วิตามินดี สังกะสีหรือซีลีเนียม แต่ถ้าสนใจส่วนผสมจากธรรมชาติด้วย อาจเลือกสูตรที่มีเบต้ากลูแคน โพรโพลิสหรือเควอซิทินเป็นส่วนประกอบเพิ่มเติม
  • ตรวจสอบปริมาณสารอาหาร : ควรตรวจสอบปริมาณวิตามินและแร่ธาตุต่อหน่วยบริโภค พร้อมเปรียบเทียบกับปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่แนะนำต่อวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับสารอาหารบางชนิดมากเกินความจำเป็น โดยเฉพาะคนที่รับประทานอาหารเสริมหลายชนิดร่วมกัน
  • เลือกรูปแบบที่เหมาะกับการรับประทาน : เพราะจะช่วยให้รับประทานได้อย่างต่อเนื่อง เช่น

          - แบบเม็ดหรือแคปซูล ขนาดกะทัดรัด รับประทานง่าย
          - แบบเม็ดฟู่ แค่ละลายในน้ำก่อนดื่ม เหมาะสำหรับคนที่ไม่สะดวกกลืนเม็ดยา
          - แบบผงกรอกปาก รับประทานได้ทันทีโดยไม่ต้องชงน้ำ เหมาะกับคนที่เดินทางบ่อย ต้องพกออกไปรับประทานนอกบ้านและไม่สะดวกหาน้ำดื่ม

  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเลขสารบบอาหาร (เลข อย.) : ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่แสดงเลขสารบบอาหารบนฉลากอย่างชัดเจน พร้อมระบุข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่สามารถตรวจสอบได้
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน : ควรเลือกผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตที่มีมาตรฐานการผลิต มีการระบุส่วนประกอบ ปริมาณ วิธีรับประทาน และข้อมูลบนฉลากอย่างครบถ้วน รวมถึงผ่านการตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
  • อ่านคำเตือนบนฉลากให้ครบถ้วน : ควรตรวจสอบคำเตือนและข้อห้ามใช้ก่อนรับประทาน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่แพ้อาหารหรือแพ้ส่วนประกอบบางชนิด รวมถึงกลุ่มบุคคลที่ไม่ควรรับประทานผลิตภัณฑ์นั้น
  • เปรียบเทียบความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจ : นอกจากราคาแล้ว ควรเปรียบเทียบชนิดและปริมาณของสารอาหาร จำนวนหน่วยบริโภคต่อบรรจุภัณฑ์ รวมถึงส่วนประกอบสำคัญ เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่าและเหมาะกับความต้องการ
  • เลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ : ควรซื้อจากร้านขายยา ร้านค้าที่ได้รับอนุญาต หรือช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ (Official Store) ของแบรนด์หรือผู้จัดจำหน่าย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการได้รับสินค้าปลอมหรือสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน
          ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนบ่อย เราเลยรวมวิตามินที่ช่วยดูแลภูมิคุ้มกันมาฝากกัน ลองดูไว้เป็นตัวเลือกได้เลยค่ะ

วิตามินดูแลภูมิคุ้มกัน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

1. CANCERA Bata C

CANCERA Bata C

ภาพจาก : IMMUNE HEALTH

          แคนเซอร่า เบต้า ซี (CANCERA Bata C) อาหารเสริมในรูปแบบแคปซูล ประกอบด้วยยีสต์เบต้ากลูแคน 370 มก. สารสกัดจากอะเซโรล่าเชอร์รีที่ให้วิตามินซีตามธรรมชาติ 50 มก. รวมถึงสารสกัดจากทับทิม วิตามินซี และซิงค์ ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์นี้ไม่แนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคนิ่วนะคะ

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล 
  • ขนาด : 1 ขวด บรรจุ 60 แคปซูล
  • ราคาปกติ : 239 บาท

2. prove+ Allerpro probiotics

prove+ Allerpro probiotics

ภาพจาก : Prove+ Thailand

         สายโพรไบโอติกลองพิจารณา prove+ AllerPro ผลิตภัณฑ์ซินไบโอติก (Synbiotics) ที่ผสานทั้งโพรไบโอติก 6 ชนิด และพรีไบโอติกไว้ในสูตรเดียว พร้อมส่วนผสมสำคัญอย่างยีสต์ เบต้ากลูแคน และวิตามินซี ที่มีส่วนช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานตามปกติ มาในรูปแบบผงที่รับประทานง่าย แค่ฉีกซองแล้วกรอกปาก ไม่ต้องชงกับน้ำ และมีเทคโนโลยีเคลือบปกป้องโพรไบโอติก 5 ชั้น เพื่อช่วยคงคุณภาพของจุลินทรีย์ให้ไปถึงลำไส้ด้วย
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 ซอง
  • ขนาด : 1 กล่อง บรรจุ 30 ซอง
  • ราคาปกติ : 1,550 บาท

3. Zeavita IMMU 8+C+D3+Zinc

Zeavita IMMU 8+C+D3+Zinc

ภาพจาก : ZEAVITA (ซีวิต้า)

          ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซีวิต้า อิมมู 8 พลัส (Zeavita IMMU 8+) ประกอบด้วยวิตามินและแร่ธาตุรวม 8 ชนิด ได้แก่ วิตามินซี, ดี 3, เอ, บี 6, บี 12, โฟเลต, สังกะสี และซีลีเนียม ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยสนับสนุนการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน จึงเหมาะเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการเติมวิตามินที่จำเป็นในแต่ละวัน โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยแบบนี้

  • วิธีรับประทาน: วันละ 1-2 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
  • ขนาด : 1 ขวด 100 เม็ด
  • ราคาปกติ : 890 บาท

4. Neofusion Muno

Neofusion Muno

ภาพจาก : TMAN HEALTH SHOP

          นีโอฟิวชั่น มูโน (Neofusion Muno) เป็นวิตามินที่รวมสารสกัดจากธรรมชาติหลายชนิดไว้ในสูตรเดียว ทั้งยีสต์ เบต้ากลูแคน, สารสกัดโพรโพลิส, สารสกัดตรีผลา และสังกะสี (ซิงค์) ซึ่งล้วนมีส่วนช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน อีกทั้งผลิตภัณฑ์ยังระบุว่าไม่ผสมสเตียรอยด์ ปราศจากการปนเปื้อนสารเคมีและโลหะหนัก

  • วิธีรับประทาน: วันละ 2 เม็ด ก่อนนอน
  • ขนาด : 1 ขวด บรรจุ 30 แคปซูล
  • ราคาปกติ : 699 บาท 

5. Nectapharma Imuvatec

Nectapharma Imuvatec

ภาพจาก : Nectapharma

          เนคตาฟาร์มา อิมมูวาเทค (Nectapharma Imuvatec) จุดเด่นของขวดนี้คือมีการผสาน Postbiotic สายพันธุ์ Lactobacillus paracasei MCC1849 จากประเทศญี่ปุ่น ที่มีบทบาทในด้านการดูแลระบบภูมิคุ้มกัน เข้ากับวิตามินซี 1,000 มก. สังกะสี และวิตามินดี ในสูตรเดียว เหมาะสำหรับคนที่เป็นหวัดง่าย หรือกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่ให้วิตามิน แร่ธาตุ และ Postbiotic ไว้ในเม็ดเดียว อย่างไรก็ตาม สำหรับหญิงตั้งครรภ์ คนที่แพ้ถั่วเหลือง หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคไต นิ่วในไต ธาลัสซีเมีย หรือภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ไม่แนะนำให้รับประทานนะคะ

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด หลังอาหาร
  • ขนาด : 1 ขวด บรรจุ 30 เม็ด
  • ราคาปกติ : 1,180 บาท

6. Atlanta Quercetin+ Vitamin C 1000 mg.

Atlanta Quercetin+ Vitamin C 1000 mg

ภาพจาก : AtlantaHealthcare

           ใครกำลังมองหาวิตามินซีในรูปแบบเม็ดฟู่ แอตแลนต้า เควอซิติน พลัส (Atlanta Quercetin+)  แบรนด์ที่ผลิตภายใต้มาตรฐานประเทศเยอรมนีก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยมีส่วนผสมของวิตามินซี 1,000 มก. ร่วมกับเควอซิทิน 100 มก. และไบโอฟลาโวนอยด์ ที่มีส่วนช่วยดูแลระบบภูมิคุ้มกัน เพียงละลายในน้ำก็พร้อมดื่ม ให้รสทรอปิคอลของผลไม้เมืองร้อน ดื่มง่ายและสดชื่น แถมยังไม่มีส่วนผสมน้ำตาลด้วยนะ

  • วิธีรับประทาน : ละลายเม็ดฟู่ในน้ำ 200-250 มล. แล้วดื่มให้หมดทันที รับประทานวันละ 1 เม็ด
  • ขนาด : 1 หลอด บรรจุ 15 เม็ด
  • ราคาปกติ : 490 บาท 

7. ZINCPOSE 4 IMMPLUS

ZINCPOSE 4 IMMPLUS

ภาพจาก : Posehealthcare.Official

          ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ZINCPOSE 4 IMMPLUS เป็นสูตรที่รวมวิตามินและแร่ธาตุ 4 ชนิดไว้ในเม็ดเดียว ได้แก่ สังกะสี วิตามินซี วิตามินดี และซีลีเนียม ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานตามปกติ จุดเด่นคือเม็ดมีขนาดเล็กกว่าแคปซูล รับประทานง่ายทีเดียว และบรรจุมาในรูปแบบแผง จะพกใส่กระเป๋าไปรับประทานก็สะดวกดี

  • วิธีรับประทาน: วันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
  • ขนาด : 1 กล่อง บรรจุ 30 เม็ด
  • ราคาปกติ : 120 บาท

8. Dr.PONG Bee Propolis Plus Vitamin C and Zinc

Dr.PONG Bee Propolis Plus Vitamin C and Zinc

ภาพจาก : Dr. Pong shop

          ปิดท้ายที่แบรนด์ Dr.PONG ขวดนี้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผสานสารสกัดโพรโพลิสจากผึ้ง (Bee Propolis) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อุดมด้วยฟลาโวนอยด์ เข้ากับวิตามินซีและสังกะสีที่ช่วยเสริมการทำงานของโพรโพลิสในการดูแลระบบภูมิคุ้มกัน เหมาะกับคนที่เป็นหวัดง่าย มักระคายเคืองในช่องปากและลำคอ แต่สำหรับคนที่แพ้ผึ้ง เกสรผึ้ง เกสรดอกไม้ หรือเป็นโรคไตอักเสบหรือโรคแพ้ภูมิตนเอง (SLE) ควรหลีกเลี่ยงนะคะ

  • วิธีรับประทาน: วันละ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร
  • ขนาด : 1 ขวด บรรจุ 30 แคปซูล
  • ราคาปกติ : 1,000 บาท

ข้อควรระวังในการรับประทานวิตามินเสริม

  • ควรตรวจสอบส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ก่อนรับประทาน โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานอาหารเสริมหรือวิตามินหลายชนิดร่วมกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น
  • รับประทานตามคำแนะนำที่ระบุบนฉลาก และไม่ควรรับประทานเกินปริมาณที่แนะนำ เนื่องจากวิตามินและแร่ธาตุบางชนิด หากได้รับมากเกินไปอาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ต่อร่างกาย
  • เด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานอาหารเสริม
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือกำลังรับประทานยาเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเลือกใช้อาหารเสริม
  • อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค
  • อาหารเสริมไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรกินอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ
          ถึงอาหารเสริมจะช่วยให้เราได้รับวิตามินง่ายขึ้น แต่ก็ไม่สามารถทดแทนอาหารในแต่ละมื้อได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการกินอาหารให้หลากหลาย ครบ 5 หมู่ แล้วอย่าลืมดูแลตัวเองเรื่องอื่นควบคู่ไปด้วย ทั้งนอนหลับให้เต็มอิ่ม ขยับร่างกายออกกำลังกายบ่อย ๆ และล้างมือเป็นประจำ เท่านี้ก็ช่วยสร้างปราการด่านแรกให้ร่างกายแข็งแรงห่างไกลโรคได้แล้ว

บทความที่เกี่ยวข้องกับอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
วิตามินดูแลภูมิคุ้มกัน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวมตัวช่วยดูแลสุขภาพในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อัปเดตล่าสุด 19 มิถุนายน 2569 เวลา 11:26:51 2,574 อ่าน
TOP
x close