x close

ติดโควิดแต่ยังไม่มีเตียงต้องทำยังไง กักตัวแบบไหน ไม่แพร่เชื้อให้คนในบ้าน

          ติดโควิด 19 แล้ว แต่ยังไม่มีเตียงที่โรงพยาบาลต้องทำอย่างไร แล้วควรปฏิบัติตัวอย่างไรระหว่างรอเตียง เพื่อไม่ให้คนในบ้านติดเชื้อไปด้วย มาทำความเข้าใจกัน

          รุนแรงขึ้นทุกขณะสำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อย่างกรุงเทพฯ, เชียงใหม่ และชลบุรี ที่ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยกำลังประสบปัญหาไม่มีเตียงโรงพยาบาลเพื่อพักรักษาตัว จึงต้องกักตัวรอเตียงอยู่ที่บ้านหรือหอพักของตัวเอง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคไปยังบุคคลอื่นที่อยู่ในบ้าน-ในหอเดียวกัน

          แล้วถ้าเราเป็นหนึ่งในผู้ป่วยโควิดที่เจอปัญหานี้ เราต้องทำอะไรบ้าง และควรปฏิบัติตัวอย่างไรดี เพื่อไม่ให้คนในครอบครัวสัมผัสเชื้อไวรัส ตามมาอ่านคำแนะนำได้เลย

กักตัวในบ้านเมื่อติดโควิด

ติดโควิด แต่ยังไม่มีเตียง ต้องทำอย่างไร

          หลายคนอาจสงสัยว่า กรณีที่เราติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ จะสามารถพักรักษาตัวอยู่ในบ้านได้ไหม เหมือนกับผู้ติดเชื้อในต่างประเทศที่ส่วนใหญ่ก็พักรักษาตัวอยู่ในบ้านจนหายกลับมาเป็นปกติ

          ประเด็นนี้ต้องบอกว่า จากข้อมูล ณ วันที่ 19 เมษายน 2564 ในประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้ผู้ติดเชื้ออยู่ที่บ้านได้ค่ะ ทุกคนที่ติดเชื้อแม้จะไม่มีอาการจำเป็นต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย ถึงแม้ว่าผู้ป่วยบางคนจะไม่แสดงอาการ แต่ก็อาจมีอาการแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม วันใดวันหนึ่งขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว จึงควรอยู่ในความดูแลของแพทย์และเจ้าหน้าที่ หากเกิดกรณีเชื้อลงปอดหรือทรุดหนักจะได้รักษาได้อย่างทันท่วงที

          อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากอาจทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถจัดระบบและส่งตัวเข้าพักในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม หรือ Hospitel ได้ทัน ดังนั้น หากใครมีผลตรวจยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา และยังไม่มีเตียง ให้รีบดำเนินการดังนี้

1. เตรียมเอกสารสำคัญต่าง ๆ เช่น บัตรประจำตัวประชาชน และผลตรวจโควิดให้เรียบร้อย

2. โทร. เข้าสายด่วนเฉพาะกิจเพื่อประสานหาเตียงได้ที่

  • หมายเลข 1330 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ
  • หมายเลข 1668 กรมการแพทย์ หรือ
  • หมายเลข 1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ
  • ใช้แอปพลิเคชันไลน์ "สบายดีบอต" (@sabaideebot)

          โดยแจ้งรายละเอียดการเข้ารับการรักษาและเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองให้หน่วยงานรับเรื่องไว้ ทั้งนี้ ถ้าโทร. ไปแล้วครั้งหนึ่ง และอยู่ระหว่างรอประสานหาเตียง ไม่จำเป็นต้องโทร. ไปสายด่วนอื่น ๆ ซ้ำนะคะ เพราะจะทำให้ข้อมูลซ้ำซ้อนกัน

3. หากทางโรงพยาบาล ทั้งโรงพยาบาลสนาม หรือหอผู้ป่วยเฉพาะกิจต่าง ๆ มีเตียงว่างเพียงพอที่สามารถรองรับได้ ก็จะส่งรถพยาบาลมารับตัวไปเข้ารับการรักษาทันที แต่หากยังไม่มีเตียงให้รออยู่ที่บ้าน โดยเจ้าหน้าที่จะโทร. มาสอบถามอาการเป็นระยะระหว่างรอการเคลื่อนย้าย

นอกจากภาครัฐแล้ว ยังมีภาคเอกชน และเพจดังรวมกลุ่มประสานหาเตียงให้ผู้ป่วย อาทิ 

  • ไทยพีบีเอส โทร. 02 790 2111 (ทุกวัน 09.00-16.00 น.) หรือไลน์ @RongTookThaiPBS
  • เพจ เราต้องรอด ของ จ๊ะ นงผณี นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง และ ได๋ ไดอานา จงจินตนาการ  
  • เพจ Drama-addict สามารถเข้าไปกรอกข้อมูลขอความช่วยเหลือได้
  • เพจ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล - Mr.Nawat Itsaragrisil ติดต่อความช่วยเหลือได้ที่ @missgrand 
จะได้รักษาที่ไหน พิจารณาจากอะไรบ้าง
  • เมื่อตรวจพบว่ามีเชื้อ โดยหลักการแล้วตรวจที่ไหน โรงพยาบาลนั้นจะหาเตียงให้ก่อน 
  • หากโรงพยาบาลไม่มีเตียงก็จะหาเตียงในโรงพยาบาลเครือข่าย 
  • ถ้าโรงพยาบาลเครือข่ายไม่มีเตียง ก็หานอกเครือข่ายผ่านศูนย์ประสานจัดหาเตียง

    ทั้งนี้ ยังต้องแบ่งตามอาการป่วย ณ ขณะนั้นด้วย ดังนี้

1. กลุ่มสีเขียว : ส่วนใหญ่ส่งต่อเข้าโรงพยาบาลสนาม และ Hospitel

  • ต้องเป็นผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย เช่น ไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ตาแดง ผื่นขึ้น ถ่ายเหลว 
  • อย่างไรก็ตาม หากซักประวัติและเอกซเรย์ปอดแล้วมีข้อสงสัยว่าปอดอักเสบ ก็จะย้ายไปนอนโรงพยาบาล

2. กลุ่มสีเหลือง : เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

          เป็นผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรง แต่มีอาการเหนื่อยหอบ หายใจเร็ว และมีเกณฑ์เสี่ยงข้อใดข้อหนึ่ง คือ 

           1. อายุมากกว่า 60 ปี
           2. โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (รวมโรคปอดอื่น ๆ)
           3. โรคไตเรื้อรัง
           4. โรคหัวใจและหลอดเลือด (รวมโรคหัวใจแต่กำเนิด)
           5. โรคหลอดเลือดสมอง
           6. เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้
           7. ภาวะอ้วนที่มีน้ำหนักมากกว่า 90 กิโลกรัม
           8. ตับแข็ง
           9. ภูมิคุ้มกันต่ำ (เซลล์เม็ดเลือดขาวต่ำกว่า 1,000 cell/mms)

3. กลุ่มสีแดง : เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

          เป็นผู้ป่วยที่มีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก X-ray พบปอดอักเสบรุนแรง หรือมีภาวะปอดบวม (ความอิ่มตัวของเลือดน้อยกว่า 96% หรือความอิ่มตัวของเลือดลดลงมากกว่า 3% ของค่าที่วัดได้ครั้งแรกหลังออกแรง (Exercise - induced Hypoxemia)
 
ปฏิบัติตัวอย่างไร เมื่อต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน
กักตัวในบ้านเมื่อติดโควิด

          ในระหว่างที่ยังหาเตียงไม่ได้ และจำเป็นต้องอยู่บ้านระหว่างรอหมอมารับ ผู้ป่วย COVID-19 ต้องป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด เพื่อเซฟตัวเองและคนรอบข้าง ดังนี้

1. งดออกจากบ้านหรือที่อยู่อาศัย

          ผู้ป่วยควรหยุดงานหรือหยุดเรียน งดออกจากบ้าน งดไปในพื้นที่ชุมชนหรือบริเวณที่ต้องพบเจอผู้คนจำนวนมาก งดเดินทางข้ามจังหวัด ไม่ควรเดินทางด้วยรถสาธารณะ จนกว่าจะได้เตียงและผลตรวจไม่พบเชื้อแล้ว

2. สวมหน้ากากอนามัย และล้างมือเป็นประจำ

          การอยู่ในบ้านจะต้องสวมหน้ากากอนามัยไว้ตลอดเวลา และต้องล้างมือบ่อย ๆ อย่างน้อย 20 วินาที เมื่อสัมผัสพื้นที่หรือบริเวณที่ต้องใช้งานร่วมกับผู้อื่น ก่อน-หลังรับประทานอาหาร เข้าห้องน้ำ หรือเมื่อมีการสัมผัสบริเวณใบหน้าเปื้อนสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย ให้รีบทำความสะอาดมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลทันที

3. หลีกเลี่ยงการพูดคุยหรือใกล้ชิดกับผู้อื่น

กักตัวในบ้านเมื่อติดโควิด

          ไม่คลุกคลีใกล้ชิดกับสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง หรือในกรณีที่จำเป็น ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และควรอยู่ห่างกันไม่น้อยกว่า 2 เมตร รวมทั้งไม่อยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ

          ถ้าเป็นไปได้ ควรจำกัดบริเวณหรืออยู่ในห้องส่วนตัว แยกห้องนอน แยกรับประทานอาหารโดยตักแบ่งมารับประทานในห้องส่วนตัว กรณีมีคนจัดหาอาหารให้ หรือสั่งอาหารเดลิเวอรี่ ให้กำหนดจุดรับอาหารโดยเฉพาะ เพื่อหลีกเลี่ยงการพูดคุยหรือสัมผัสโดยตรง

4. แยกเครื่องใช้ส่วนตัวของผู้ป่วย

          ของใช้ส่วนตัวของผู้ป่วยโควิด 19 เช่น จาน ชาม ช้อน ส้อม ตะเกียบ แก้วน้ำ เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว หรือผ้าห่ม ที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย น้ำมูก ควรแยกจากสมาชิกในบ้าน ไม่ใช้ร่วมกัน เพื่อลดการแพร่เชื้อโรคด้วยการสัมผัส และเมื่อใช้เสร็จควรล้างทำความสะอาด จากนั้นควรนำไปผึ่งแดดให้แห้งหรืออบเพื่อฆ่าเชื้อ

          ถ้าเป็นไปได้ ในมื้ออาหาร ควรจะเลือกภาชนะแบบใช้แล้วทิ้ง ไม่นำมาใช้ซ้ำ และทิ้งในถังขยะแยกเอาไว้

5. แยกห้องน้ำและหมั่นทำความสะอาด

          ควรแยกห้องน้ำ หรือในกรณีที่แยกไม่ได้ ต้องใช้ห้องน้ำร่วมกับผู้อื่น ควรเข้าเป็นคนสุดท้าย และเมื่อทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ควรทำความสะอาดสุขภัณฑ์หลังใช้งานทุกครั้งด้วยน้ำยาฟอกขาวหรือผงซักฟอก และควรปิดฝาชักโครกก่อนกดน้ำเสมอ 

          นอกจากนี้ ให้ทำความสะอาดที่พักด้วยน้ำยาฟอกขาว 5% หรือเช็ดผิวสัมผัสด้วยแอลกอฮอล์ 70% และซักเสื้อผ้าด้วยน้ำอุณหภูมิ 60-90 องศาเซลเซียส แล้วตากแดด

6. หมั่นทำความสะอาดโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์

          สำหรับผู้ป่วยที่กักตัวอยู่คนเดียว อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยในการคลายความเหงาก็คือ โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์ จึงควรใช้แอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดทำความสะอาดวันละ 1 ครั้ง เพื่อฆ่าเชื้อโควิด 19 และทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่เกาะหรือตกค้างอยู่บริเวณพื้นผิวของหน้าจอ นอกจากนี้ไม่ควรให้คนอื่นสัมผัสหรือเข้าถึงอุปกรณ์หรือของใช้ส่วนตัวของผู้ป่วยด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อไวรัสตกค้างอยู่

7. เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท

กักตัวในบ้านเมื่อติดโควิด

          ไม่ควรอุดอู้อยู่แต่ในห้องที่ปิด หรือห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศ เพราะอากาศในห้องจะไม่มีการหมุนเวียน ทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น ควรเปิดหน้าต่างให้มีแสงแดดส่องถึง ให้มีการหมุนเวียนของอากาศมากขึ้น

8. กินอาหารปรุงสุกที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ

          ควรกินอาหารที่ปรุงสุก สะอาด และมีประโยชน์ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงหากิจกรรมยามว่างทำระหว่างกักตัว เพื่อคลายความเครียด

9. จัดการขยะของตัวเอง

          คัดแยกขยะของตัวเองไม่ให้ปะปนกับขยะของสมาชิกคนอื่นภายในบ้าน ดังนี้

  • ขยะทั่วไป เช่น ถุงพลาสติก หรือภาชนะสำหรับใส่อาหารใช้แล้วทิ้ง ให้ทิ้งลงในถังขยะส่วนตัว ปิดปากถุงให้สนิททุกครั้ง
  • ขยะติดเชื้อ ซึ่งเป็นขยะที่มีการปนเปื้อนของสารคัดหลั่ง เช่น หน้ากากอนามัย กระดาษทิชชู ในแต่ละวันให้เก็บรวบรวมใส่ถุงพลาสติก 2 ชั้น และเทน้ำยาฟอกขาว 2 ฝา เพื่อฆ่าเชื้อ มัดปากถุงให้แน่น จากนั้นก็นำไปทิ้งรวมกับขยะทั่วไปของตัวเองได้ แล้วล้างมือให้สะอาด

10. หมั่นสังเกตอาการตัวเอง

กักตัวในบ้านเมื่อติดโควิด

          ควรวัดไข้ทุกวัน หากมีไข้ให้เช็ดตัวเพื่อลดไข้ และรับประทานยาพาราเซตามอล แต่ไม่ควรรับประทานยาแอสไพริน หรือไอบูโพรเฟน เพราะอาจส่งผลกระทบต่ออาการโควิด 19

          อย่างไรก็ตาม หากมีไข้สูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการทางเดินหายใจ เช่น ไอ เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก หรือมีอาการผิดปกติทางผิวหนัง เช่น ผื่นแดง ถ่ายเหลวหลายครั้ง ให้ติดต่อสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หรือ 1669  

          การกักตัวที่บ้านนั้นจำเป็นต้องมีวินัยต่อตัวเองเป็นอย่างมาก ผู้ป่วยต้องดูแลสุขอนามัยของตัวเองให้ดี และป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่สมาชิกคนอื่นในบ้านได้ นอกจากนี้ควรหมั่นตรวจสอบข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ รวมถึงรอการติดต่อกลับจากทางโรงพยาบาลเมื่อมีเตียงรองรับด้วย

          อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงหลักหมื่น เตียงในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามไม่สามารถรองรับได้ ทางกระทรวงสาธารณสุขก็อาจให้ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการกักตัวที่บ้านแทน ซึ่งได้มีการจัดทำแผนออกมาแล้วว่าผู้ติดเชื้อกลุ่มไหนบ้างสามารถพิจารณาให้กักตัวที่บ้านได้ แต่ทั้งหมดยังเป็นเพียงแนวคิด และยังไม่ได้นำมาใช้จริงในขณะนี้ 
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
ติดโควิดแต่ยังไม่มีเตียงต้องทำยังไง กักตัวแบบไหน ไม่แพร่เชื้อให้คนในบ้าน โพสต์เมื่อ 19 เมษายน 2564 เวลา 18:26:12 15,585 อ่าน
TOP