ตากผ้าในห้องบ่อย ๆ เสี่ยงป่วยไหม ? เปิด 5 ผลกระทบต่อสุขภาพที่หลายคนอาจมองข้าม

          ตากผ้าในห้องทุกวัน โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน อาจส่งผลต่อสุขภาพโดยไม่รู้ตัว มาดูกันว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง พร้อมเคล็ดลับตากผ้าในห้องให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
ตากผ้าในห้องอันตราย

          เข้าสู่หน้าฝนทีไร การซักผ้าอาจกลายเป็นเรื่องยุ่งยากขึ้นมาทันที เพราะฝนตกบ่อย แดดไม่ค่อยออก แถมผ้ายังแห้งช้า หลายคนจึงต้องย้ายราวตากผ้าเข้ามาไว้ในบ้านหรือห้องนอน โดยเฉพาะคนที่อยู่คอนโด หอพัก หรือบ้านที่ไม่มีพื้นที่กลางแจ้ง ซึ่งพฤติกรรมใกล้ตัวเช่นนี้อาจส่งผลต่อสุขภาพได้เหมือนกัน มาดูกันสิว่า ตากผ้าในห้องช่วงหน้าฝนทุกวัน มีความเสี่ยงเจ็บป่วยอะไรบ้าง 

ตากผ้าในห้องบ่อย ๆ อันตรายไหม

ตากผ้าในห้องอันตราย

          การตากผ้าในห้องอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะเมื่อตากเป็นประจำในห้องปิดหรือบริเวณที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เพราะหลังซักและปั่นหมาด เสื้อผ้ายังคงมีน้ำหลงเหลืออยู่ในเส้นใย เมื่อแขวนทิ้งไว้ น้ำจะค่อย ๆ ระเหยกลายเป็นไอน้ำและกระจายสู่อากาศ ทำให้ความชื้นภายในห้องเพิ่มสูงขึ้น 

          จากนั้น เมื่ออากาศอุ่นและความชื้นสัมผัสกับพื้นผิวที่เย็นกว่า เช่น กระจก หน้าต่าง ผนัง หรือเพดาน ไอน้ำอาจกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ หากพื้นผิวเหล่านี้เปียกชื้นต่อเนื่องก็จะกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญของเชื้อรา รวมถึงการเพิ่มจำนวนของไรฝุ่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ

ตากผ้าในห้องช่วงหน้าฝน 
กระทบสุขภาพอย่างไร

1. กระตุ้นอาการภูมิแพ้

          เมื่อภายในห้องมีความชื้นสูงจะเอื้อต่อการเพิ่มจำนวนของเชื้อราและไรฝุ่น ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่พบได้ภายในบ้าน หากสูดดมสปอร์ของเชื้อราหรือสารก่อภูมิแพ้เข้าไปบ่อย ๆ คนที่มีอาการแพ้ง่ายอาจเกิดอาการต่าง ๆ เช่น จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ คันคอ คันตา น้ำตาไหล เป็นต้น ซึ่งบางคนจะสังเกตได้ว่า เมื่อออกจากห้องแล้วอาการดีขึ้น แต่กลับมาจามหรือคัดจมูกอีกครั้งเมื่อเข้าไปในห้องที่มีกลิ่นอับหรือมีร่องรอยเชื้อรา 

2. กระตุ้นอาการหอบหืด

ตากผ้าในห้องอันตราย

          ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ระบุว่า คนที่เป็นโรคหอบหืดหรือแพ้เชื้อราอาจมีปฏิกิริยาต่อเชื้อรารุนแรงกว่าคนทั่วไป ดังนั้น ในคนกลุ่มนี้ถ้าต้องอยู่ในพื้นที่ชื้นหรือมีเชื้อราเป็นประจำ อาการต่าง ๆ ก็อาจกำเริบได้ เช่น  ไอมากขึ้น หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอก หรือต้องใช้ยาบ่อยขึ้น เป็นต้น

          ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าตากผ้าในห้องเพียงไม่กี่ครั้งจะทำให้เป็นโรคหอบหืด เพราะความเสี่ยงยังขึ้นอยู่กับระดับความชื้น ปริมาณเชื้อรา ระยะเวลาที่สัมผัส และปัจจัยสุขภาพของแต่ละคนด้วย

3. ระคายเคืองตา ผิวหนัง

          เชื้อราสามารถสร้างสารก่อภูมิแพ้และสารระคายเคืองได้เช่นกัน การสูดดมหรือสัมผัสเชื้อราจึงอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง แม้ในคนที่ไม่เคยทราบมาก่อนว่าตัวเองแพ้เชื้อรา เช่น มีอาการแสบตาหรือตาแดง ผิวหนังแดง คัน หรือมีผื่นในบางคน แต่อาการและความรุนแรงจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความไวของร่างกาย ปริมาณเชื้อราที่สัมผัส และระยะเวลาที่อยู่ในพื้นที่นั้น 

4. เพิ่มความเสี่ยงอาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ

ตากผ้าในห้องอันตราย

          แม้จะเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง แต่การอาศัยอยู่ในบ้านหรืออาคารที่ชื้นและมีเชื้อราสัมพันธ์กับการเกิดอาการทางเดินหายใจได้หลายอย่าง เช่น คัดจมูกหรือแสบจมูก เจ็บหรือระคายคอ ไอ หายใจมีเสียงหวีด หายใจลำบาก หลอดลมอักเสบ ภูมิแพ้จมูก และการติดเชื้อทางเดินหายใจบางชนิด 

          อย่างไรก็ตาม ความชื้นหรือเชื้อราไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของอาการทุกกรณี เพราะจริง ๆ แล้วอาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ฝุ่น ควันบุหรี่ มลพิษภายนอกบ้าน สัตว์เลี้ยง โรคประจำตัว และการระบายอากาศภายในอาคาร แต่ความชื้นก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ความเสี่ยงเกิดอาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นได้

5. เสี่ยงติดเชื้อราในคนบางกลุ่ม

          เชื้อราบางชนิด เช่น Aspergillus อาจทำให้เกิดโรคแอสเปอร์จิลโลซิส (Aspergillosis) ซึ่งส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ แต่ภาวะนี้พบไม่บ่อยในคนที่มีสุขภาพแข็งแรง เพราะคนส่วนใหญ่สามารถหายใจเอาสปอร์ของเชื้อราที่พบทั่วไปในสิ่งแวดล้อมเข้าไปโดยไม่เกิดอาการรุนแรง 

          ทั้งนี้ มีคนบางกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เช่น คนที่ป่วยด้วยโรคหอบหืดหรือโรคปอดเรื้อรัง คนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง คนที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เป็นต้น ดังนั้น คนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ควรหลีกเลี่ยงการพักอาศัยในห้องที่ชื้น มีกลิ่นอับ หรือพบเชื้อราชัดเจน

เช็กสัญญาณ ห้องชื้นเกินไปหรือยัง

          ความชื้นเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สามารถสังเกตสัญญาณเตือนภายในห้องได้ ดังนี้
  • ผ้าใช้เวลานานกว่าปกติกว่าจะแห้ง
  • ผ้าหรือห้องมีกลิ่นอับ
  • มีหยดน้ำเกาะกระจกหรือหน้าต่าง
  • ผนังและเพดานมีคราบน้ำหรือจุดสีดำ เขียว น้ำตาล
  • สีทาผนังลอกหรือวอลเปเปอร์พอง
  • เฟอร์นิเจอร์ ตู้เสื้อผ้า หรือที่นอนมีกลิ่นชื้น
  • เสื้อผ้าที่เก็บในตู้มีกลิ่นอับหรือมีจุดเชื้อรา
  • คนในบ้านจาม คัดจมูก ไอ หรือหอบมากขึ้นเมื่ออยู่ในห้อง
          ถ้าพบเชื้อราควรรีบกำจัดและแก้ไขต้นเหตุของความชื้น ไม่ควรเพียงเช็ดคราบหรือทาสีทับ เพราะเชื้อราอาจกลับมาได้หากห้องยังคงชื้นอยู่

เคล็ดลับตากผ้าในห้องให้ปลอดภัยขึ้น

ตากผ้าในห้องอันตราย

          บ้านหรือคอนโดบางแห่งอาจไม่มีพื้นที่สำหรับตากผ้ากลางแจ้ง ดังนั้น ถ้าจำเป็นต้องตากผ้าในห้องจริง ๆ เราสามารถลดการสะสมของความชื้นได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

ปั่นผ้าให้หมาดที่สุด

          เลือกใช้รอบปั่นหมาดที่เหมาะกับเนื้อผ้า เพื่อลดปริมาณน้ำที่ติดอยู่ในเสื้อผ้า ยิ่งมีน้ำเหลืออยู่น้อย ผ้าก็ยิ่งแห้งเร็วและปล่อยความชื้นเข้าสู่ห้องน้อยลง

ตากผ้าบริเวณที่ระบายอากาศได้

          ควรตากในพื้นที่ที่มีหน้าต่าง พัดลมดูดอากาศ หรือทางให้อากาศชื้นออกจากห้อง หากเป็นไปได้ควรแยกพื้นที่ตากผ้าออกจากห้องนอนและห้องที่สมาชิกในบ้านใช้เวลาอยู่เป็นประจำ

เว้นระยะห่างระหว่างผ้า

          ไม่ควรแขวนเสื้อผ้าซ้อนกันหรือวางราวแน่นเกินไป ควรเว้นช่องให้อากาศไหลผ่านผ้าแต่ละชิ้น ซึ่งจะช่วยให้ผ้าแห้งเร็วและลดการเกิดกลิ่นอับ

ใช้พัดลมให้ถูกวิธี

          พัดลมช่วยให้อากาศเคลื่อนที่และทำให้ผ้าแห้งเร็วขึ้น แต่พัดลมเพียงอย่างเดียวไม่ได้กำจัดน้ำออกจากอากาศ ดังนั้น ควรเปิดพัดลมร่วมกับการเปิดทางระบายอากาศหรือใช้เครื่องลดความชื้น ไม่เช่นนั้นไอน้ำอาจเพียงกระจายไปทั่วห้อง

เปิดหน้าต่างช่วยระบายไอน้ำ

          หากฝนหยุดและอากาศภายนอกไม่ชื้นมาก สามารถเปิดหน้าต่างเพื่อช่วยระบายไอน้ำได้ แต่ในช่วงที่ฝนตกหนักหรืออากาศภายนอกชื้นจัด การเปิดหน้าต่างจะไม่ได้ช่วยลดความชื้นภายในห้องมากนัก จึงอาจใช้พัดลมดูดอากาศ เครื่องลดความชื้น หรือโหมด Dry ของเครื่องปรับอากาศแทน

ควบคุมความชื้นภายในห้อง

          ควรควบคุมความชื้นภายในบ้านให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 60% และหากเป็นไปได้ควรอยู่ประมาณ 30-50% เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดเชื้อรา โดยอาจใช้เครื่องวัดความชื้นสัมพัทธ์เพื่อตรวจสอบ หากความชื้นยังสูงเป็นเวลานานหลังตากผ้า ควรเพิ่มการระบายอากาศหรือใช้เครื่องลดความชื้น

เช็ดหยดน้ำและตรวจหาคราบเชื้อรา

          หากพบหยดน้ำตามกระจก ขอบหน้าต่าง หรือผนัง ควรเช็ดให้แห้ง ไม่ปล่อยให้เปียกชื้นต่อเนื่อง พร้อมตรวจตามมุมห้อง หลังตู้ หลังม่าน และบริเวณที่อากาศไหลเวียนไม่สะดวก ซึ่งมักเป็นจุดที่เชื้อราเริ่มขึ้นได้ง่าย

 ตากผ้าในห้องแอร์ช่วยได้ไหม

ตากผ้าในห้องอันตราย

          การตากผ้าในห้องแอร์อาจทำให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นก็จริง เพราะเครื่องปรับอากาศช่วยลดความชื้นบางส่วน แต่ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับขนาดห้อง เครื่องปรับอากาศ ปริมาณผ้า และความชื้นเดิมภายในห้องด้วย เช่น ถ้าตากผ้าจำนวนมากหรือเปิดเครื่องปรับอากาศเพียงแป๊บเดียว ความชื้นอาจยังคงสะสมอยู่ 

          ดังนั้น ถ้าต้องการตากผ้าในห้องแอร์ ควรเว้นระยะห่างของผ้า ไม่แขวนติดกันจนเกินไป พร้อมกับเปิดโหมด Dry หรือใช้เครื่องลดความชื้น นอกจากนี้ยังไม่ควรตากผ้าใกล้เตียงนอนหรือปล่อยให้ผ้าเปียกค้างอยู่หลายวัน เพราะจะเพิ่มโอกาสเกิดเชื้อราภายในห้องได้นั่นเอง

          การตากผ้าในห้องเป็นครั้งคราวไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ป่วยทันที แต่หากตากผ้าเป็นประจำในห้องปิดหรือพื้นที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท ไอน้ำจากผ้าอาจทำให้ความชื้นสะสม เกิดหยดน้ำและเชื้อราตามพื้นผิว ซึ่งอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ หอบหืด รวมถึงทำให้ตา ผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจระคายเคืองได้ ซึ่งถ้ามีอาการนานต่อเนื่อง ร่วมกับมีไข้  หายใจลำบาก หรือมีอาการรุนแรงเฉียบพลัน ควรไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจวินิจฉัยให้ชัดเจน

บทความที่เกี่ยวข้องกับหน้าฝน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : sciencealert.com, timesofindia.indiatimes.com, manchester.ac.uk, who.int, cdc.gov, epa.gov

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ตากผ้าในห้องบ่อย ๆ เสี่ยงป่วยไหม ? เปิด 5 ผลกระทบต่อสุขภาพที่หลายคนอาจมองข้าม อัปเดตล่าสุด 11 กันยายน 2569 เวลา 14:44:59
TOP
x close