
โอ๊ะ!! กระบังลม หย่อน (ธรรมลีลา)
โดย : ปุญญวีณ์
หญิงไทยร้อยละ 70 จะมีปัญหาเกี่ยวกับกระบังลมหย่อน..ยิ่งอายุมากกระบังลมก็หย่อนมากขึ้น
รอบรู้โรคภัยในครั้งนี้มีเรื่องเฉพาะของผู้หญิงมาฝากกันค่ะ เป็นเรื่องที่ผู้หญิงควรรู้ไว้ก่อนจะสายเกินไป นั่นก็คือ กระบังลมหย่อน ซึ่ง รศ.พญ.มานี ปิยะอนันต์ หัวหน้าภาควิชาสูติศาสตร์นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้เขียนบอกถึงสาเหตุ อาการและการป้องกันไว้ดังนี้ค่ะ
หญิงไทยร้อยละ 70 จะมีปัญหาเกี่ยวกับกระบังลมหย่อนไม่มากก็น้อย และมักเกิดในหญิงที่เคยคลอดบุตรมากแล้ว โดยเกิดขึ้นตั้งแต่หลังคลอดบุตร เนื่องจากกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อและเอ็นต่าง ๆ จะยืดออกมาในขณะคลอดบุตร และเมื่อเข้าสู่วัยหมดระดู กล้างเนื้อ เนื้อเยื่อ และเอ็นต่าง ๆ จะยิ่งหย่อนมากขึ้น เนื่องจากระดับฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกายลดลง ยิ่งอายุมากกระบังลมก็หย่อนมากขึ้น และแม้แต่ในหญิงที่ไม่เคยคลอดบุตรก็ยังพบว่ามีกระบังลมหย่อนได้

1. การคลอดบุตรตามที่ได้กล่าวมาแล้วในตอนต้น
2. ไอเรื้อรัง จากการเป็นโรคปอด โรคภูมิแพ้ การไอแต่ละครั้งจะทำให้แรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบทำให้กระบังลมหย่อนมากขึ้น
3. ท้องผูก ถ่ายอุจจาระลำบาก ผู้หญิงบางคนถ่ายอุจจาระยาก หลาย ๆ วันถ่ายครั้งหนึ่ง การเบ่งอุจจาระบ่อย ๆ จะทำให้กระบังลมหย่อนมากขึ้น และในผู้หญิงสูงอายุอาการท้องผูกจะยิ่งมีมากขึ้น เนื่องจากปัญหาเรื่องฟันที่ไม่สามารถจะเคี้ยวผัก และผลไม้บางอย่างได้

อาการของกระบังลมหย่อน ขึ้นอยู่กับกระบังลมจะหย่อนมากน้อยแค่ไหนอาการทั่วไป ได้แก่
1. มีอาการหน่วงช่องคลอด ในรายที่กระบังลมหย่อนไม่มาก
2. มีก้อนโผล่ออกมาที่ช่องคลอด ซึ่งอาจจะเป็นผนังช่องคลอดหรือปากมดลูกโผล่ออกมานอกช่องคลอด หรือบางรายอาจจะเป็นมากจนมดลูกออกมาอยู่นอกช่องคลอดทั้งหมด
3. มีเลือดออกหลังวัยหมดระดู เนื่องจากปากมดลูกโผล่ออกมานอกช่องคลอดและถูกเสียดสี ทำให้เกิดแผลขึ้น ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ อาจจะเป็นเนื้อรายได้
4. มีปัญหาการขับถ่ายปัสสาวะ ขึ้นอยู่กับว่ากระบังลมนั้นหย่อนมากน้อยแค่ไหนอาการที่พบเสมอ ได้แก่





การรักษาคือการผ่าตัดซึ่งมีความเสี่ยงสูง เพราะในผู้สูงอายุ ร่างกายจะเสื่อมลงทุกระบบ มักมีโรคประจำตัวหลายอย่าง เช่น โรคปอด โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้มีความเสี่ยงในการผ่าตัด ดังนั้น การป้องกันกระบังลมหย่อนจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก

การป้องกันกระบังลมหย่อนเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก เพียงแต่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ




1. สำหรับวัยเด็ก วันรุ่น และวัยหนุ่มสาวส่วนใหญ่ควรจะเล่นกีฬา หรือวิ่งก็ได้ในวัยสูงอายุต้องออกกำลังกายโดยไม่ใช้น้ำหนักมาก และไม่ควรกระโดด การออกกำลังกายที่ดีต้องให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เพื่อเพิ่มการฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อาจจะใช้วิธีเดินเร็ว ๆ ขึ้นบันไดหรือว่ายน้ำ เป็นต้น การออกกำลังกายควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 20 นาที และอย่าลืมถามตัวเองว่า วันนี้ท่านออกกำลังกายแล้วหรือยัง
2. กินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการต้องกินอาหารให้ครบทุกหมู่ โดยเฉพาะผักและผลไม้ เพราะจะช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น

3. ควรถ่ายอุจจาระทุกวัน เพราะถ้าอุจจาระค้างอยู่ในลำไส้นาน น้ำบางส่วนจะถูกดูดซึมออกไป ทำให้ถ่ายยาก ต้องเบ่งอุจจาระมากและอุจจาระที่แข็งจะไปครูดทวารหนัก ทำให้เกิดแผลและกลายเป็นริดสีดวงทวาร

4. ขมิบก้น เพื่อทำให้กล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ และเอ็นบริเวณกระบังลมแข็งแรงขึ้น การขมิบก้นต้องทำวันละหลายสิบครั้งจะได้ผล เพื่อไม่ให้ลืมทำควรขมิบก้นหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้วทุกมื้อนับให้ได้ 30 ครั้งทุก ๆ วัน จะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและกระบังลมจะไม่หย่อนมากขึ้น



การขมิบก้นแต่ละครั้งควรขมิบและเกร็งไว้ 5 วินาทีก่อนแล้วจึงคลายออก โดยทำหลังอาหาร 30 ครั้งทุกวันและทุกมื้อจะได้ผลดีมาก
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
