ตากผ้าในห้องบ่อย ๆ อันตรายไหม
การตากผ้าในห้องอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะเมื่อตากเป็นประจำในห้องปิดหรือบริเวณที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เพราะหลังซักและปั่นหมาด เสื้อผ้ายังคงมีน้ำหลงเหลืออยู่ในเส้นใย เมื่อแขวนทิ้งไว้ น้ำจะค่อย ๆ ระเหยกลายเป็นไอน้ำและกระจายสู่อากาศ ทำให้ความชื้นภายในห้องเพิ่มสูงขึ้น
จากนั้น เมื่ออากาศอุ่นและความชื้นสัมผัสกับพื้นผิวที่เย็นกว่า เช่น กระจก หน้าต่าง ผนัง หรือเพดาน ไอน้ำอาจกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ หากพื้นผิวเหล่านี้เปียกชื้นต่อเนื่องก็จะกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญของเชื้อรา รวมถึงการเพิ่มจำนวนของไรฝุ่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ
ตากผ้าในห้องช่วงหน้าฝน
กระทบสุขภาพอย่างไร
1. กระตุ้นอาการภูมิแพ้
2. กระตุ้นอาการหอบหืด
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ระบุว่า คนที่เป็นโรคหอบหืดหรือแพ้เชื้อราอาจมีปฏิกิริยาต่อเชื้อรารุนแรงกว่าคนทั่วไป ดังนั้น ในคนกลุ่มนี้ถ้าต้องอยู่ในพื้นที่ชื้นหรือมีเชื้อราเป็นประจำ อาการต่าง ๆ ก็อาจกำเริบได้ เช่น ไอมากขึ้น หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอก หรือต้องใช้ยาบ่อยขึ้น เป็นต้น
ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าตากผ้าในห้องเพียงไม่กี่ครั้งจะทำให้เป็นโรคหอบหืด เพราะความเสี่ยงยังขึ้นอยู่กับระดับความชื้น ปริมาณเชื้อรา ระยะเวลาที่สัมผัส และปัจจัยสุขภาพของแต่ละคนด้วย
3. ระคายเคืองตา ผิวหนัง
4. เพิ่มความเสี่ยงอาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ
แม้จะเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง แต่การอาศัยอยู่ในบ้านหรืออาคารที่ชื้นและมีเชื้อราสัมพันธ์กับการเกิดอาการทางเดินหายใจได้หลายอย่าง เช่น คัดจมูกหรือแสบจมูก เจ็บหรือระคายคอ ไอ หายใจมีเสียงหวีด หายใจลำบาก หลอดลมอักเสบ ภูมิแพ้จมูก และการติดเชื้อทางเดินหายใจบางชนิด
อย่างไรก็ตาม ความชื้นหรือเชื้อราไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของอาการทุกกรณี เพราะจริง ๆ แล้วอาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ฝุ่น ควันบุหรี่ มลพิษภายนอกบ้าน สัตว์เลี้ยง โรคประจำตัว และการระบายอากาศภายในอาคาร แต่ความชื้นก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ความเสี่ยงเกิดอาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นได้
5. เสี่ยงติดเชื้อราในคนบางกลุ่ม
เชื้อราบางชนิด เช่น Aspergillus อาจทำให้เกิดโรคแอสเปอร์จิลโลซิส (Aspergillosis) ซึ่งส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ แต่ภาวะนี้พบไม่บ่อยในคนที่มีสุขภาพแข็งแรง เพราะคนส่วนใหญ่สามารถหายใจเอาสปอร์ของเชื้อราที่พบทั่วไปในสิ่งแวดล้อมเข้าไปโดยไม่เกิดอาการรุนแรง
ทั้งนี้ มีคนบางกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เช่น คนที่ป่วยด้วยโรคหอบหืดหรือโรคปอดเรื้อรัง คนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง คนที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เป็นต้น ดังนั้น คนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ควรหลีกเลี่ยงการพักอาศัยในห้องที่ชื้น มีกลิ่นอับ หรือพบเชื้อราชัดเจน
เช็กสัญญาณ ห้องชื้นเกินไปหรือยัง
- ผ้าใช้เวลานานกว่าปกติกว่าจะแห้ง
- ผ้าหรือห้องมีกลิ่นอับ
- มีหยดน้ำเกาะกระจกหรือหน้าต่าง
- ผนังและเพดานมีคราบน้ำหรือจุดสีดำ เขียว น้ำตาล
- สีทาผนังลอกหรือวอลเปเปอร์พอง
- เฟอร์นิเจอร์ ตู้เสื้อผ้า หรือที่นอนมีกลิ่นชื้น
- เสื้อผ้าที่เก็บในตู้มีกลิ่นอับหรือมีจุดเชื้อรา
- คนในบ้านจาม คัดจมูก ไอ หรือหอบมากขึ้นเมื่ออยู่ในห้อง
เคล็ดลับตากผ้าในห้องให้ปลอดภัยขึ้น
ปั่นผ้าให้หมาดที่สุด
ตากผ้าบริเวณที่ระบายอากาศได้
เว้นระยะห่างระหว่างผ้า
ใช้พัดลมให้ถูกวิธี
เปิดหน้าต่างช่วยระบายไอน้ำ
ควบคุมความชื้นภายในห้อง
เช็ดหยดน้ำและตรวจหาคราบเชื้อรา
ตากผ้าในห้องแอร์ช่วยได้ไหม
การตากผ้าในห้องแอร์อาจทำให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นก็จริง เพราะเครื่องปรับอากาศช่วยลดความชื้นบางส่วน แต่ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับขนาดห้อง เครื่องปรับอากาศ ปริมาณผ้า และความชื้นเดิมภายในห้องด้วย เช่น ถ้าตากผ้าจำนวนมากหรือเปิดเครื่องปรับอากาศเพียงแป๊บเดียว ความชื้นอาจยังคงสะสมอยู่
ดังนั้น ถ้าต้องการตากผ้าในห้องแอร์ ควรเว้นระยะห่างของผ้า ไม่แขวนติดกันจนเกินไป พร้อมกับเปิดโหมด Dry หรือใช้เครื่องลดความชื้น นอกจากนี้ยังไม่ควรตากผ้าใกล้เตียงนอนหรือปล่อยให้ผ้าเปียกค้างอยู่หลายวัน เพราะจะเพิ่มโอกาสเกิดเชื้อราภายในห้องได้นั่นเอง
บทความที่เกี่ยวข้องกับหน้าฝน
ขอบคุณข้อมูลจาก : sciencealert.com, timesofindia.indiatimes.com, manchester.ac.uk, who.int, cdc.gov, epa.gov






