บริจาคอวัยวะ ตับ ไต หัวใจ ได้ที่ไหน ต้องทำยังไงบ้าง

           อยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะ ว่าต้องทำยังไง บริจาคอวัยวะอะไรได้บ้าง เรามีข้อมูลมาไขความกระจ่างให้

          การให้ที่ไม่สิ้นสุดคือการให้ชีวิต อย่างการบริจาคอวัยวะเพื่อต่อชีวิตให้ผู้ป่วยได้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติก็เป็นมหากุศลอย่างหนึ่งเช่นกัน ว่าแต่เราสามารถบริจาคอวัยวะที่ไหนได้บ้าง แล้วอวัยวะใดที่สามารถบริจาคได้ มาศึกษารายละเอียดในการบริจาคอวัยวะกันค่ะ

 

บริจาคอวัยวะ

บริจาคอวัยวะคืออะไร

          การบริจาคอวัยวะคือการบริจาค “เครื่องใน” ของเรา เช่น ตับ ไต หัวใจ ตับอ่อน ลิ้นหัวใจ ปอด ที่ยังมีสภาพสมบูรณ์ ให้กับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องเข้ารับการปลูกถ่ายอวัยวะใหม่ เพื่อรักษาโรค หรือต่อลมหายใจให้เขาได้ดำเนินชีวิตตามปกติได้

 

บริจาคร่างกาย VS บริจาคอวัยวะ ต่างกันอย่างไร

          การบริจาคอวัยวะกับการบริจาคร่างกายมีจุดประสงค์ที่ต่างกันนะคะ โดยการบริจาคอวัยวะ ทางแพทย์จะนำอวัยวะ เช่น หัวใจ ปอด ตับ ไต หรืออวัยวะอื่น ๆ ที่ยังสามารถใช้งานได้ดีไปปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยที่รอรับบริจาคอวัยวะ และหลังจากทำการปลูกถ่ายอวัยวะเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะมอบร่างผู้เสียชีวิต (คนที่บริจาคอวัยวะ) กลับคืนให้ครอบครัวได้นำไปประกอบพิธีทางศาสนา

 

          ส่วนการบริจาคร่างกาย คือการบริจาคร่างกายเราหลังจากเสียชีวิตไปแล้ว เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้ทำการศึกษา หรือที่เรียกกันว่า “อาจารย์ใหญ่” นั่นเองค่ะ โดยการบริจาคร่างกายจะต้องมอบร่างกายของเราให้นักศึกษาแพทย์ได้ทำการศึกษา ดังนั้นทางโรงพยาบาลจะไม่มอบร่างผู้เสียชีวิตให้กับญาติ แต่จะเก็บร่างไว้ในโรงพยาบาลแทน แล้วหลังจากเป็นอาจารย์ใหญ่ได้ 2 ปี ทางคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลนั้น ๆ จะประกอบพิธีทางศาสนาให้อาจารย์ใหญ่เอง

 

บริจาคอวัยวะอะไรได้บ้าง

          อวัยวะที่สามารถบริจาคเพื่อไปช่วยเหลือผู้อื่น ได้แก่

               * หัวใจ

               * ลิ้นหัวใจ

               * ปอด

               * ตับ

               * ตับอ่อน

               * ไต

               * เนื้อเยื่อต่าง ๆ เช่น ผิวหนัง กระดูก เส้นเอ็น กระจกตา

 

บริจาคอวัยวะ

ใครบริจาคอวัยวะได้บ้าง

          คุณสมบัติผู้บริจาคอวัยวะ โดยทั่วไปมีรายละเอียด ดังนี้

          1. อายุไม่เกิน 70 ปี

          2. เสียชีวิตจากสภาวะสมองตายด้วยสาเหตุต่าง ๆ

          3. ไม่ป่วยโรคติดเชื้อ และโรคมะเร็ง

          4. ไม่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หัวใจ โรคไต ความดันโลหิตสูง โรคตับ และไม่ติดสุรา

          5. อวัยวะที่จะบริจาคต้องทำงานได้ดี

          6. ปราศจากเชื้อที่ถ่ายทอดทางการปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ไวรัสตับอักเสบชนิดบี, ไวรัสเอดส์ ฯลฯ

          7. ควรแจ้งเรื่องการบริจาคอวัยวะให้บุคคลในครอบครัวหรือญาติรับทราบด้วย

          ทั้งนี้เกณฑ์ในการรับบริจาคอวัยวะในแต่ละที่อาจมีความแตกต่างกันไป ดังนั้นควรสอบถามกับสถานที่ที่เราจะไปบริจาคอวัยวะโดยตรง

 

บริจาคอวัยวะได้ที่ไหน

อยากบริจาคอวัยวะ ต้องทำอย่างไร

          ขั้นตอนการบริจาคอวัยวะ สามารถทำได้โดยมีรายละเอียด ดังนี้

          1. กรอกรายละเอียดในใบแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะให้ชัดเจน โดยสามารถขอใบแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะได้ที่

          - ศูนย์รับบริจาคอวัยวะข้างต้น (สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, โรงพยาบาลขอนแก่น, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, โรงพยาบาลสงขลานครินทร์)

          - ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

          -  สำนักเหล่ากาชาดจังหวัด หรือสำนักงานกึ่งกาชาดอำเภอ ทุกจังหวัด

          -  เครือข่ายศูนย์รับบริจาคอวัยวะ โรงพยาบาลประจำจังหวัดในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

          - โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั่วประเทศ

          - สถานที่ออกหน่วยรับบริจาคอวัยวะเคลื่อนที่

          - แจ้งความจำนง เมื่อไปทำบัตรประจำตัวประชาชน ได้ที่สำนักเขต และที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ

          - โทร. 1666 เพื่อขอให้ส่งใบแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะมาให้ทางไปรษณีย์

          - ดาวน์โหลดใบแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะที่เว็บไซต์ organdonate.in.th 

          โดยกรณีที่รับเอกสารจากไปรษณีย์ หรือดาน์โหลดเอกสารจากเว็บไซต์ เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อย ให้พิมพ์ใบแสดงความจำนงฯ แล้วส่งมาที่ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย สภากาชาดไทย อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺโน) ชั้น 5 ถนนอังรีดูนังต์ ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 หลังจากนั้นทางศูนย์รับบริจาคอวัยวะจะส่งบัตรประจำตัวผู้มีความจำนงบริจาคอวัยวะให้ตามที่อยู่ที่ระบุไว้

          2. หลังจากได้รับบัตรประจำตัวผู้มีความจำนงบริจาคอวัยวะจากศูนย์รับบริจาคอวัยวะแล้ว ให้กรอกชื่อและรายละเอียดการบริจาคลงในบัตรให้เรียบร้อย

          3. เก็บบัตรประจำตัวผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะไว้กับตัวท่าน หากสูญหายกรุณาติดต่อศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยทันที

          4. ควรแจ้งให้ญาติทราบว่าได้ทำเรื่องบริจาคอวัยวะไว้ในระหว่างมีชีวิตอยู่

 

ทำไมถึงนำอวัยวะผู้เสียชีวิตมาบริจาคได้

          ในการบริจาคอวัยวะ แพทย์จะรับอวัยวะจากผู้ป่วยที่มีภาวะสมองตาย แต่ยังให้เครื่องช่วยหายใจอยู่ และตราบใดที่ร่างกายยังมีออกซิเจนไหลเวียนในเลือด เลือดก็ยังไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ให้ทำงานได้ตามปกติ ดังนั้นจึงสามารถนำอวัยวะของผู้ที่มีภาวะสมองตาย ไปปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะใหม่เพื่อความอยู่รอด 

 

ภาวะสมองตายคืออะไร

           ภาวะสมองตาย คือ ภาวะที่สมองถูกทำลายจนสูญเสียการทำงานอย่างสิ้นเชิงและถาวร ไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้นใด ๆ ไม่สามารถหายใจได้เอง ไม่สามารถรักษาให้ฟื้นคืนชีพได้อีก ซึ่งทางการแพทย์จะถือว่าผู้ที่มีภาวะสมองตาย เสียชีวิตแล้ว  โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะสมองตายมาจากการบาดเจ็บที่สมองอย่างรุนแรง หรือเส้นเลือดแตกในสมอง หรือเลือดออกในช่องสมอง ซึ่งการวินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีภาวะสมองตายหรือไม่ ต้องตรวจโดยแพทย์ไม่น้อยกว่า 3 คน

 

อยากบริจาคอวัยวะ แต่ยังไม่เสียชีวิต บริจาคได้ไหม

          การบริจาคอวัยวะสามารถบริจาคได้ทั้งในตอนที่มีชีวิตอยู่ และตอนที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยอวัยวะที่สามารถบริจาคได้ตอนมีชีวิตอยู่ ได้แก่ ไต ตับ ไขกระดูก เป็นต้น แต่กรณีนี้ ทั้งผู้บริจาคและผู้รับบริจาคต้องเป็นญาติโดยสายเลือด หรือคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายกันไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือมีบุตรที่เกิดจากสามี ภรรยาคู่นั้นเท่านั้น

 

หากผู้บริจาคอวัยวะเสียชีวิตแล้ว ญาติควรทำอย่างไร

          ในกรณีที่ญาติรับทราบว่าผู้เสียชีวิตได้แสดงความจำนงในการบริจาคอวัยวะไว้ ญาติควรโทรแจ้งศูนย์บริจาคอวัยวะทันทีหลังผู้บริจาคเสียชีวิต โดยแจ้งได้ที่ โทร. 1666 หรือ 0-2256-4045-6 ซึ่งแพทย์จะตรวจร่างกายเพื่อประเมินสภาพการทำงานของอวัยวะว่าเหมาะสมสำหรับนำไปปลูกถ่ายให้แก่ผู้ป่วยอื่นหรือไม่ จากนั้นจะผ่าตัดนำอวัยวะออก (ใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง) ภายหลังผ่าตัดแล้วแพทย์จะตกแต่งร่างให้คงเดิม และมอบร่างให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา

 
          อย่างไรก็ตาม ญาติสายตรงของผู้เสียชีวิตต้องเซ็นยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น แพทย์จึงสามารถนำอวัยวะของผู้ที่แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะไปใช้ปลูกถ่ายได้ หากญาติไม่ยินยอม จะถือว่าการบริจาคนั้นเป็นอันยกเลิก

 

อวัยวะที่ได้รับบริจาค จะนำไปให้ใคร

           เมื่อได้รับบริจาคอวัยวะมาแล้ว ทางศูนย์รับบริจาคอวัยวะจะจัดสรรให้แก่ผู้ที่รออวัยวะซึ่งได้ทำการลงทะเบียนกับศูนย์รับบริจาคอวัยวะไว้ โดยผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายหัวใจ ปอด และตับ ที่มีอาการป่วยหนักจะได้รับการจัดสรรอวัยวะให้ก่อน

 

           ทั้งนี้การรับบริจาคอวัยวะจะพิจารณาจากหมู่เลือด ความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อ ระดับภูมิต้านทานต่อเนื้อเยื่อ ระยะเวลาที่รออวัยวะ และอายุผู้ป่วยด้วย

 

เจ้าหญิงนิทรา สามารถบริจาคอวัยวะได้หรือไม่

          ผู้ป่วยที่อยู่ในสภาวะผัก (Vegetative stage) ยังไม่ถือว่าเสียชีวิต เนื่องจากแกนสมองยังทำงานให้หายใจได้เอง เพียงแต่สมองใหญ่ที่มีหน้าที่สั่งการการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายสูญเสียความสามารถไป ดังนั้นจึงไม่สามารถบริจาคอวัยวะได้

 

บริจาคอวัยวะและบริจาคร่างกายพร้อมกันได้ไหม

          อย่างที่บอกว่าจุดประสงค์ในการบริจาคอวัยวะและบริจาคร่างกายแตกต่างกัน สำหรับคนที่ต้องการบริจาคร่างกาย จำเป็นต้องมีร่างกายที่ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้ทำการศึกษาอวัยวะส่วนต่าง ๆ และร่างกายของมนุษย์ ดังนั้นผู้ที่บริจาคอวัยวะจึงไม่สามารถเป็นอาจารย์ใหญ่ได้

 

บริจาคอวัยวะให้เฉพาะญาติได้ไหม

          ในกรณีที่ผู้บริจาคอยู่ในสภาวะสมองตาย เคสนี้จะไม่สามารถระบุให้นำอวัยวะผู้เสียชีวิตไปให้ญาติ ๆ ได้ เพราะทางศูนย์รับบริจาคอวัยวะจะจัดสรรคิวในการรอรับบริจาคอวัยวะเอง แต่ในกรณีที่ผู้บริจาคอวัยวะยังมีชีวิตอยู่ ก็สามารถบริจาคอวัยวะให้กับญาติ พี่น้อง สามี ภรรยา ได้ตามระเบียบสภากาชาดไทยว่าด้วยศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย

 

          การบริจาคอวัยวะถือเป็นการทำทานและสร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ เพราะยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่รอรับบริจาคอวัยวะเพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติต่อไป ดังนั้นใครมีความประสงค์อยากบริจาคอวัยวะก็ลองศึกษาดู เพราะอวัยวะของเราสามารถช่วยคนอื่นได้อีกมากมายเลยนะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย
สภากาชาดไทย
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
โรงพยาบาลขอนแก่น
โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Youtube ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย

 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
บริจาคอวัยวะ ตับ ไต หัวใจ ได้ที่ไหน ต้องทำยังไงบ้าง โพสต์เมื่อ 21 มีนาคม 2562 เวลา 11:22:06 17,497 อ่าน
TOP