ว่าด้วยเรื่องหุบ ๆ ของผู้หญิง

ผู้หญิง

ว่าด้วยเรื่องหุบ ๆ ของผู้หญิง (Momypedia)
โดย: พริบพราย

เรื่องเล็กที่ผลกระทบไม่เล็กด้วย

          เรื่องหุบ ๆ เนี่ย เป็นหัวข้อที่น่าสนใจขึ้นมา ก็เพราะความสุขทางเพศของผู้หญิงวัยประมาณ 30-40 ปีที่มีลูกและสามีแล้วบางคนลดน้อยถอยลงไป หรือสามีไม่พึงพอใจกับการมีเพศสัมพันธ์ด้วย ปัญหาส่วนตัวนี้ ไม่ค่อยมีใครใคร่จะเปิดอกถกกันแบบปัญหาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง หรือรีบวิ่งปรึกษาหมอง่าย ๆ กันนัก
           
          ยาหุบจึงแอบโฆษณา ผลุบ ๆ โผล่ ๆ ในหน้านิตยสารระดับล่างบางประเภท มารู้อีกทีว่ามีผู้ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในต่างจังหวัด ไม่เว้นสาวออฟฟิศชาวเมือง ก็เมื่อตอนเป็นข่าวนั่นล่ะค่ะ ด้วยสรรพคุณที่เขาโฆษณาชวนให้เกิดจินตนาการวาดหวังว่า ใช้ยาชนิดนี้สอดเข้าไปในช่องคลอดแล้ว จะช่วยกระชับช่องคลอดให้หุบปุ๊บ ฟิตเปรี๊ยะ ความสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามจะดีขึ้นเป็นที่พอใจกันทั้งสองฝ่าย
           
จริงหรือนั่น?

          เราจึงแวะไปขอความเห็นจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านสูตินรีเวช รศ.พญ.เสาวคนธ์ อัจจิมากร ภาควิชาสูติศาสตร์นรีเวชวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี คุณหมอชี้แจงให้ฟังว่า
         
          "เรื่องนี้มีการพูดกันมานานแล้ว ตั้งแต่หมอจบมาใหม่ ๆ อาจจะทำให้ช่องคลอดแห้ง แต่ไม่น่าจะถึงกับหุบได้ บางคนถึงกับใช้สารส้ม เพื่อทำให้ผิวช่องคลอดสาก ช่วยให้ผู้ชายเกิดความรู้สึกทางเพศดีขึ้น"
        
          "ผิวของช่องคลอดก็เหมือนกับผิวหนังชนิดหนึ่ง ยาพวกนี้อาจทำให้เกิดความหยาบทำให้รู้สึกคล้ายกับกระชับขึ้น มากกว่าจะเป็นการกระชับโดยแท้จริง
        
          "การใช้สารส้มทาภายในช่องคลอด อาจทำให้ผิวลอกหลุดหรือเกิดการอักเสบง่ายขึ้น ปากช่องคลอดเป็นส่วนที่ปิด เราไม่ควรนำของแปลกปลอมเข้าไป แม้กระทั่งการทำความสะอาด ชำระล้างข้างนอกก็พอเพียงแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าไปถึงข้างใน มือของเราอาจมีขี้เล็บหรือเชื้อโรคที่สกปรกกว่า"
        
          เมื่อพูดถึงหุบแรก ทำให้นึกถึงหุบอีกวิธีหนึ่ง การทำรีแพร์ไงคะ

          การทำรีแพร์ก็เป็นวิธีหนึ่ง ในการปรับปรุงซ่อมแซมให้ช่องคลอดกระชับคล้ายกับสภาพเดิม มักมีการเข้าใจผิดว่า หากไม่พึงพอใจในการมีเพศสัมพันธ์ จะต้องพึ่งพาการผ่าตัดทำรีแพร์ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำวิธีนี้ได้ แพทย์จะดูเป็นรายคนไป บางคนมีผนังช่องคลอดหย่อนจริงจึงผ่าตัดให้

          ผนังช่องคลอด ก็เหมือนกับลูกโป่งค่ะ ลูกโป่งที่เคยเป่าแล้ว ก็ไม่สามารถกลับคืนมาสู่สภาพเดิมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ การคลอดแบบธรรมชาติที่บ้านในสมัยก่อน ทำให้เกิดการฉีกขาดของฝีเย็บ หมอไม่ได้เย็บซ่อมแซมก็มักพบปัญหา แต่กับการแพทย์สมัยใหม่ คลอดลูกในโรงพยาบาล ครอบครัวหนึ่งเฉลี่ยมีลูกประมาณ 2 คน ไม่ได้มีเป็นโหลอย่างรุ่นคุณย่าคุณยาย เมื่อหมอตรวจดูแล้วมักจะไม่ค่อยพบว่าต้องเย็บซ่อมแซมช่องคลอด หรือทำรีแพร์ นอกจากรายที่มีปัญหาจากสาเหตุอื่น เช่น กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ช่องคลอดหย่อนจากการคลอดลูก หมอจึงจะผ่าตัดให้เพื่อการรักษา
          
          การทำรีแพร์ก็มีทั้งผลดีและเสีย การทำได้ผลดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของหมอ หากทำฝีเย็บสูงเกินไป ผนังช่องคลอดด้านในยังหย่อนอยู่ เมื่อมีเพศสัมพันธ์จะรู้สึกเจ็บแทนที่จะรู้สึกดีขึ้น นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการเสียเลือด ดมยา เสี่ยงต่อผนังกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ทะลุ และยังเสี่ยงต่อการผ่าตัดออกมาแล้วได้ผลไม่เป็นที่พอใจ เพราะการผ่าตัดให้ได้ขนาดที่เหมาะสมอาศัยความชำนาญของหมอ ครั้นจะไปวัดขนาดของคุณผู้ชายมาให้พอดีกัน ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เสียอีก
          
          วัยทองของผู้หญิงเรา ก็เป็นช่วงวัยที่มีปัญหาเช่นกัน มักจะเจ็บเวลาเวลามีเพศสัมพันธ์ เพราะฮอร์โมนลดลงทำให้ผนังช่องคลอดบางลง คลื่นลอนที่เคยสร้างแรงเสียดสีก็เรียบลงไป ช่องคลอดแห้งลงไป ก็จะเป็นแผลถลอกง่าย เจ็บ อาจมีเลือดออก จึงไม่ต้องการมีเพศสัมพันธ์กับสามี

          คุณหมอเล่าให้ฟังว่า ผู้หญิงที่มาปรึกษาด้วยปัญหาความสุขทางเพศนั้น ส่วนใหญ่มาเพราะสามีไม่มีความสุขทางเพศ หรือสามีไปมีเมียน้อย มากกว่าจะเป็นเพราะตัวเองไม่ได้รับความพึงพอใจ ปัญหาความสุขทางเพศที่เกิดขึ้น จึงไม่ได้มาจากสาเหตุจากการมีเพศสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว แต่ประกอบขึ้นจากเรื่องราวแวดล้อมหลาย ๆ ข้อรวมกัน จากความเคยชินที่อยู่ด้วยกันมานานจึงเกิดความเบื่อหน่าย การไม่ได้ดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน
        
          "คนอยู่ด้วยกันนาน ๆ อาจจะพูดไม่หวานขานไม่เพราะเท่ากับเมื่อก่อน อาจขี้เกียจปรนนิบัติเอาอกเอาใจ กินข้าวซ้ำ ๆ ทุกวันอาจเบื่อ อยากเปลี่ยนไปกินก๋วยเตี๋ยวบ้าง แต่ว่าการที่ผู้ชายจะไปแล้วมาบอกผู้หญิงว่า ฉันเบื่อเธอเพราะเธอให้ความสุขกับฉันไม่พอ ผู้หญิงก็จะรู้สึกเสียใจ"
          
          "หมอมักจะบอกคนไข้ว่า ไม่เชื่อว่าปัญหาจะมาจากจุดเดียว ของอย่างนี้อยู่ที่วิธีการด้วย ไม่ใช่อยู่ที่ของที่เรามีอย่างเดียว บางทีไม่มีอารมณ์ก็ยิ่งไม่สนใจ สามีไม่เข้าใจ หมอแนะนำให้บอกกับสามี กินอาหารรสชาติต้องถูกปากทั้งสองฝ่ายจึงจะอร่อย ภรรยาชอบเปรี้ยว สามีชอบเค็ม ทำเค็มภรรยาก็ไม่ชอบ ทำเปรี้ยวอย่างเดียวสามีก็ไม่ชอบ ต้องปรับเข้าหากัน อาจไม่อร่อยที่สุด แต่ก็อร่อยสำหรับทั้งสองฝ่าย ความพึงพอใจซึ่งกันและกันเป็นเรื่องสำคัญ
         
          "การมีเพศสัมพันธ์ไม่ใช่ต้องเป็นท่วงท่า เวลา สถานที่เดิม ๆ เสมอไป ถ้าเราแต่งงานกันก็เหมือนเพื่อนกัน ต้องคุยกันได้ ความเข้าใจในครอบครัวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ มีความเกี่ยวข้องกันแน่นอน บอกความพึงพอใจและไม่พึงพอใจต่อกันได้ ถ้าดีต้องชม เพื่อเป็นการให้กำลังใจแก่กันและกัน สิ่งไม่พอใจก็ต้องบอก ไม่บอกแล้วเก็บกดเวลาระเบิดจะรุนแรง
       
          "จริง ๆ แล้วคนเราสามารถมีเพศสัมพันธ์กันได้ตลอดชีวิต ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นคนตัณหาจัด การมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้มีเพียงทางเดียว ใช้วิธีอื่นหรือทางอื่นได้ โอบกอดสัมผัสกัน หรือใช้ออรัลเซ็กซ์ ก็นำความพึงพอใจในเพศสัมพันธ์ได้เช่นกัน" คุณหมอสรุปให้เราฟัง

          อ้อ! ยังมีอีกวิธีหนึ่งด้วยนะคะ สำหรับคนที่ปกติไม่มีหย่อนยาน นำไปใช้ได้ผลชะงัด นั่นก็คือการออกกำลังกายกล้ามเนื้อส่วนนั้นของเราหรือ "ขมิบ" นี่ละค่ะ
         
          ขมิบเพียงวันละ 100 ครั้ง ทำเวลาไหนก็ได้ จะนั่งทำงานอยู่ เดินขึ้นรถเมล์ ซักผ้ากวาดบ้าน ไม่ต้องทำคราวเดียวกัน 100 ครั้ง ขอให้รวม ๆ แล้ว 100 ครั้งต่อวัน กล้ามเนื้อก็จะแข็งแรงขึ้นค่ะ เวลาทำเราก็ไม่ต้องไปบอกใครนี่คะว่าเรากำลังเอ็กเซอร์ไซส์ส่วนนั้นอยู่ ราว ๆ 3-6 เดือนก็เห็นผลแล้ว

          ถ้าได้ผลดีก็ดีใจด้วยค่ะ เห็นไหมคะมีทางออกอีกตั้งหลายวิธี ไม่ต้องลองยาหุบ หรือไปผ่าตัดทำรีแพร์ให้เจ็บตัว แอบไปทำหุบ แล้วไม่คุยกับคุณซะมีให้รู้เรื่องก่อน เขาซุ่มไปเพิ่มขนาดบ้าง ใช้กันไม่ได้ ต้องไปซ่อมใหม่อีกรอบไม่รู้ด้วยนะคะ



  เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย 

คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ




ขอขอบคุณข้อมูลจาก



ว่าด้วยเรื่องหุบ ๆ ของผู้หญิง โพสต์เมื่อ 9 ธันวาคม 2552 เวลา 15:46:25 22,513 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: ว่าด้วยเรื่องหุบ ๆ ของผู้หญิง ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP