x close

เมนูอาหารสุขภาพสื่อรัก สีสันถ่ายทอดอารมณ์หวาน





เมนูอาหารสุขภาพสื่อรัก สีสันถ่ายทอดอารมณ์หวาน (ไทยโพสต์)

          หลักแพทย์แผนไทยกล่าวไว้ว่า "สี" นอกจากจะสื่อรักและบอกอารมณ์ได้แล้ว สียังช่วยทำให้สุขภาพกายและสุขภาพใจแข็งแรงขึ้นได้ด้วย และแม้ว่าสีต่าง ๆ นั้นเป็นเรื่องของธรรมชาติ แต่ก็สามารถหล่อหลอมเข้ากับร่างกายมนุษย์ได้เช่นเดียวกัน

          ดังนั้นการนำสมุนไพรไทยหลากสีสันมาเปลี่ยนเป็นเมนูสุขภาพ
เช่น การเลือกกระเจี๊ยบที่เป็นตัวแทนของสีแดง มาปรุงเป็นเมนู "กระเจี๊ยบกวน" สำหรับช่วยบำรุงหัวใจและลดไขมันในเลือด หรือหยิบดอกดาวเรือง ซึ่งเป็นตัวแทนของสีเหลือง มาทำเป็น "ชาดอกดาวเรือง" ก็สามารถเพิ่มธาตุเหล็ก บำรุงสมอง และบำรุงสายตาสำหรับผู้ที่เหนื่อยล้าจากการใช้สายตาได้เช่นกัน หรือจะเป็นเมนูเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ให้สีม่วงจาก "ดอกอัญชัน" ก็สามารถช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดได้เป็นอย่างดี

          เรียกได้ว่าประโยชน์ของการหยิบสมุนไพรพื้นบ้านเหล่านี้ ขึ้นมาปรุงเป็นเมนูอาหารที่นอกจากจะช่วยทำให้สุขภาพดีแล้ว แต่การนำไอเดียสุดสร้างสรรค์เหล่านี้ ไปปรุงเป็นของขวัญมอบให้กับคนที่รักในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ก็ถือเป็นเมนูสุขภาพที่สุดพิเศษ เพราะปรุงด้วยใจและความรัก และที่สำคัญมีวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก




          น.ส.แววใจ พิมพ์พิลา นักการแพทย์แผนไทย รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร บอกว่า สำหรับเมนูกระเจี๊ยบกวนที่เป็นตัวแทนของสีแดง หรือสีที่ช่วยกระตุ้นความตื่นเต้นนั้นเหมาะสำหรับคนธาตุลม เนื่องจากคนธาตุลมจะมีความแปรปรวน อ่อนไหว ขี้หนาวขี้ร้อน ดังนั้นหากได้สีแดงซึ่งเป็นสีที่สื่อให้เห็นถึงความเข้มแข็งอดทน ก็จะช่วยให้ผู้ที่เกิดธาตุลมมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และนอกจากสรรพคุณที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว การรับประทานกระเจี๊ยบยังสามารถกระตุ้นความจำ และทำให้เซลล์ประสาททำหน้าที่ได้ดีอีกด้วย และที่สำคัญยังสามารถเป็นยาระบายได้ดีเช่นกัน เนื่องจากกระเจี๊ยบนั้นมีรสเปรี้ยว

          สำหรับวิธีการปรุงกระเจี๊ยบกวนนั้น เริ่มจากการนำดอกกระเจี๊ยบ 500 กรัม ตามด้วยน้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง น้ำตาล 2 ถ้วยตวง เกลือ 1 ช้อนชา หลังจากนั้นให้นำกระเจี๊ยบไปต้มจนเละ นำไปปั่นจนละเอียดและนำไปกวนต่อ เติมส่วนผสมที่เตรียมไว้ แล้วกวนต่อไปเรื่อย ๆ จนแห้ง จากนั้นเพิ่มความเก๋ด้วยการเทกระเจี๊ยบกวนลงบนแม่พิมพ์รูปหัวใจ แล้วไปตากจนแห้ง ก็จะได้กระเจี๊ยบกวนรูปหัวใจ ที่นอกจากจะสวยและแปลกแล้ว ยังทำให้สุขภาพดีได้อีกด้วย


ชาดอกดาวเรือง

          ต่อกันด้วยเมนูเครื่องดื่มที่ช่วยบำรุงสมอง และเพิ่มธาตุเหล็กในร่างกายอย่าง "ชาดอกดาวเรือง" ตัวแทนของสีเหลือง หรือสีที่ช่วยกระตุ้นความรู้สึกให้ดูสดใสกระฉับกระเฉงตื่นตัว ซึ่งเหมาะสำหรับคนธาตุน้ำและธาตุดิน ที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เชื่องช้า ขั้นตอนในการชงชาดอกดาวเรืองนั้น เริ่มต้นที่การนำดอกดาวเรืองแก่ตากแห้ง 1 ดอก ต้มในน้ำร้อนประมาณ 1 แก้ว หรือผสมน้ำร้อนชงดื่มก็ได้เช่นกัน

          สำหรับชาดอกดาวเรืองนี้ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดัน และผู้ที่ใช้สายตาในการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หมอแววแนะนำให้ดื่มชาดอกดาวเรืองได้ 3 มื้อภายใน 1 วัน


ชาดอกอัญชัน


          ส่วนเมนูเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพลำดับต่อมาคือ "ชาดอกอัญชัน" ที่ให้สีม่วง และมีสรรพคุณช่วยบำรุงสายตา และยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในร่างกายได้ดีอีกด้วย เนื่องจากดอกอัญชันมีรสเย็น จึงเหมาะสำหรับคนที่เกิดในธาตุไฟที่มักใจร้อน ขี้หงุดหงิด และที่สำคัญมีอาการร้อนในได้ค่อนข้างบ่อย

          สำหรับขั้นตอนในการชงชาดอกอัญชันนั้น นักการแพทย์แผนไทยบอกว่า ใช้หลักการเดียวกับการชงชาดอกดาวเรือง โดยเลือกดอกอัญชัญตากแห้ง 4-5 ดอกสำหรับการชงดื่มในแต่ละครั้ง นอกจากนี้ดอกอัญชัญยังใช้กับภายนอกร่างกายได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการป้องกันการหลุดร่วงของเส้นผม หรือทำให้ขนคิ้วดกดำ

          นอกจากการนำสมุนไพรหลากสีมาปรุงเป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพแล้ว การนำหญ้าดอกขาวสมุนไพรพื้นบ้านที่เป็นตัวแทนของสีขาว ซึ่งมีสรรพคุณแก้ร้อนใน แก้หอบหืด มามอบเป็นช่อดอกไม้ เพื่อแสดงออกถึงความรักที่บริสุทธิ์ในเทศกาลแห่งความรัก หรือการนำใบเตยมาพับเป็นรูปดอกกุหลาบ เพื่อมอบให้ผู้ที่ไม่สมหวังในเรื่องของความรัก สีเขียวและกลิ่นหอมของใบเตยจะช่วยในการบำรุงหัวใจ และสร้างความสดชื่นให้กับผู้รับได้ หรือมอบช่อดอกบานไม่รู้โรยสีชมพูสดใส เพื่อสื่อถึงความรักที่ไม่โรยรา ก็สามารถทำได้เช่นกัน เพราะสีแต่ละสีนั้นนอกจากจะช่วยสื่ออารมณ์ได้แล้ว ยังช่วยสร้างความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าให้กับผู้พบเห็นได้อีกด้วย


เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย 




ขอขอบคุณข้อมูลจาก





เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เมนูอาหารสุขภาพสื่อรัก สีสันถ่ายทอดอารมณ์หวาน อัปเดตล่าสุด 29 พฤศจิกายน 2556 เวลา 11:20:11 1,332 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP